วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พาสต้าซูกินี่แครอทปลาสลิดผัดพริก

การได้เข้าครัวทำอาหารอร่อยๆ ให้ครอบครัวและเพื่อนๆ ได้รับประทาน ถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งของคนที่รักและชอบการทำอาหาร เช่นเดียวกับ คุณฝ้าย-ทิพย์วรรณ พร้อมพันธุ์ นอกจากเป็นความสุขแล้ว ยังช่วยปลดปล่อยจากเรื่องเครียดๆอีกด้วย เสมือนได้อยู่ในห้องทดลอง Food Lab ลองผิดลองถูกในการทำอาหารสูตรใหม่ๆ ที่คิดขึ้นด้วยใจรัก โดยคุณฝ้ายเริ่มต้นการเป็นเชฟมืออาชีพแบบจริงจัง หลังเรียนจบปริญญาโท ด้านบริหารธุรกิจ จาก Purdue University, Indianapolis สหรัฐอเมริกา โดยตัดสินใจไปเข้าคอร์สเรียนทำอาหารที่ International Culianry Center, นิวยอร์ก และกลายเป็นจุดเปลี่ยนไลฟ์สไตล์จากสาวทำงานออฟฟิศ สู่การเป็นเจ้าของธุรกิจร้านอาหาร The Girl and The Pig ที่ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ในทุกวันนี้อีกด้วย

คุณฝ้าย เล่าว่า ความชอบการทำอาหารของเธอ ได้แรงจูงใจจากคุณแม่ ซึ่งเป็น Super chef ในใจของเธอ คุณแม่เป็นคนที่ทำอาหารอร่อยมาก จะทำกับข้าวเกือบทุกวัน จึงทำให้เธอชอบเข้าครัวช่วยคุณแม่ทำอาหารตั้งแต่เด็กๆ จนโต คุณแม่จะชอบสรรหาเมนูที่มีประโยชน์และอร่อยมาทำให้ลูกกินเสมอ และทุกครั้งที่เพื่อนๆได้มีโอกาสชิมรสมือคุณแม่ จะมีแต่รอยยิ้มของความสุข เราค่อยๆซึมซับความรู้สึกนี้มาจนโต ทำให้เราอยากทำอาหารให้คนอื่นได้อิ่มอร่อยและมีสุขภาพดีเหมือนอย่างที่คุณแม่เคยทำบ้าง จึงลองลงมือทำให้คนใกล้ชิดได้ลองชิม ผลลัพธ์ที่ได้คือรอยยิ้มของคนที่ได้กินอาหารฝีมือเรา ซึ่งทำให้เรารู้สึกอิ่มใจ

วันนี้คุณฝ้ายจึงแนะนำเมนู พาสต้า+ซูกินี่+แครอท+ปลาสลิดผัดพริก ซึ่งมีที่มาจากคนในครอบครัวชอบรับประทานปลาสลิด จึงลองคิดหาเมนูแปลกใหม่ ที่รสไม่จัดจนเกินไป แต่ยังคงความกลมกล่อมของอาหารอิตาเลียน เลยคิดถึงการทำพาสต้าผัดเผ็ดแบบอิตาเลียนดั้งเดิม ที่ใช้พริกแห้งผัดกับน้ำมันมะกอก แต่ความพิเศษจานนี้อยู่ที่การเพิ่มความซับซ้อนในรสชาติ ด้วยการใช้กุ้งแห้งป่นผสมลงไปในพริกแห้ง เพื่อให้เกิดพริกที่ผัดมีความหอมยิ่งขึ้น และเพื่อสุขภาพที่ดีจึงไม่อยากให้ทานแป้งเยอะ ก็เลยนำซูกินี่กับแครอทมาหั่นเป็นเส้นๆ แทนการใช้เส้นพาสต้าทั้งหมด ที่สำคัญ ซูกินี่ ขึ้นชื่อว่าเป็นวัตถุดิบ Low calories, มีวิตามิน B6 และโพแทสเซียม ที่มีประโยชน์ต่อการทำงานของสมองและร่างกาย ส่วนแครอทก็อุดมไปด้วย เบต้าแคโรทีน สารต่อต้านอนุมูลอิสระ ทั้งรสสัมผัสของซูกินี่และแครอท จะให้ความกรุบกรอบและ
ความหวานในตัว ผนวกกับรสเค็มจากเนื้อปลาสลิดทอดกรอบ และรสหวานหอมจากหอมหัวใหญ่ที่นำลงไปเจียวแบบที่ไม่ต้องเติมน้ำตาล อีกทั้งรสเปรี้ยวจากมะนาวซีก ช่วยเพิ่มรสชาติความกลมกล่อมของอาหารได้อย่างครบรส ส่วนเส้นพาสต้า แนะนำให้เลือกใช้เส้นสดมาต้มเพื่อให้มีความนุ่มหนึบและซึมซับรส- ชาติส่วนผสมอื่นๆ ได้ดียิ่งขึ้น

