วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ด่า-ขัง สาวเช็กโรคซึมเศร้า? 10 รู้จัก ดร.ป๊อบ แฮชแท็กฮิต #นักพูด...

กลายเป็นกระแสดราม่าในโลกโชเชียลอีกหนึงเรื่อง เมื่อ มีกระทู้ในเว็บบอร์ดชื่อดัง ชื่อหัวกระทู้ว่า “น้องเราถูกด่าทอและกักขังในงานอบรมแห่งหนึ่งเพื่อแค่กระตุ้นให้รู้ว่าเป็นโรคซึมเศร้าจริงไหม”...

หลังจากนั้นไม่นาน ดร.ป๊อบ ฐาวรา สิริพิพัฒน์ ได้ไลฟ์สดในเพจ Dr.Pop ออกมายอมรับว่ากระทู้ดังกล่าวเป็นตนเอง ทั้งยังได้ชี้แจงกรณีเด็กโรคซึมเศร้าในคลาสเรียนปลดล็อกชีวิตอีกด้วย ซึ่งวันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ ขอเล่าย้อนไปว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร และพาไปทำความรู้จักกับหนุ่มนักพูดคนนี้กัน...

1. อันดับแรก ขอพูดถึงต้นเรื่องดราม่ากันก่อน กระทู้ดังกล่าวได้โพสต์เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับน้องเป็นน้องที่รู้จักกันในวงการตอนนี้น้องเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามาราวๆ 1 ปีแล้ว ว่าได้ไปงานอบรมของนักพูดคนหนึ่งพร้อมกับแม่ ในวันแรกนั้นน้องขอออกมาจากห้องอบรมก่อนเวลาเพราะน้องอึดอัดกับบางคำพูดของนักพูด โดยได้มีการไล่ให้ไปตายกันเกิดขึ้น น้องตกใจมาก รู้สึกแย่และแพนิก พอเห็นแบบนั้น ทางสตาฟฟ์ก็ให้น้องออกมาจากห้องอบรมพร้อมถามถึงเหตุผล ซึ่งน้องเราก็บอกไปตามตรงว่าเป็นผู้ป่วย แล้วช็อกกับคำพูดของนักพูด สตาฟฟ์ก็ขอนำเอาเรื่องของน้องเราไปหารือกับนักพูด ซึ่งตัวน้องก็อนุญาตเพราะหวังว่าจะช่วยได้บ้าง

2. เมื่อถึงวันที่สอง นักพูดได้เรียกแม่และน้องไปคุย แต่น้องไม่ตอบอะไร จนนักพูดบอกว่าน้องเสแสร้งไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้าจริง ทั้งยังบอกว่าแม่น้องเลี้ยงลูกไม่ดีทำให้เป็นแบบนี้ น้องโกรธมาก เสียใจจึงขอกลับ แต่แม่รั้งไว้ และนอกจากนั้นเจ้าของกระทู้ยังเล่าอีกว่า แม่ของนักพูดมาตะคอกใส่น้อง ทั้งยังพูดจาหยาบคาย ทำท่าเหมือนจะตบอีกด้วย สุดท้ายถูกลากไปขังที่ห้องเล็กๆ มีแต่เก้าอี้ เขาก็ขังน้องเราไว้ให้คุยกับสตาฟฟ์ จนกว่าพ่อน้องจะมารับ

3.ในกระทู้ยังบอกทิ้งท้ายอีกว่า น้องได้คำขอโทษจากนักพูดผ่านโทรศัพท์ เขาบอก “เขาแค่กระตุ้นเพื่อดูว่าน้องโรคจริงไหม สรุปคือเป็นโรคจริงๆ และก็ขอโทษ” ส่วนคุณแม่หลังจากน้องกลับบ้านก็เข้าอบรมต่อ เมื่อกลับบ้านก็ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นอีก

4. หลังจากเกิดกระทู้นี้ขึ้น ดร.ป๊อบ ได้ออกมาไลฟ์สดยอมรับว่ากระทู้ดังกล่าวเป็นตนจริงๆ ทั้งยังชี้แจงเรื่องต่างๆ ที่พูดว่าถ้าทำไม่ได้ก็ให้ไปตายซะ คำนั้นก็พูดจริงๆ บนเวที ซึงพูดเล่นเป็นปกติในคลาสเรียนปลดล็อกชีวิตอยู่แล้ว

