บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บรรษัทน้ำมันแห่งชาติอีกที

โดย หมัดเหล็ก

การประชุม ครม. เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา โฆษกรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ได้แถลงมติ ครม.เกี่ยวกับ นโยบายด้านพลังงาน เห็นชอบข้อเสนอของ กระทรวงพลังงาน ในการจัดตั้ง คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมของการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ โดยมอบให้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับกิจการปิโตรเลียมแต่อย่างใด

ประเด็นนี้จึงเป็นที่น่าแปลกใจไม่น้อย

ในหลักการแล้ว การที่หน่วยงานกลางที่ปราศจากอคติและมีความรู้ความสามารถในแต่ละเรื่อง เข้ามาจัดทำกรณีศึกษา รูปแบบของ บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ เป็นเรื่องปกติซึ่งก็มีการโฟกัสไว้ในหลายประเด็น เช่น มีความเหมาะสมกับสภาพของประเทศเวลานี้หรือไม่ จะนำประเทศย้อนยุค การพัฒนาพลังงานของประเทศเหมือนกับสมัยที่ประเทศไทยมี ปั๊มน้ำมันสามทหาร หรือไม่ น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการตั้งองค์กรที่สำคัญเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจของประเทศในเวลานี้ มากกว่าที่จะมาเดินหน้าจัดตั้ง บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ทันทีโดยไม่มีการศึกษาเรียนรู้

ไม่เช่นนั้นก็จะถูกครหาว่ามีผลประโยชน์ มีนอกมีใน มีใบสั่งจาก คนบางกลุ่มและเอ็นจีโอบางคน เพราะเรื่องทำนองนี้เคยถูกแฉมาแล้วครั้งหนึ่งจากอดีตรองนายกฯ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล กระทบชิ่งไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้นำรัฐบาลด้วย

เพราะฉะนั้นการรับฟังเสียงประชาพิจารณ์จากชาวบ้านตาม บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในยุคนี้ เมื่อ สภาพัฒน์ ได้รับมอบหมายภารกิจการจัดตั้ง บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ จะต้องดำเนินการให้รอบคอบปราศจาก กับดัก ที่คนบางกลุ่มวางเอาไว้

นโยบายพลังงานของประเทศก็จะติดหล่มจมปลักอยู่อย่างนี้

รัฐบาลต้องประกาศท่าทีให้ชัดเจนไปเลย หากผลการศึกษาออกมาว่าประเทศไทยไม่จำเป็นจะต้องมีองค์กรนี้ ก็ไม่ควรไปดันทุรังตั้ง บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ให้ได้ เพราะไม่เช่นนั้น การเดินตามความคิดของคนส่วนน้อยจะทำให้คนส่วนใหญ่ของประเทศได้รับผลกระทบไปด้วย

ที่ผ่านมารัฐบาลต้องรับลูกข้อสังเกตของ คณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม สนช. เสนอให้มีการตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเข้าไปนั่งใน คณะกรรมการปิโตรเลียม โดยตั้งบุคคลที่มาจากองค์กรภาคประชาสังคมด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ด้านการคุ้มครองสุขภาพของประชาชนและด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ล้วนแต่เป็นกลุ่มเอ็นจีโอ

รัฐก็ต้องตอบคำถามเรื่องนี้ให้ได้เช่นกัน คำว่าบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ เป็นองค์กรทางเศรษฐกิจไม่ใช่องค์กรทางสังคม ถ้าจะให้เอ็นจีโอขาประจำ ผูกขาดความถูกต้องของประเทศ ยังมองไม่ออกว่าอนาคตเศรษฐกิจของประเทศไทยจะว้าเหว่แค่ไหน

ประเทศไทยไม่ใช่สนามเด็กเล่น.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th