วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นุ้ย-ตั๊ก ขอน้องภู 3 ข้อ รับได้ถ้าจะไม่ใช่ผู้ชาย (คลิป)

ถูกจับตามองขึ้นมาทันทีสำหรับ น้องภู ลูกชายสุดรักของคู่เลิฟตลกคนดัง นุ้ย เชิญยิ้ม และตั๊ก ศิริพร อยู่ยอด หลังมีกระแสว่า น้องภู ขอคำปรึกษาเรื่องความสับสนใจการเป็นผู้ชาย ได้เจอ นุ้ย-ตั๊ก มาร่วมบันทึกเทปรายการ "ก่อนบ่ายคลายเครียด" ณ สตูดิโอกรุงเทพ แจ้งวัฒนะ เลยถามถึงเรื่องดังกล่าว พร้อมทั้งอัพเดตอาการป่วยของทั้งคู่ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

เห็นก่อนหน้านี้ทำงานหนักจนป่วย?
นุ้ย "เป็นหวัดบ้างนิดหน่อย แต่ส่วนตัวพี่เองมีปัญหาเรื่องกระดูกคอ ก็จะเข้า รพ.บ่อยหน่อยเพราะมันเคลื่อน"
ตั๊ก "หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เขาก็ไม่ยอมผ่า ไม่รู้ทำไม"
นุ้ย "ยังกลัวอยู่ บางคนไปผ่ามาแล้วก็ไม่ใหญ่อะไรมากมาย หลายคนก็บอกว่าผ่าเถอะ แต่เราก็ยังทำใจไม่ได้ หมอก็บอกว่าถ้าอยู่กับมันได้ก็อยู่ไปก่อน แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ผ่า"

อาการเป็นไงบ้าง?
นุ้ย "มันปวด ต้องเข้า รพ.เลย มันนอนแล้วชาไปข้างนึง ลุกเองไม่ได้ ต้องให้ตั๊กประคองขึ้นมา อันนั้นหนักสุดครับ"

กลัวผ่าแล้วไม่เหมือนเดิม?
นุ้ย "ก็มีเหมือนกันนะ แต่ว่าเราเชื่อมือหมออยู่แล้ว แต่เรายังกลัวอยู่ไง คือตอนนี้ก็ยังทำงานได้อยู่ มันจะมาๆ หายๆ ไง ก็กินยาคลายกล้ามเนื้อบ้าง ยาเสริมกระดูกบ้าง มันไม่หายขาดหรอก แต่ว่าเดี๋ยวจะหาจังหวะดูแล้วไปผ่า คือไปนวดไปดัดคอก็ไม่ได้ อันตรายมากเลย แต่ก็กินยาเยอะจนเท้าลอกอะ"
ตั๊ก "คือถ้าจะหายเนี่ยสุดท้ายคือต้องผ่า แต่หมอบอกว่าถ้าอยู่กับมันได้ก็อยู่ไป"

ตั๊กเป็นห่วงยังไงบ้างเพราะนุ้ยก็ยังมีอาการปวดเรื่อยๆ?
ตั๊ก "ถ้าพี่เป็นเขา พี่ผ่าไปแล้วจริงๆ เพราะเวลาเห็นเขาปวดมันทรมานน่ะ เขาคงกลัวว่าผ่าไปแล้วฟื้นมาไม่เหมือนเดิมจะทำไง"
นุ้ย "จริงๆ หมอบอกว่าผ่าเสร็จสักอาทิตย์นึงก็ทำงานได้แล้วเพราะไม่ได้ผ่าตัดใหญ่ จะผ่านิดเดียวแล้วสอดเข้าไป เพราะมันเป็นกล้ามเนื้อทั้งนั้นเลย แต่เราก็กลัวเพราะมันผ่านช่องเสียงด้วย กลัวเสียงไม่มี แต่จริงๆ แล้วคุณหมอเขาเก่ง แต่เรายังไม่มั่นใจตัวเอง"
ตั๊ก "แต่เขามีหินปูนเกาะที่กระดูกเยอะด้วยไง"

ตั๊กเองก็ป่วย ก่อนหน้านี้เสียงหายไปช่วงนึง?
ตั๊ก "คือเมื่อก่อนเวลาพี่ป่วย พี่จะหายเร็วมาก แต่ระยะหลังพี่รู้เลยว่าพออายุเยอะขึ้นมันตามวัยจริงๆ เป็นเดือนเลยกว่าจะหาย พี่งงตัวเองมากเลยเพราะไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน แต่พี่ไม่โทษใคร โทษตัวเองนี่แหละ"

