วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไฉนข่มขืนต้องฆ่า? เปิด 4 ข้อต้องรอด ดิ้นให้พ้นเงื้อมมือไอ้หื่น

ปัจจุบันข่าวคราวคดีข่มขืนมีไม่เว้นแต่ละวัน เหยื่อบางคนโชคร้ายถูกฆ่าทิ้ง ขณะที่บางคนรอดมาได้ แต่ต้องบอบช้ำภายในจิตใจจนยากที่จะลืมความเลวร้ายในนาทีนั้น และมีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยให้หลุดพ้นจากเงื้อมมืออาชญากรหื่นเหล่านี้ได้ ในเมื่อทุกวันนี้เด็ก ผู้หญิง ต้องตกอยู่ในความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว

แหล่งข่าวที่จะมาให้ข้อมูลในเรื่องนี้ได้ เป็นผู้ที่ทำงานคลุกคลีกับคดีข่มขืนมาแล้วนับไม่ถ้วน และปัจจุบันยังทำงานอยู่ในกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) ด้วย โดยบุคคลท่านนี้ คือ ร.ต.อ.ประดิษฐ์ ประเสริฐสังข์ รอง สว.กก.ดส.บช.น. นั่นเอง...

เปิด 2 สถานที่เสี่ยง ผู้หญิงต้องระวัง!

1.สถานที่เปลี่ยว เช่น พงหญ้า ป่าละเมาะ กลางทุ่ง บ้านร้าง มุมอับ

2.ที่พัก เช่น หอพักรวม บ้านของเหยื่อ ในชุมชน

ไขทางรอด 4 ข้อ! เมื่อเจอตกอยู่ในสถานการณ์โดนข่มขืน

ร.ต.อ.ประดิษฐ์ กล่าวให้ข้อมูลขณะที่ตกอยู่ในสถานการณ์โดนข่มขืนในกรณีที่เหยื่อไม่ได้ถูกมอมยา และเป็นลักษณะที่ถูกข่มขืนแบบตัวต่อตัว จะมีวิธีการช่วยเหลือตัวเองได้อย่างไรบ้าง

1.เมื่อเกิดเหตุต้องมีสติ อย่ากระเจิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการร้องตะโกนโวยวายเป็นอันตรายที่อาจนำไปสู่การถูกทำร้ายร่างกายถึงตายได้

2.ดูสถานการณ์โดยรอบว่าสถานที่เป็นอย่างไร เพื่อค้นหาวิธีรอด ประเมินสถานการณ์ว่า พอสู้ได้หรือไม่ได้ ซึ่งต้องเล็งเห็นผลด้วยว่า หากทำแล้วตัวเองจะไม่ถูกทำร้าย แต่ถ้าคนร้ายมีอาวุธ สู้ยาก จำเป็นยอมเพื่อรักษาชีวิตก็ต้องทำ

3.ใช้ลูกไม้โอนอ่อนยินยอมคนร้ายไปก่อน เพราะจะทำให้คนร้ายไว้เนื้อเชื่อใจ และค่อยหาวิธีแก้สถานการณ์ในจังหวะที่เหมาะสม

4.ใช้จุดอ่อนในร่างกายผู้ชาย เช่น ลิ้น อวัยวะเพศ ทำให้คนร้ายเสียหลักและวิ่งหนีไปให้เร็วที่สุด โดยที่ต้องประเมินแล้วว่า คนร้ายไม่สามารถตามได้ทัน

อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้เกิดการสูญเสีย ดังนั้น หากประเมินสถานการณ์แล้วว่า ไม่สามารถสู้ได้ อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิต การยอมจะช่วยให้รอดจากเหตุการณ์นี้ได้ ซึ่งถือว่าการเอาชีวิตรอดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

“วิธีเหล่านี้นั้น ส่วนมากเมื่อเกิดเหตุผู้หญิงมักจะอาย ถามว่ารอดไหมก็ช่วยตัวเองรอดออกมา จึงมาแจ้งความแต่ก็ยังไม่ถึงขั้นข่มขืน เป็นคดีอนาจาร อัตราโทษเบาลง หรือบางคดีผู้หญิงทำวิธีนี้คนร้ายก็ชะงัก ผู้หญิงก็รีบวิ่งหนีออกมาก็มี แต่ลักษณะเช่นนี้จะไม่ค่อยเป็นข่าวเป็นเรื่องน่าอาย หรืออย่างอีกคดีเหยื่ออายุ 30 กว่า มีลูกแล้ว ทำโอนอ่อนยินยอม คนร้ายเชื่อใจให้ใช้ปากอมอวัยวะเพศ เหยื่อก็กัดจนคนร้ายแหกปากลั่น ตำรวจก็มาจับได้ ซึ่งคนที่เป็นผู้ใหญ่สติจะมาไวกว่าเด็กวัยรุ่น” รอง สว.กก.ดส.บช.น. กล่าว

เหตุไฉน ไอ้หื่น ‘ข่มขืน’ ต้อง ‘ฆ่า’ !?