เครื่องปรุง : ปลาสลิดทอดกรอบแกะเนื้อ ตามชอบ/เส้นพาสต้า เฟตตูชินี่ ครึ่งกำมือ/ น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ/กระเทียมสับ 1 ช้อนชา /หอมหัวใหญ่ หั่นเต๋า 50 กรัม/แครอท หั่นเป็นเส้นบาง 80 กรัม/ซูกินี่ หั่นเป็นเส้นบาง 80 กรัม /มะกอกดำ หั่นครึ่งตามยาว 7-8 ลูก/พริกแห้งผสมกุ้งป่นในน้ำมันมะกอก 1-2 ช้อนชา/ใบทารากอนสด 5-6 ใบ (หากไม่มีสามารถทดแทนด้วยอิตาเลียนพาสลี่ย์สับ สามารถหาซื้อได้จากซุปเปอร์มาร์เกตทั่วไป)/อิตาเลียนพาสลี่ย์สับ โรยหน้าเพื่อตกแต่งเลมอน 1 ซีก/เกลือ และ พริกไทยดำป่น ตามชอบ...วิธีทำ 1) ต้มเส้นเฟตตูชินี่ หรือเส้นพาสต้าชนิดใดก็ได้ ตามที่ชอบ 2) ตั้งกระทะให้ร้อน ใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันมะกอก แล้วจึงใส่กระเทียมสับและหอมหัวใหญ่สับ พร้อมกัน ผัดจนหอมหัวใหญ่เริ่มมีสีใส จึงใส่แครอทที่หั่นเป็นเส้นลงไป ผัดต่อประมาณ 1 นาที แล้วจึงใส่ซูกินี่หั่นเป็นเส้น แล้วผัดต่ออีก 1 นาที 3) จากนั้น ใส่เส้นพาสต้าที่ต้มสุกและมะ-กอกดำลงไป เติมซอสพริกแห้ง ผัดต่อเร็วๆ คนจนเข้ากัน ต้องใช้การผัดที่เร็ว เนื่องจากเส้นพาสต้า ถ้าสุกเกินไปอาจจะเละได้ 4) ใส่เนื้อปลาสลิดที่แกะแล้ว เกลือและใบทารากอน ผัดให้เข้ากัน แล้วปิดไฟ ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ 5) โรยหน้าด้วยพาสลี่ย์สับและบีบเลมอน คลุกเคล้าก่อนรับประทาน เพื่อให้มีรสเปรี้ยว ตัดกับรสเค็มของปลาสลิด

เคล็ดลับ ปลาสลิด มีความเค็มต่างกัน จึงควรล้างให้สะอาด ด้วยน้ำ 2-3 รอบ และถูด้วยมะนาวผ่าซีก เพื่อป้องกันกลิ่นคาวและปลาที่มีรสเค็มจนเกินไป แล้วนำมาพักไว้ ก่อนทอด ส่วนพริกแห้งผสมกุ้งป่นในน้ำมันมะกอก ผัดกุ้งแห้งป่น 1 ส่วน พริกแห้งป่นเกล็ดใหญ่ 1 ส่วน และน้ำมันมะกอกเข้าด้วยกันจนหอม สามารถทำเก็บไว้ใส่กระปุกในตู้เย็น เพื่อใช้เพิ่มรสชาติ สำหรับจานผัด อย่างอื่นได้.