จะหาเวลาไปเที่ยวพักผ่อนบ้างไหม?
นุ้ย "จริงๆ งานของผมกับตั๊กก็ไปต่างจังหวัดกันบ่อย ก็ถือว่าไปเที่ยวด้วย"
ตั๊ก "แต่คู่พี่คือทำแต่งานไง ไม่เคยได้ไปเที่ยวกันเลย ถามว่าอยากไปไหมก็อยาก แต่เอาในประเทศก่อนเถอะ (ยิ้ม) แต่ถ้าไปต้องเคลียร์แหละ แต่พี่ก็แบบเสียดายตังค์อะ (หัวเราะ) เขาก็พูดจนไม่รู้จะพูดไงแล้ว"
นุ้ย "ก็ขอบคุณมากๆ ที่เป็นห่วงพี่ตั๊กและพี่นุ้ยรวมทั้งครอบครัวด้วยครับ"

ที่ตั๊กจะออกจากวงการเพราะว่าเหนื่อยด้วย?
ตั๊ก "เขาเป็นห่วงพี่ แต่พี่ไม่ได้พูดเพราะความเหนื่อยนะ เขาเป็นคนเอาธรรมะมาให้พี่เองนะ ตั้งแต่ได้ฟังพี่ก็ปลง ไม่ยึดติดกับอะไรแล้ว ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียงเงินทองหรือแม้แต่ลูก พี่รู้ว่าหนูๆ อยากถามเรื่องลูกพี่ แต่พี่รู้สึกว่าเราเป็นพ่อแม่ เขาคือลูก แต่ชีวิตคือของเขา เราไม่ใช่เจ้าชีวิตเขา เราเป็นเจ้าชีวิตเขาแค่ตอนเกิดจนถึงตอนเรียนจบ แต่พอเรียนจบแล้วก็คือของเขา

พี่ไม่เคยบังคับอะไรลูกเลย บางคนอาจจะคิดว่าเลี้ยงลูกประคบประหงมมากไปรึเปล่า ถ้าเกิดคุณไม่เคยเป็นแม่ คุณไม่รู้หรอกว่าหัวอกคนเป็นแม่ ความรักที่มีต่อลูกมันขนาดไหน คนเป็นแม่อาจจะมีลองผิดลองถูกบ้าง แต่อันไหนที่เราผิดไปแล้วเราจำเป็นบทเรียน พี่ก็ขอคำแนะนำจากพี่นิด (อรพรรณ วัชรพล) พี่ซูโม่กิ๊ก และท่านให้คำแนะนำที่ดีมาก แล้วพอเอาไปทำแล้วมันได้ผลดีจริงๆ ด้วยค่ะ

น้องภูตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยทำอะไรให้พี่กับพี่นุ้ยต้องลำบากใจเลย เป็นเด็กเลี้ยงง่าย พอเกิดมาพี่ก็ไม่คิดว่าเขาจะดัง เพราะเราไม่เคยพาลูกไปกอง ไม่เคยสอนเรื่องการแสดง เราไม่เคยยัดเยียดอะไรเลย เขาทำด้วยตัวของเขาเอง"

นุ้ย "น้องภูเป็นคนที่กล้า มีอะไรก็เดินมาบอกพ่อกับแม่ คนเป็นพ่อแม่ยุคใหม่ควรเปิดใจรับฟังลูกบ้าง ถ้ามีโอกาสตอนนี้เขาอยากจะคุยอะไรก็รับฟัง มันเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เขาก็อยากให้พ่อแม่ชี้ช่องทางให้เขาว่าเขาควรทำอะไร ลูกผมจะเป็นอะไร ผมก็ภูมิใจในตัวเขา ผมเชื่อว่าเขาเป็นเด็กที่ดีไม่ใช่ในสายตาของเราคนเดียว ผมบอกเขาว่าต้องเป็นเด็กที่ดีในสายตาคนอื่นด้วย"

