บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เสี่ยรับซื้อมะขามถูกตุ๋นเงินเกือบล้าน ชี้มีลูกตำรวจพัวพัน หวั่นคดีไม่คืบ

เสี่ยรับซื้อมะขามเปียกเมืองเพชรบูรณ์ ร้องสื่อ ถูกมิจฉาชีพตุ๋นเงินเกือบล้าน ชี้มีลูกชายนายตำรวจ สภ.ดอกคำใต้ พัวพัน หวั่นคดีไม่คืบ

วันที่ 19 ก.ค.60 นายพชร กุลเศรษฐโสภณ อายุ 46 ปี ชาว ต.หล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เจ้าของห้องเย็น “กอย่งเชียง” รับซื้อมะขามเปียก ได้เข้าพบ ร.ต.อ.พิชิต บุญหลาย พนักงานสอบสวน สภ.หล่มสัก เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีถูกแก๊งต้มตุ๋นหลอกขายมะขามเปียกเป็นเงินเกือบหนึ่งล้านบาท และผู้ต้องสงสัยเป็นลูกนายดาบตำรวจ สภ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา 

ทั้งนี้นายพชร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 เม.ย.60 มีชายคนหนึ่งชื่อนายโอมโทรศัพท์เข้ามาและอ้างว่ามีมะขามเปียกขายให้ ต่อมาวันที่ 26 ก.ค.60 ได้มีการเจรจาซื้อขายมะขามเปียกในปริมาณ 18 ตัน ราคากิโลกรัมละ 37 บาท และอ้างว่าสต๊อกมะขามเปียกจำนวน 20 ตัน ที่มีนั้น อยู่ในห้องเย็นของเจ๊หมวย ที่ อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ตนจึงใช้รถบรรทุกเดินทางไปติดต่อขึ้นสินค้าและโอนเงินให้นายโอมไปเกือบ 7 แสนบาท บัญชีธนาคารกรุงเทพ สาขาเด่นชัย เลขที่บัญชี 4340334558 ทราบภายหลังชื่อนายอธิปัตย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี อาศัยอยู่ใน ต.บ้านถ้ำ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา 

แต่หลังจากโอนเงินเสร็จ เจ๊หมวย ไม่ยอมปล่อยให้รถบรรทุกนำมะขามเปียกไปและอ้างว่ายังไม่ได้รับชำระเงินค่ามะขามจากนายโอมเลย ตนจึงสอบถามเจ๊หมวย ทราบว่า ก่อนหน้านี้มีนายโอมโทรศัพท์มาติดต่อขอซื้อมะขามเปียกในราคากิโลกรัมละ 52 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าท้องตลาดพร้อมอ้างว่าจะให้ตนซึ่งเป็นเพื่อนกับนายโอมเป็นคนมารับสินค้า พร้อมกำชับเจ๊หมวยว่าห้ามบอกราคาให้ตนทราบเพราะไม่อยากให้รู้ราคา ตนจึงรีบโทรศัพท์ไปหานายโอมก็ติดต่อไม่ได้จึงรู้ตัวว่าโดนแก๊งต้มตุ๋นเสียแล้วจึงรีบเดินทางมาแจ้งความกับ ร.ต.อ.พิชิต บุญหลาย พนักงานสอบสวน สภ.หล่มสักทันที

นายพชร เล่าต่อว่า หลังแจ้งความแล้ว ตนได้พยายามติดต่อขอภาพจากกล้องวงจรปิดจากธนาคารกรุงเทพ สาขาเทสโก้โลตัสสาขาย่อยจังหวัดแพร่ที่คนร้ายไปเบิกเงิน แต่ผู้จัดการธนาคารได้บ่ายเบี่ยงนานนับเดือน และเดินทางไปถึง 3 ครั้งกว่าจะได้ภาพคนร้ายมาได้ จากนั้นตนจึงจ้างคนออกติดตามเองจนทราบว่าเจ้าของบัญชีเป็นบุตรชายของนายดาบตำรวจนายหนึ่งของ สภ.ดอกคำใต้ จึงเดินทางไปขอพบทั้งสองคนพ่อลูก แต่นายอธิปัตย์อ้างว่าทำบัตรประชาชนหายไม่รู้ไม่เห็น ร้อยเวรฯเจ้าของคดีก็อ้างหน้าตาไม่เหมือนและไม่ยอมออกหมายจับให้ ตนจึงเข้าร้องเรียนกับนายตำรวจระดับสูงในพื้นที่และร้องขอให้นำตัวนายอธิปัตย์ไปบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดที่ธนาคารเกิดเหตุเพื่อมาเทียบเคียงเมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีลักษณะเหมือนกันมาก โดยรู้สึกแปลกใจมากที่ตำรวจออกหมายจับเป็นชายไม่ทราบชื่อตามภาพถ่าย ทำให้รู้สึกว่าไม่แน่ใจการทำงานของตำรวจว่าจะติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีได้หรือไม่ทั้งที่หลักฐานหรือข้อมูลต่างๆ หรือภาพถ่ายตนเองก็ต้องเป็นผู้ไปติดตามสืบหามาให้เองทั้งหมด ส่วนตำรวจเจ้าของคดีได้แต่นั่งรอรับอย่างเดียว อีกทั้งผู้ต้องสงสัยเป็นลูกตำรวจจึงมาร้องขอความเป็นธรรมจากสื่อมวลชนให้ช่วยเหลือ