วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โฆษกอัยการ แจง ดำเนินคดี 2 ข้อหา 'เณรคำ' โยน DSI ดู ยังเป็นพระหรือไม่ (คลิป)

โฆษกอัยการสูงสุด แจง คดีเณรคำ กลับถึงไทยดึกคืนนี้ เร่งดำเนินคดี 2 ข้อหา พรากผู้เยาว์ทำอนาจาร กับ ฉ้อโกง ปชช. ไม่ทราบเหตุผลผู้ต้องหาไม่ขออุทธรณ์ โยนดีเอสไอดู ยังเป็นพระอีกหรือไม่

วันที่ 19 ก.ค. เรือโทสมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และนายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการ สำนักงานต่างประเทศ เปิดแถลงกับสื่อมวลชน กรณีคดีของเณรคำ หรือ นายวิรพล สุขผล อดีตประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จังหวัดศรีสะเกษ ผู้ต้องหาคดีพรากผู้เยาว์ กระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ฉ้อโกงประชาชน และฟอกเงิน เป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย ว่า ภายหลังศาลชั้นต้นรัฐบาลกลางแห่งแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มีคำสั่งให้ส่งตัวเณรคำ กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย โดยเจ้าตัวไม่ได้ขออุทธรณ์ใดๆ

โดยได้นำตัวขึ้นเครื่องจากสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ตี 3 ของเมื่อคืนนี้ โดยเที่ยวบิน TG 677 และจะเดินทางถึงไทย ในช่วงกลางดึกของ คืนวันที่ 19 ก.ค. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยทางดีเอสไอได้จัดชุดไปรับเณรคำกลับมาที่สำนักงานดีเอสไอ และส่งตัวสั่งฟ้องต่ออัยการ เพื่อยื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญาทันที ในวันพรุ่งนี้ โดยไม่ต้องขอฝากขังระหว่างสอบสวน เพราะขณะนี้คดีมีพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว ส่วนอัยการจะแยกฟ้องเป็นรายคดี หรือขอรวมให้เป็นการพิจารณาคดีเดียวกัน เนื่องจากเป็นคดีเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพัน และมีผู้กระทำความผิดรายเดียวกัน

สำหรับคดีของเณรคำ ทางพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ดำเนินคดีกับเณรคำ 2 คดี เรื่องเพศ และฐานฉ้อโกง คือ 1. พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร / พาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่ออนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม / กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม / และกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และพาไปเพื่อการอนาจาร 2. ข้อหาฉ้อโกงประชาชน ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เเละความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันเเละปราบปรามการฟอกเงิน โดยศาลอาญาได้ออกหมายจับในปี 2556

ทั้งนี้ เมื่อความผิดชัดเจนแล้ว พนักงานสอบสวนจึงได้ส่งสำนวนมาที่พนักงานอัยการพิจารณา กระทั่งมีความเห็นควรสั่งฟ้อง เณรคำ ผู้ต้องหาทั้งสองคดี ตามที่ดีเอสไอเห็นควรสั่งฟ้อง หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการออกหมายจับ แต่ปรากฏว่า หลวงปู่เณรคำ หนีออกนอกประเทศไปอยู่สหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นพนักงานอัยการจึงดำเนินการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน กลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมา ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติตามหลักสากลทุกกระบวนการ

นายอำนาจ เปิดเผยถึงระยะเวลาการส่งตัวผู้รายข้ามแดนว่า ที่ผ่านมาใช้เวลานานหรือไม่ ในการนำตัวคนร้ายกลับมาในไทย ซึ่งความจริงต้องดูในกระบวนการขั้นตอนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนของประเทศปลายทางด้วย ว่ามีความยุ่งยากเพียงใด แต่ที่ผ่านมาทุกหน่วยงานก็ได้ประสานความร่วมมือเป็นอย่างดี

ส่วนประเด็นที่ เณรคำ ไม่ขออุทธรณ์นั้น ตนก็ไม่ทราบเช่นเดียวกันว่าเพราะเหตุใดที่เณรคำไม่ขออุทธรณ์ ส่วนหลังจากนี้ เณรคำ จะเป็นพระอีกหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับทางดีเอสไอเป็นคนชี้แจง.