เรียกว่าให้คำปรึกษากับลูก อยู่ใกล้ชิดลูก?
นุ้ย "ถูกต้อง"
ตั๊ก "เห็นพี่สองคนงานเยอะแบบนี้ แต่ในหนึ่งวันต้องคุยกับเขานะ อย่างน้อยกอดกันหอมกันก็ยังดี พี่ทำอย่างนี้ทุกวัน และพี่จะบอกภูเสมอว่าห้ามมีความลับในครอบครัว ครอบครัวถ้ามันแข็งแกร่ง ภูก็ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว เพราะฉะนั้นมีอะไรต้องบอกแม่ แม่จะคุยกับภูด้วยเหตุผล แต่ก็คิดไม่ถึงว่าวันนึงว่าเขาจะคุยเรื่องนี้ โอเคเราอยู่กับลูกแต่เราไม่ได้อยู่กับลูกตลอดเวลา"
นุ้ย "จริงๆ แล้วเราก็ไม่รู้ว่าน้องเขายังไง"
ตั๊ก "ใช่ เพราะเขายังไม่แน่ใจตัวเอง"
นุ้ย "แต่ด้วยความที่เราไม่อยากโกหก สื่อก็อยากรู้"
ตั๊ก "พี่เป็นคนของประชาชน ฉะนั้นพี่เข้าใจตรงนี้ ถ้าน้องๆ ถามมาพี่ก็พูดจะได้จบไง ไม่อย่างนั้นก็จะถามอยู่อย่างนั้นค่ะ"

น้องเป็นไงบ้างหลังจากมีข่าวออกไป?
นุ้ย "พอมีข่าวออกไปเพื่อนก็ส่งให้ลูกดู ตอนแรกพ่อแม่ไม่สบายใจก็เลยโทรถามลูกว่าซีเรียสรึเปล่า พ่อให้สัมภาษณ์ไปตามที่เราได้คุยกัน เขาก็อ่านแล้วบอกว่าก็ไม่เห็นมีอะไรนี่ ไม่ได้ซีเรียสอะไร เราก็เลยรู้ว่าเด็กแยกแยะได้"

ตั๊ก "ตอนนี้เขาเพิ่งอายุ 14 เขายังต้องเผชิญอะไรอีกเยอะ มันยังไม่แน่นอนหรอก แต่พี่บอกภูว่าจะเป็นอะไรก็ได้ แต่แม่ขอภูแค่ 3 ข้อ หนึ่งภูต้องเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่ภูจะเรียนได้ สองภูจะต้องมีอนาคตที่ดี มีหน้าที่การงานที่ดี ต้องเป็นคนเก่ง และสามซึ่งสำคัญที่สุด ภูต้องเป็นคนดี ห้ามเป็นภาระของพ่อแม่และสังคม นอกนั้นภูอยากทำอะไรทำเลย เขาก็บอกว่าได้ครับ ล่าสุดเขาให้ดูผลการเรียนได้เอทุกวิชา ยกเว้นวิชาพละ พี่ก็แฮปปี้แล้ว"

นุ้ย "พี่ก็บอกลูกเลยว่าตอนนี้เราไม่รู้จะเป็นอะไรแน่ ถ้าเป็นผู้ชายก็ทำตัวให้ดีกับสังคม ถ้าจะเป็นอีกเพศนึงหรือเพศที่สามก็ไม่เป็นไร พ่อไม่ว่า แต่ทาหน้าทาปากบางๆ แล้วกัน (ยิ้ม) เราแฟร์อะ ลูกถึงกล้าเข้ามา"

ตั๊ก "พี่เป็นคนบอกพี่นุ้ยเองว่าลูกจะเป็นอะไรก็ได้ แต่ขอให้เป็นคนดีก็พอ พี่ว่าในสมัยนี้ ดีเจนุ้ย ป๋อมแป๋ม เอกกี้ เก่งๆ รวยๆ ทั้งนั้น เป็นอะไรก็ได้แต่ขอเป็นคนดีคนเก่งก็พอ"

แฮปปี้กับลูกที่เป็นคนน่ารัก?
ตั๊ก "อย่างที่บอกว่าตั้งแต่เขาเกิดมาเขาไม่เคยทำอะไรให้พ่อแม่ลำบากใจเลย เรียนก็เรียนดี ทำอะไรได้หมด พี่โอเคอะ คนอื่นจะว่าไงไม่รู้ แต่เรารู้สึกว่าเราเลี้ยงลูกยังไงก็ตาม ขอให้ลูกเป็นคนดี ไม่เป็นภาระสังคม พี่ก็พอใจแล้วนะ"

นุ้ย "ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครอบครัวเราตลอด ก็จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับทุกท่าน เพราะเราอยู่ตรงนี้ก็เป็นกระจกของสังคม เราจะไม่ทำเรื่องเสียหายหรือเรื่องอะไรที่เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีให้กับสังคม แม้แต่น้องภูเอง ผมต้องบอกตรงนี้ว่าต้องขอโทษด้วยถ้าน้องจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ แต่อยากให้ทุกครอบครัวเปิดใจให้กับลูกที่มาปรึกษาเวลามีปัญหาอะไรครับ".