วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทำไมคนฟิลิปปินส์นับถือคริสต์ (2)

กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย พูด “อาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการเตรียมความพร้อมสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจ” พฤหัสบดีวันนี้ 13.00-15.00 น. ที่โรงแรมดิอิมพีเรียล พัทยา จ.ชลบุรี

พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย ผบก.ปอท. พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ใน บก.ปอท. ตลอดเวลา เพื่อให้ทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปทุกวัน 19-20 ก.ค. 2560 จึงมีการอบรมเพิ่มประสิทธิภาพให้กับข้าราชการตำรวจหลายเรื่อง เช่น การวิเคราะห์อาชญากรรมไซเบอร์ พัฒนาการทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ อำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และความรู้เกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560

วันนี้ ขออนุญาตรับใช้เรื่องฟิลิปปินส์ต่อครับ กบฏฟิลิปปินส์เกิดขึ้นมา 400-500 ปีที่แล้ว เพราะต่อต้านผู้ปกครองชาวสเปนที่บังคับให้คนพื้นเมืองเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ ที่ต่อต้านแรงๆ ก็พวกกบฏในเขตกากายัน ที่เผาโบสถ์คาทอลิก ฆ่าบาทหลวง และฆ่าคนพื้นเมืองที่เปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์ตายไปจำนวนมาก นอกจากนั้น ยังมีกบฏที่เกาะโบฮอลซึ่งลุกฮือต่อต้านรัฐบาลสเปนเพื่อจะได้กลับไปนับถือตามความเชื่อของตน พวกนี้ก็ออกเผาโบสถ์ และฆ่าคาทอลิกทุกคนที่พบ

ส่วนคนฟิลิปปินส์ที่เปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์แล้ว ก็ได้รับคำสอนจากบาทหลวงและร่วมสวดภาวนาจนมีความรู้ในศาสนาอย่างมาก พอซาบซึ้งแล้ว ก็มักจะยกย่องให้บาทหลวงชาวสเปนเป็นทูตของพระเจ้า ใครทะเลาะกับบาทหลวงก็จะแพ้เพราะสิทธิของศาสนจักรเป็นสิ่งที่ผู้ใดจะละเมิดไม่ได้

แม้แต่ “ข้าหลวงใหญ่” ชาวสเปนที่ขัดแย้งกับบาทหลวง ก็ยังต้องโดนลงโทษโดยคำสั่งจากศาสนจักรให้ไปล้างบาปด้วยการไปยืนเฝ้าหน้าประตูโบสถ์ทุกวัน ที่คอของข้าหลวงใหญ่ต้องมีเชือกผูกไว้ และต้องถือเทียนที่จุดไฟไว้ในมือตลอดเวลา กิจการบ้านเมืองในฟิลิปปินส์ทุกอย่างต้องผ่านความเห็นชอบจากศาสนจักร เกิดความขัดแย้งขึ้นมาเมื่อใด พวกข้าราชการก็ต้องถูกลงโทษในข้อหาเป็นผู้ทำบาป

เชื่อไหมครับ ว่าศาสนจักรในฟิลิปปินส์สมัยก่อนมีแม้แต่ศาลเป็นของตนเอง เรียกว่า ศาลแห่งอาร์คบิชอป และมีองค์กรไต่สวนที่ยึดศรัทธาทางศาสนาเป็นหลัก ใครถูกกล่าวหาว่าเป็นคนนอกศาสนาก็ต้องมาขึ้นศาลนี้ ส่วนมากนักบวชชาวสเปนก็ต้องทำงานคู่กับนักรบชาวสเปนเช่นเดียวกัน เมื่อนักรบไปรบฆ่าฟันผู้คนและยึดดินแดนมาได้ นักบวชก็ต้องไปทำให้คนพื้นเมืองที่รอดตายกลายเป็นคริสต์ศาสนิกชนผู้ศรัทธา

คณะบาทหลวงที่เข้ามาในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ก็คือ คณะบาทหลวงฟรันซิสกันที่เข้ามาทำพจนานุกรมและเขียนไวยากรณ์ภาษาตากาล็อก คณะนี้ทำงานเปลี่ยนศาสนาของคนในมะนิลา เกซอน ลากูนา บีกอล รีซัล ฯลฯ ต่อมาก็มีคณะบาทหลวงเยซูอิด ที่มีเป้าหมายเปลี่ยนศาสนาชาวพื้นเมืองตามพื้นที่ห่างไกล รับผิดชอบพื้นที่เลย์ตี ซามาร์ โบฮอล มินดาเนา

คณะบาทหลวงโดมินิกัน หน้าที่คือ ไปสร้างชุมชนคาทอลิกแถวหุบเขากากายัน ปังกาซีนัน เกาะลูซอน และสร้างมหาวิทยาลัยซันโตโตมัส คณะบาทหลวงรีคอลเล็กต์ มีหน้าที่ไปเผยแผ่ศาสนาคริสต์ในซัมบาเลส บาตาอัน มินโดโร ปาลาวัน มินดาเนา คณะบาทหลวงเบเนดิกติน เข้ามาทีหลัง และถือเป็นคณะสุดท้ายในยุคที่สเปนปกครองฟิลิปปินส์

คนพื้นเมืองสมัยนั้นสู้แบบชาวบ้าน ในขณะที่คณะบาทหลวงสเปนแบ่งกันหน้าที่อย่างเป็นระบบ แถมมีกองทัพสเปนเป็นทัพหน้าที่ออกไปเคลียร์พื้นที่ก่อน กองทัพออกไปฆ่าพวกที่แข็งแรง หัวแข็งให้ ตายกลายเป็นผี เหลือแต่พวกหัวอ่อนปกครองง่าย เปลี่ยนศาสนาง่าย ระหว่างชาวบ้านกับกองกำลังสเปนเหมือนกระดูกคนละเบอร์ มวยคนละชั้น สู้กันไม่ได้ดอกครับ วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไป คนพื้นเมืองก็นับถือศาสนาคริสต์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

แม้จะนับถือศาสนาเดียวกันแล้ว แต่พวกสเปนก็ไม่ได้ให้คริสต์ศาสนิกชนชาวพื้นเมืองมีสถานะทางสังคมและทางศาสนาเท่าเทียมกับตน ศาสนาเป็นเครื่องมือที่ใช้หลอมจิตใจของคนมาเป็นพวกเดียวกับตน มาเป็นลูกน้องตน มารับใช้ตน คนฟิลิปปินส์สมัยนั้นจึงตกเป็นทาสทางศาสนาและวัฒนธรรมของสเปนโดยไม่รู้ตัว

จนกระทั่งสหรัฐฯ รบชนะสเปนและเข้ามาปกครองฟิลิปปินส์แทน สหรัฐฯก็ให้ชาวฟิลิปปินส์เลือกนับถือศาสนาใดก็ได้

คริสตจักรฟิลิปปินส์ที่นำโดยบาทหลวงชาวฟิลิปิโนของแท้ก็กลับมามีบทบาททางศาสนกิจ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com