วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศาลตัดสินคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา คาดรู้ผล ‘โกโต้ง-พล.ท.มนัส’ ช่วงหัวค่ำ

เจ้าหน้าที่คุมตัว โกโต้ง อดีตนายก อบจ.สตูล-พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก จำเลยสำคัญคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา พร้อมพวกอีก 101 คน ฟังคำพิพากษาศาลอาญา คาดรู้ผลการพิจารณาคดีช่วงหัวค่ำวันนี้

เมื่อเวลา 08.30 น. วันนี้ 19 ก.ค.60 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก องค์คณะผู้พิพากษาแผนกคดีค้ามนุษย์ในศาลอาญา เริ่มอ่านคำพิพากษาคดีค้ามนุษย์โรฮิงญา หรือโรฮีนจา หมายเลขดำ คม.19, 27, 28, 29, 32, 35, 36, 40, 41, 47, 63/2558 รวม 11 สำนวน ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายบรรจง หรือจง ปองพล จำเลยที่ 1, นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือโกโต้ง หรือเสี่ยโต้ง อดีตนายก อบจ.สตูล จำเลยที่ 29, พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก จำเลยที่ 54, กลุ่มตำรวจกับพลเรือน เป็นจำเลย รวม 103 คน

ซึ่งอัยการได้ทยอยฟ้องจำเลยตั้งแต่เดือน ก.ค.58 ในความผิด 16 ข้อหา ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ฯ มาตรา 4, 6, 7, 9, 10, 11, 52, 53/1, ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์การอาชญากรรมข้ามชาติ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 มาตรา 3, 5, 6, 10, 25, ร่วมกันหรือนำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร หรือช่วยเหลือบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 63, 64, พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 4, 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหาย ตามประมลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 270, 309, 312, 312 ทวิ, 312 ตรี, 313, 320, 371 โดยการกักขังควบคุมตัวชาวเมียนมา และชาวบังกลาเทศ ซึ่งเป็นต่างด้าวในแคมป์ บริเวณเทือกเขาแก้ว เพื่อบังคับใช้แรงงานลักษณะการค้ามนุษย์นั้น ได้มีการทำร้ายร่างกายซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งคดีนี้ได้มีการโอนคดีจากศาลนาทวี มาพิจารณาคดีที่แผนกคดีค้ามนุษย์ของศาลอาญา เมื่อวันที่ 10 ต.ค.58 ที่ผ่านมา ซึ่งคดีนี้มีผู้เสียหายได้เข้าเป็นโจทก์ร่วมด้วย และได้ยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายในทางแพ่ง ซึ่งฝ่ายจำเลยได้โต้แย้งคัดค้านประเด็นแพ่งว่า จำเลยมิได้กระทำผิดจึงไม่จำเป็นต้องชดใช้ โจทก์ร่วมจึงไม่อาจเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งได้

อย่างไรก็ตาม ระหว่างพิจารณา นายสุรียา หรือโกชัย อาฮะหมัด หรืออาหะหมัด (จำเลยที่ 26 เสียชีวิต) ปัจจุบันจึงเหลือจำเลยที่รอพิพากษา 102 คน

โดยตลอดพิจารณาคดีตั้งแต่ ปี 2558 จำเลยทั้งหมดไม่ได้รับการประกันตัว ซึ่งการฟ้องคดีอัยการก็ได้คัดค้านการให้ประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่ร้ายแรงและมีอัตราโทษสูงถึงประหารชีวิต ชั้นพิจารณาจำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี ซึ่งศาลทำการไต่สวนพยานรวม 116 นัดต่อเนื่องตั้งแต่เดือน มี.ค.59 เดือนละ 8 วัน โดยไม่มีการเลื่อนคดี หรือยกเลิกนัด ขณะที่การสืบพยานฝ่ายจำเลยได้มีการร้องขอให้พิจารณาคดีลับสำหรับพยานจำเลยบางปากด้วยที่ต้องเบิกความในข้อเท็จจริงซึ่งเป็นประเด็นเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศชาติ ซึ่งศาลอนุญาตให้มีการพิจารณาเป็นการลับโดยให้มีเพียงคู่ความ ทนายความ กับเจ้าหน้าที่ศาลอยู่ในห้องพิจารณาและมีความจำเป็นต้องตัดสัญญาณทีวีวงจรปิดถ่ายทอดการพิจารณาด้วยกระทั่งศาลไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้ายเมื่อวันที่ 24 ก.พ.60 ที่ผ่านมา และให้ฝ่ายจำเลยที่ประสงค์จะยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษรยื่นต่อศาลภายใน 30 วันนับแต่คดีเสร็จการพิจารณา 24 ก.พ. ซึ่งคดีนี้โจทก์นำพยานไต่สวน 98 ปาก และจำเลย 111 ปาก และพยานเอกสารทั้งสองฝ่าย

ซึ่งวันนี้ศาลได้เบิกตัวจำเลยทั้งหมดมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อมาฟังคำพิพากษา โดยมีญาติจำนวนมากร่วมให้กำลังใจ ซึ่งศาลได้แยกให้ญาติร่วมฟังคำพิพากษาที่ห้อง 701 ซึ่งมีการต่อสัญญาณทีวีวงจรปิดถ่ายทอดภาพและเสียงการอ่านคำพิพากษาจากห้องพิจารณา 704 ที่ให้เฉพาะจำเลย 103 คนกับทนายความอยู่รวมเท่านั้น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ทั้งนี้เพื่อการรักษาความปลอดภัยและความเรียบร้อยบริเวณศาล เนื่องจากคดีมีจำเลยและทนายความจำนวนมาก ซึ่งอาจเกิดความวุ่นวายได้หากให้ญาติร่วมนั่งฟังในห้องเดียวกับพวกจำเลย