ร.ต.อ.ประดิษฐ์ อธิบายถึงสาเหตุคนร้ายทำไมข่มขืนแล้วต้องฆ่าด้วยว่า มีทั้งก่อนที่จะข่มขืน ขณะที่ข่มขืน และหลังจากที่ข่มขืน โดยมีสาเหตุหลักๆ ดังนี้

ข้อแรก : ทำร้ายเหยื่อจนถึงตาย บีบคอหรืออื่นๆ เพื่อไม่ให้ขัดขืน โดยที่ไม่รู้ว่าเหยื่อตายแล้ว และลงมือข่มขืนศพ

ข้อสอง : ทำเพื่อปกปิดความผิดที่ได้กระทำ ซึ่งลักษณะนี้อาจจะเป็นเพราะรู้จักกัน เป็นคนในพื้นที่เดียวกัน และกลัวว่าเหยื่อจะเอาเรื่องไปแจ้งความและตัวเองต้องติดคุก ก็เลยฆ่าปิดปากเหยื่อ

ทั้งนี้ ส่วนมากคนร้ายที่ฆ่าข่มขืนจะเป็นกลุ่มที่มีอาการทางจิต วิปริต โรคจิต โดยแพทย์พบว่า คนเหล่านี้จะได้รับความกดดันตั้งแต่เด็กๆ จะรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า เช่น ข่มขืนเด็ก หรือผู้หญิงที่เป็นเพศที่อ่อนแอกว่า หรือ คนร้ายทั่วไปที่ไม่ได้มีอาการทางจิตนั้น อาจจะมีการเสพยาเสพติด ดื่มสุรา จนขาดสติ ขาดความยับยั้งชั่งใจ ขณะที่ คนร้ายทั่วไปนอกเหนือจากที่กล่าวนั้น ไม่ค่อยมี และไม่ถึงขั้นที่ลงมือฆ่าจนเสียชีวิต

สังเกตคนรอบข้าง พฤติกรรมแบบนี้ ต้องระวัง!?

สำหรับกลุ่มคนร้ายคดีข่มขืน จะถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

กลุ่มแรก : คนใกล้ชิดสนิทสนม เช่น คนในครอบครัว คนรู้จักกัน จะมองยากมาก มองไม่ออกเลย เนื่องจากด้วยความสนิทสนมกัน ไม่รู้ว่าวันนั้นจะคิดทำอะไร

กลุ่มที่สอง : บุคคลอื่นที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน สังเกตจากการที่แอบมองการแต่งตัว ลักษณะเหมือนกันคนหื่น กลุ่มนี้ป้องกันง่าย โดยการปิดประตูป้องกัน และอยู่ให้ห่าง อย่าให้ความสนิทสนมมาก

ไขข้อคาใจ คนร้าย ‘เล็ง’ เหยื่อก่อนก่อเหตุหรือไม่?

นายตำรวจจากกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี อธิบายว่า มีทั้งเล็งเหยื่อไว้ก่อน และไม่ได้เล็ง โดยคนร้ายที่เล็งเหยื่อไว้ก่อนจะเป็นคนในพื้นที่เดียวกัน บ้านใกล้เรือนเคียง เล็งไว้แน่นอนว่า เหยื่ออยู่กับใคร แต่งตัวอย่างไร แต่อย่าไปคิดว่า เหยื่อมีลูกมีสามีแล้วคนร้ายจะไม่กระทำ ไม่ใช่!!! เพราะคนร้ายลักษณะนี้มองยาก เหมือนหมาหยอกไก่ ทำให้เชื่อใจไว้ใจ ซึ่งบางทีก็มองไม่ออก

ส่วนคนร้ายที่ไม่ได้เล็งเหยื่อ สามารถสังเกตได้ง่ายกว่า เช่น เดินผ่านวงเหล้า และมีคนเดินตามหลังมา ต้องเอะใจแล้วว่าคนนี้ไม่ได้มาดีแล้ว ซึ่งมองออกได้ชัดเจน หากรู้จักสังเกตระมัดระวัง ไม่เผลอตัวจนเกินไป

ท้ายที่สุดนี้ ร.ต.อ.ประดิษฐ์ ฝากไว้ด้วยว่า “อยากให้เด็กหรือผู้หญิงระมัดระวังตัว สังเกตดูคนรอบข้าง อย่าเปิดโอกาสให้คนร้ายเข้ามาใกล้ชิด ขณะเดียวกันก็ต้องไม่เดินเข้าไปสู่โอกาสของคนร้ายด้วย อย่าไว้ใจคนให้มากเกินไป รวมทั้งการคบคนทางอินเทอร์เน็ตต้องระวังอย่างมาก อาจนำไปสู่เหตุไม่คาดคิดได้”