5. ดร.ป๊อบบอกชัดว่า ถ้าเป็นโรคซึมเศร้าไม่ให้มาเรียน ซึ่งยังบอกอีกว่า ตอนแรกคุณแม่น้องมาถามว่าเป็นโรคซึมเศร้ามาเรียนได้มั้ย ก็แจ้งตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่ให้มาเรียน เพราะจะมีคำพูดที่แรงๆ พูดจี้ตรงๆ หนัก หยาบคาย ถ้าเป็นโรคซึมเศร้าจะรับไม่ได้ เพราะเขาต้องการได้รับกำลังใจ ที่ผ่านมาก็มีคนที่กึ่งๆ มาทดสอบว่าเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ เลยลองมาเรียนกัน ถ้าเราสังเกตแล้วว่าเขาไม่ใช่เราจะบอกว่าไม่ใช่ โดยมีคำถามเช็กบุคคลเหล่านั้น เช่น คุณแสดงอยู่หรือเปล่า ซึ่งเราก็ทดสอบกับน้องเหมือนกัน

6.มีคำถามวินิจฉัยยังไงไม่ได้เป็นหมอ? ดร.ป๊อบ บอกว่า คนเป็นโค้ชเรียนมาจากสถาบันระดับโลก อย่าง NLP (Neuro-linguistic Programming) หรือแปลเป็นไทยว่า โปรแกรมด้วยภาษาจิตประสาท หมายถึงการศึกษาว่า ภาษาทางคำพูด และภาษากายหรือท่าทางต่างๆ นั้น มีผลกระทบต่อระบบประสาทของเราอย่างไรบ้าง ซึ่งดร.ป๊อบบอกว่าการอบรมนี้ มีวิธีบอกใครพูดจริง ใครพูดไม่จริง และยืนยันว่าตนไม่ได้ขังน้อง แต่ให้อยู่รอคุณพ่อในห้องกับโค้ชที่คอยปลอบน้อง (สามารถดูคำชี้แจงเต็มๆได้ที่แฟนเพจ Dr.Pop)

7.หลังจากนั้นก็เริ่มมีการตั้งคำถามในโลกโซเชียลอย่างทวิตเตอร์มากมาย ทั้งขุด ทั้งแซะ ราคาคอร์สแพง และเรื่องการเรียน NLP ไม่ประสบผลสำเร็จอย่างที่อ้างได้จริง จนทำให้ติดอันดับเป็นเทรนด์ในทวิตเตอร์ #นักพูด...

8.กระทู้ต้นเรื่องได้ถูกลบไปแล้ว โดยมีคนอ้างว่าเป็นเจ้าของกระทู้ ได้รับข่าวจากน้องต้องหยุดทุกอย่างโดยทั้งหมดเป็นการตัดสินใจของทางบ้านน้องเอง ล่าสุดได้มีเพื่อนๆ ของน้องเข้าไปหาที่บ้านเพื่อพูดคุยกับครอบครัว ครอบครัวเข้าใจปัญหาแล้วและรับปากจะพาน้องไปพบจิตแพทย์

9. หลายคนยังคงตั้งคำถามมากมายสงสัยว่า ดร.ป๊อบ จบปริญาเอกหรือไม่อย่างไรถึงใช้คำนำหน้าว่า ดร. แท้จริงแล้วเป็นแค่นามปากกา ดร.ป๊อบ เฉยๆ ซึ่งการศึกษาของนักพูดนักเขียนคนนี้ คือ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายคณิต วิทยาศาสตร์ โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย, ปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ สาขาโฆษณา มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค), ปริญญาตรี สาขาโฆษณา คณะบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (นักศึกษาทุนสตวรรษสมโภช)

10. ข้อสุดท้ายขอแถม ดร.ป๊อบ เกิดวันที่ 12/01/2528 ปัจจุบันอายุ 32 ปี เริ่มเขียนหนังสือนวนิยายเรื่อง เดอะ ไวท์โรด คิดโครงตั้งแต่ศึกษาอยู่ชั้น ม.3 เริ่มเขียนชั้น ม.5, สร้างเว็บไซต์เฉพาะกิจ www.styleteen.com/pop เขียนให้เพื่อนอ่าน โดยลงในเวอร์ชั่น ปาล์ม ใช้นามปากกาว่า ดร.ป๊อบ เขียนนวนิยายหลายตอนจบลงใน อินเทอร์เน็ต สำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ จัดพิมพ์เป็นรูปเล่ม และยังเขียนเรื่อง The Series of Sion : The Guardian Rising และเรื่อง Boy and the Door ปี 2550 และเรื่อง Boys & A Dall ซ้ำยังสร้างประวัติการณ์หนังสือขายดี อันดับ 1 ตั้งแต่วันแรกที่วางแผง ติดชาร์ตอันดับ 1 วรรณกรรมเยาวชนยาวนานกว่า 5 สัปดาห์ และตีพิมพ์ซ้ำสูงถึง 9 ครั้ง ใน 1 เดือน (4 หมื่นเล่ม) นอกจากนั้นเขายังมีบทบาทสำคัญกับการเป็น "นักพูด" (วิทยากร) ที่เจ้าตัวเรียกว่า "ทอล์กโชว์เปลี่ยนชีวิต?"

ที่มาภาพ : Dr.Pop