องค์คณะแผนกคดีค้ามนุษย์ในศาลอาญา ได้ใช้เวลาอ่านคำพิพากษาช่วงแรก ตั้งแต่ 08.30 น. ถึง 11.00 น. ซึ่งได้มีการพิเคราะห์พยานบุคคลฝ่ายโจทก์ ที่เป็นผู้เสียหายรวม 36 ปาก ซึ่งถือเป็นประจักษ์พยานและกลุ่มเจ้าหน้าที่ซึ่งได้มีการเบิกความถึงรายละเอียดลักษณะการทำหน้าที่ของจำเลยแต่ละคนว่าใครเป็นผู้คุมแคมป์ ที่เรียกว่าบิ๊กบอส ใครเป็นเจ้าของแคมป์ ซึ่งกักขังคนต่างด้าวชาวเมียนมาและบังกลาเทศบริเวณเทือกเขาแก้ว ก่อนที่จะส่งต่างด้าวผ่านไปยังประเทศมาเลเซีย ใครเป็นผู้คุมเสบียง น้ำ อาหาร ใครเป็นคนทำร้ายร่างกาย ใครเป็นคนห้ามใช้โทรศัพท์ออกไปภายนอก โดยข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าที่แคมป์นั้นจำกัดอาหารและน้ำซึ่งไม่เพียงพอต่อคนต่างด้าว และระหว่างนั้นที่ถูกควบคุมตัวห้ามใช้โทรศัพท์โทรหาญาติมิเช่นนั้นจะถูกทำร้าย และถูกขู่จะฆ่า และหากออกไปจากแคมป์ก็ขจะถูกจับตัวกลับมา ซึ่งผู้เสียหายก็เคยถูกทำร้ายเมื่อขออาหารและน้ำเพิ่มโดยระหว่างที่ถูกควบคุมตั้งในแคมป์ ก็ไม่ใดรับจ้างใดๆ โดยศาลเชื่อว่าพยานแต่ละคนได้ให้การตามข้อเท็จจริงที่ประสบและรับรู้มา ซึ่งยากที่จะปั้นแต่งรายละเอียด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จนถึงเวลา 11.00 น. องค์คณะผู้พิพากษาคดีค้ามนุษย์ในศาลอาญา ได้พิเคราะห์พยานหลักฐานในคดีมาถึงจำเลยกลุ่มผู้บริหารท้องถิ่น ประกอบไปด้วย นายบรรณจง หรือจง ปองผล อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ จำเลยที่ 1, นายอ่าสัน หรือหมู่สัน หรือบังสัน อินทธนู อดีตสมาชิกสภาเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ จำเลยที่ 2, และ นายประสิทธิ์ หรือเดช หรือบังเบส หรือบังเค เหล็มเหล๊ะ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลปาดังเบซาร์ จำเลยที่ 6

ซึ่งศาลเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์รับฟังได้ว่า จำเลยเป็นขบวนจัดหาแรงงานในพื้นที่ ต.ปาดังเบซาร์ จ.สงขลา โดยการกระทำนั้นเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ต่อบุคคลที่อายุ 15-18 ปี และมีส่วนร่วมองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งจำเลยเป็นผู้บริหารท้องถิ่นถือเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ที่ต้องรับโทษ 2 เท่า

โดยระหว่างการอ่านคำพิพากษาจนถึงเวลา 13.00 น. ศาลยังได้พิเคราะห์ถึงพฤติการณ์จำเลยอีกกลุ่ม ที่เป็นผู้ขนส่งแรงงานและเป็นผู้ดูแลเส้นทางโดยพยานหลักฐานโจทก์ พบความเชื่อมโยงระหว่างจำเลย ซึ่งมีการใช้โทรศัพท์ติดต่อกัน แม้จำเลยบางคนจะต่อสู้อ้างว่ารับจ้างขนส่งสินค้าไม่ทราบว่ามีการขนส่งแรงงานโรฮีนจานั้น ก็เป็นข้ออ้างเลื่อนลอยเนื่องจากมีหลักฐานตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ เมื่อจำเลยมีความเชื่อมโยงกันก็ย่อมจะรับรู้ถึงเหตุการณ์

เมื่อศาลได้อ่านคำพิพากษายาวนานมาจนถึง 4 ชั่วโมง ซึ่งเริ่มตั้งแต่เวลา 08.30 น. แล้วองค์คณะผู้พิพากษาฯ ได้สั่งพักการอ่านคำพิพากษา 30 นาที เพื่อให้จำเลย ทนายความ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้พักกินข้าว โดยเริ่มอ่านคำพิพากษาอีกครั้ง เวลา 13.00 น. ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้มีการพิเคราะห์กลุ่มอดีตนายทหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตกเป็นจำเลยร่วมรวม 6 คน ซึ่งมีจำเลยสำคัญ อาทิ พล.ท.มนัส คงแป้น จำเลยที่ 54 /นายปัจจุบัน หรือโกโต้ง อังโชติพันธุ์ อดีตนายก อบจ.สตูล จำเลยที่ 29.