บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ภัทรศักดิ์' แจงชัด ร่าง ก.ม.อาญานักการเมือง เอาผิดคดีย้อนหลังไม่ได้

"ภัทรศักดิ์" แจงหลักเกณฑ์ร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของนักการเมือง ระบุชัดคดีที่ศาลตัดสินแล้วไม่อยู่ในข่ายบังคับใช้กับนักการเมือง แจงตีความ ก.ม.ย้อนหลังให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยไม่ได้ เผยศาลยุติธรรมมีอำนาจยื่นศาล รธน.ตีความข้อไม่ชัดเจนในกฎหมายได้

เมื่อวันที่ 19 ก.ค.60 ที่รัฐสภา นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวว่า ตามหลักการร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว คดีที่ศาลมีคำพิพากษาไปเรียบร้อยแล้วไม่สามารถนำมาใช้บังคับย้อนหลังกับจำเลยได้ หากจำเลยหลบหนีคดีจนพ้นอายุความ ก็เสมือนได้พ้นโทษไปแล้ว เนื่องจากการตีความกฎหมายย้อนหลัง ต้องไม่เป็นผลร้ายกับจำเลยทั้งในเรื่องโทษและอายุความ ส่วนคดีที่ศาลจำหน่ายคดีออกจากสารบบชั่วคราว และคดีอยู่ในกระบวนการพิจารณาที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาตัดสิน ถือว่าเข้าข่ายบังคับใช้ได้ตามร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้

เมื่อถามว่า ศาลยุติธรรมติดใจประเด็นการไต่สวนคดีลับหลังจำเลยหรือไม่ นายภัทรศักดิ์ กล่าวว่า แม้ นายอธิคม อินทุภูติ เลขาธิการศาลยุติธรรม จะไม่เห็นด้วยกับการไต่สวนจำเลยลับหลังในที่ประชุม สนช. แต่เมื่อ สนช.มีมติไปแล้วศาลก็ต้องปฏิบัติตาม แต่ยืนยันว่ากระบวนการพิจารณาของ กมธ.รับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง อย่างไรก็ตามเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว หากยังมีใครติดใจอยู่ก็มีช่องทางดำเนินการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้เช่น ถ้าศาลหรือจำเลยเห็นว่า เรื่องอายุความมีปัญหาเรื่องขัดต่อรัฐธรรมนูญ ศาลสามารถส่งเรื่องให้ศาลรัฐ ธรรมนูญได้หรือจำเลยที่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดี สามารถยื่นคำร้องต่อศาลยุติธรรมให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ขณะที่ในส่วนประชาชน หากเห็นว่ากฎหมายนี้ขัดรัฐธรรมนูญก็เข้าชื่อยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญได้เช่นกันการออกกฎหมายฉบับนี้เพื่อสร้างกลไกปราบทุจริตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนการให้ไต่สวนจำเลยลับหลังได้นั้นในหลักการต้องพยายามนำตัวจำเลยมาให้ได้ก่อนกว่าจะไต่สวนลับหลังได้ก็ให้โอกาสจำเลยต่อสู้คดีมากมายแล้ว จึงเป็นการไต่สวนลับหลังอย่างเป็นธรรม ดังนั้นนักการเมืองควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่ผ่านมาศาลให้ประกันตัวทุกคดี ไม่มีเหตุให้ต้องหลบหนีการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หากพิสูจน์ได้ว่ามีความบริสุทธิ์จะยิ่งมีความสง่างามมากขึ้น