วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พายุถล่ม ฝนหนัก มหาอุทกภัย ใครผวาต้องอ่าน เปิดแผนจัดการน้ำ เอาอยู่-ไม่อยู่!?

เมื่อเร็วๆ นี้ สมิทธ ธรรมสโรช อดีต ผอ.กรมอุตุนิยมวิทยา ที่เชี่ยวชาญเรื่อง “ภัยพิบัติ” ได้ออกมาเตือนดังๆ ว่า “อย่าประมาท ปีนี้ “อาจจะ” มีพายุเข้าไทย 3-4 ลูก ฝนตกหนัก และอาจจะเกิดเหตุการณ์ “มหาอุทกภัย” เหมือนตอนปี 2554 จึงอยากฝากบอกกับผู้ที่ดูแลเขื่อน ควบคุมปริมาณน้ำที่เก็บกักอยู่ว่าควบคุมให้ดี

จิ้งจกทักยังต้องฟัง แล้วนี่ ดร.สมิทธ เชียวนะ จะไม่ฟังกันหรือ แต่น้ำจะท่วมหนักหรือไม่ ก็มีปัจจัยหลายอย่าง ฝนบนฟ้า น้ำในเขื่อน การบริหารจัดการของคน เป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้จึงต้องถามหนึ่งในฟันเฟืองบริหารจัดการน้ำของสยามประเทศ นั่นก็คือ สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน

นายเลิศชัย ศรีอนันต์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน บอกกับ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ว่า จากการประชุมเมื่อวัน 17 ก.ค.ที่ผ่านมา เรากำลังจับตาพายุตาลัส ที่เป็นพายุโซนร้อนและจะกลายเป็นดีเปรสชัน ซึ่งเมื่อวานนี้มีปริมาณฝนจำนวนมาก ตกที่ จ.น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ โดยเฉพาะที่ จ.น่าน และ อุตรดิตถ์นั้น หลังฝนตกแล้วจะมีน้ำไหลหลากลงมา ซึ่งปัจจุบันถือว่าเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เพราะ “มาเร็ว ไปเร็ว”

เมื่อเร็วๆ นี้ ดร.สมิทธ คาดการณ์ว่าอาจจะมีพายุเข้าไทยอีก 3-4 ลูกนั้น เรื่องนี้มีแผนรับมือหรือไม่ นายเลิศชัย กล่าวว่า เรื่องการคาดการณ์สภาพอากาศปัจจุบัน เราต้องอ้างอิงกับกรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร มีการคาดการณ์ว่า น่าจะมีพายุเข้าประเทศไทย 1-2 ลูก โดยลูกแรกที่จะเข้ามาก็เป็นช่วงเดือนนี้ ประมาณกรกฎาคม-สิงหาคม ซึ่งจะเข้าทางตอนบนของประเทศ ส่วนอีก 1 ลูก น่าจะมาทางภาคใต้

“ส่วนปริมาณน้ำในเขื่อนปัจจุบันทั่วประเทศ จะเฉลี่ยอยู่ประมาณ 56 เปอร์เซนต์ สามารถลองรับน้ำได้อีก 44 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ การจัดการของกรมชลประทาน จะพิจารณาดูว่า หากมีเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำไหน อยู่ในเกณฑ์ควบคุม ก็จะทำการเร่งระบายออก ดังเช่น เขื่อนป่าสักฯ เพื่อเตรียมพื้นที่เหนือเขื่อนในการรับน้ำ นอกจากนี้ ในลำน้ำสายต่างๆ เราได้สำรวจพบว่ามีปริมาณน้ำ 30-50% เท่านั้น สามารถรับน้ำได้อีก”

การจัดการของกรมชลประทานเอง ตอนนี้มีเครื่องไม้เครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำอย่างครบครัน ดังนั้น “เชื่อว่าปัญหาการน้ำท่วมหนักๆ คงไม่มี”

โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์แบบปี 54 มีแค่ไหน ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน กล่าวเสียงหนักแน่นว่า “คงไม่มีครับ เพราะเรามีเครื่องไม้เครื่องมือ และเราก็มีการบริการจัดการด้วยการประสานงานกับทุกหน่วยงานแบบบูรณาการ นอกจากนี้ ทางภาครัฐยังสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้าง ซ่อมแซม คันกั้นน้ำ ในเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งปัจจุบันนี้ คันกั้นน้ำยังสูงกว่าของเดิม 50 ซม. ถึง 1 เมตร

“ต่อให้มีฝนตกหนัก ปริมาณน้ำไหลมาเหมือนปี 54 ก็เอาอยู่ เพราะสภาพที่เผชิญในปัจจุบันไม่เหมือนกัน เพราะลำน้ำสายต่างๆ มีน้ำสะสมไม่มาก น้ำในเขื่อนก็มีน้อย ถ้าฝนตกหนักเท่าปี 54 เขื่อนต่างๆ สามารถรับได้หมด เพราะมีระบบบริหารจัดการและป้องกันได้ดีกว่าปี 54”

ปัจจุบันการดูแลบริหารจัดการเขื่อนและน้ำทั่วประเทศ จะมีอยู่ 2 หน่วยงาน นั่นก็คือ กรมชลประทาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ซึ่งทุกวันจันทร์ เราจะมีการประชุมอนุกรรมการติดตามสถานการณ์น้ำ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวกับน้ำร่วมประชุมอีก 10 หน่วยงาน

น้ำที่อยู่บนฟ้า ได้มีการวิเคราะห์โดยมี กรมอุตนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร ได้มาให้ข้อมูลเรื่องสภาพอากาศ ฝนจะตกมากน้อยแค่ไหน

น้ำที่อยู่บนดิน จะมีการ กฟผ. กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมโยธาธิการและผังเมือง และ กทม. ช่วยกันน้ำข้อมูลมาวิเคราะห์การบริหารจัดการ ต้องคาดการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

น้ำในทะเล ได้มีกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ จะมีการวิเคราะห์น้ำทะเลจะขึ้นหรือลงเมื่อไหร่ แบบใด

“ดังนั้น การบริหารจัดการน้ำ ที่มีความเป็นห่วงว่าจะไม่ต่อเนื่องสอดคล้องนั้น ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะเราได้บูรณาการการทำงานกันอยู่แล้ว ดังนั้น ขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวล หากมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ก็จะมีหน่วยงานที่พร้อมจะแจ้งไปยังประชาชนได้รับทราบอยู่แล้ว”