วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประเทศไทยในมืออาลีบาบา

กสทช. ร่วมกับ สวทช. แถลงผลสำรวจ “มูลค่าตลาดสื่อสารไทยประจำปี 2559 และประมาณการปี 2560” ที่จัดเก็บเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนที่ผ่านมา มีตัวเลขที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับ ประเทศยากจน อย่าง ประเทศไทย ที่ผลสำรวจล่าสุดของ สถาบันนิด้า ร่วมกับ เครดิตบูโร ระบุว่า คนไทยเกือบครึ่งประเทศมีรายได้ต่ำและไร้เงินออม ไม่รู้ในอนาคตจะใช้ชีวิตอยู่กับโลกดิจิทัล 4.0 กันอย่างไร

ไปดูผลสำรวจตลาดการสื่อสารไทยกันดีกว่าครับ

ภาพรวม มูลค่าตลาดสื่อสารไทยปี 2556 เติบโต 7.7% มีมูลค่า 577,329 ล้านบาท คาดว่า ปี 2560 จะเติบโตต่อเนื่องอีก 9.5% 632,120 ล้านบาท จากการใช้จ่ายด้านโมบายที่สูงขึ้น และการพัฒนาเครือข่ายขององค์กรเพื่อยกระดับเป็นองค์กรดิจิทัล

เมื่อจำแนกเป็นรายตลาดย่อยพบว่า ตลาดบริการสื่อสาร มีมูลค่าสูงกว่า อุปกรณ์

ปี 2559 ตลาดบริการสื่อสารมีมูลค่า 330,815 ล้านบาท เติบโต 6.9% คาดว่า ปี 2560 จะเติบโต 12.2% เป็น 371,011 ล้านบาท การเติบโตดังกล่าวมาจากแรงหนุนของ การเติบโตของบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทบริการที่ไม่ใช่เสียง (Nonvoice) ในปี 2559 มีมูลค่า 145,667 ล้านบาท เติบโต 35.5% และคาดว่าจะเติบโตอีก 35.2% ในปี 2560 เป็นมูลค่า 196,942 ล้านบาท

การเติบโตของบริการที่ไม่ใช่เสียง มาจากพฤติกรรมของผู้ใช้งานผ่าน OTT และ Social Media รวมถึงพฤติกรรมรับ Content บนโทรศัพท์เคลื่อนที่สูงขึ้น

ส่วน บริการอินเตอร์เน็ต และ บริการสื่อสารข้อมูล แม้จะมีการเติบโต แต่ก็อยู่ในระดับต่ำกว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ บริการอินเตอร์เน็ตปี 2559 มีมูลค่า 55,740 ล้านบาท เติบโต 4% คาดว่า ปี 2560 จะเติบโต 3.5% มีมูลค่า 57,691 ล้านบาท เป็นการเติบโตในระดับต่ำ

ผลการสำรวจยังพบว่า บริการประเภทเสียง มีแนวโน้มหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ปี 2559 ตลาดโทรศัพท์ประจำที่ติดลบ 18.9% มีมูลค่าแค่ 12,006 ล้านบาท คาดว่า ปี 2560 จะติดลบอีก 14.5% เหลือเพียง 10,265 ล้านบาท เช่นเดียวกับ โทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเสียง (Voice) ปี 2559 มีมูลค่า 95,897 ล้านบาท คาดว่าปี 2560 จะติดลบอีก 10.3% เหลือ 86,020 ล้านบาท

มูลค่าตลาดสื่อสารกว่า 6.3 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นของต่างชาติ ที่เป็น สัญชาติไทย ก็มีเพียง ทรู คอร์ปอเรชั่น เท่านั้น

โทรศัพท์ระหว่างประเทศ ก็ตายเร็วกว่าที่คาด ปี 2559 มีมูลค่า 6,960 ล้านบาท ติดลบ 32.8% คาดว่าปี 2560 จะติดลบอีก 25.7% เป็นผลจากผู้ใช้บริการสื่อสารผ่าน OTT และ Social Media ทดแทน ไปต่างประเทศสมัยนี้เขาโทรศัพท์ข้ามประเทศด้วยไลน์ และไวไฟกันแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบโทรศัพท์ระหว่างประเทศอีกต่อไป

เห็นการเติบโตของตลาดสื่อสารไทยแล้ว ผมก็ไม่แปลกใจที่ คุณแจ็ค หม่า เจ้าของ อาลีบาบา กรุ๊ป ที่ รัฐบาลไทยเชื้อเชิญให้มาลงทุนในประเทศไทย ด้วย เงื่อนไขภาษีสุดเร้าใจที่คนไทยไม่เคยได้ จนมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของจีนและของเอเชียอย่าง คุณแจ็ค หม่า ยังทนไม่ไหว ให้สัมภาษณ์ คุณสุทธิชัย หยุ่น ใน นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ว่า

ไทยเป็น 1 ใน 5 ประเทศในย่านนี้ ที่ อาลีบาบา กรุ๊ป กำลังเร่งความร่วมมือด้านดิจิทัลครบวงจรในอนาคต เราอยากช่วยให้ประเทศไทย เป็นสังคมโลกาภิวัตน์อย่างแท้จริง “ผ่านนวัตกรรมด้านดิจิทัลของอาลีบาบา กรุ๊ป” อีก 20 ปีข้างหน้า อาลีบาบา กรุ๊ป จะมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก มีผู้บริโภคทั่วโลกกว่า 2,000 ล้านคน ถึงเวลานั้นคนไทย 60 กว่าล้านคนคงเป็นเพียงเศษเสี้ยวของอาลีบาบากรุ๊ป

วันนี้ สตาร์ทอัพไทย ยังเป็น เด็กแรกเกิด ไม่รู้จะรอดได้สักกี่คน ถ้าเจอกับ ยักษ์อาลีบาบา ที่ได้รัฐบาลหนุนภาษีเต็มที่ ถ้าอยากเกิดคงต้องไปเป็น ลูกเลี้ยงอาลีบาบา

วันก่อน ไอเอ็มเอฟ ยังออกมาเตือนสติ ประเทศอาเซียนแข่งกันยกเว้นภาษี เพื่อดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติ เป็นการแข่งขันลงสู่จุดต่ำ สร้างความได้เปรียบให้เฉพาะนักลงทุน แล้ว เอสเอ็มอีสตาร์ทอัพไทยที่ยังเข้าไม่ถึงเงินทุน จะเงยหน้าอ้าปากได้อย่างไร.

“ลม เปลี่ยนทิศ”