วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ศิริชัย ’ออก โต้ปมร้อน-วืด ปธ.ศาลฎีกา

เปิดแถลงสื่อ ฟ้องหน.คสช. พร้อมจะชี้แจง ถูกตั้งกก.สอบ

“ศิริชัย วัฒนโยธิน” อดีตประธานศาลอุทธรณ์ แถลงข่าวชี้แจงครั้งสุดท้ายกับสื่อ หลังยื่นหนังสือ ลาออกมีผลตั้งแต่ 17 ก.ค. เผยยอมถอยทุกทางแต่อีกฝ่ายไม่เลิก ยันพร้อมชี้แจงทุกเรื่องแม้ถูกตั้งกรรมการสอบ ไม่ว่าผลออกมาอย่างไรไม่ติดใจคิดฟ้องร้องใคร ด้านโฆษกศาลระบุไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดคณะกรรมการสอบสวนวินัยอดีตประธานศาลอุทธรณ์ได้ หากพบมูลความผิดต้องดำเนินการเหมือนขณะที่ยังไม่พ้นจากตำแหน่งข้าราชการตุลาการ

กรณีนายศิริชัย วัฒนโยธิน อดีตประธานศาล อุทธรณ์ ไม่ผ่านคุณสมบัติแต่งตั้งเป็นประธานศาลฎีกา ก่อนมีการเปิดตำแหน่งที่ปรึกษาประธานศาลฎีกาเพื่อรองรับนายศิริชัย หลังพ้นจากตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์ จนนายศิริชัยต้องออกมาแถลงข่าวปกป้องชื่อเสียง ศักดิ์ศรีของตัวเองหลายครั้ง ก่อนตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกจากราชการ โดยเตรียมเปิดแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงครั้งสุดท้ายกับสื่อมวลชนทุกแขนง

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 18 ก.ค. นายศิริชัย วัฒนโยธิน อดีตประธานศาลอุทธรณ์ กล่าวว่า วันนี้ เป็นครั้งสุดท้ายที่ตนจะแถลงข่าว ทั้งนี้ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการมีผลตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค. ยอมรับมีการตั้งกรรมการสอบวินัยตนจริง สาเหตุจากที่ไม่ยอมรับตำแหน่งที่ปรึกษาประธานศาลฎีกา เป็นตำแหน่งที่ตั้งขึ้นใหม่ แต่ไม่มีศักดิ์ศรีเท่าประธานศาลอุทธรณ์ ไม่อาจเป็นประธานกรรมการศาลยุติธรรม ไม่อาจเป็นอุปนายกคนที่ 1 ของเนติบัณฑิตยสภา อีกทั้งขัดและมีปัญหาตีความตามกฎหมายพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ทุกวันนี้ตนถอยจนไม่มีที่จะยืนแล้ว ขอชี้แจงว่าการที่อนุกรรมการตุลาการมีมติ 19 ต่อ 0 เสียงไม่ให้ตนเป็นประธานศาลฎีกาเพราะไปหยิบข้อมูลจากบัตรสนเท่ห์ที่สำนักงานศาลยุติธรรมสั่งยุติเรื่องแล้วมาพิจารณา ทั้งยังเอาสำนวนที่เป็นเอกสารที่เปิดเผยไม่ได้มาพิจารณาและเรียกพยานบุคคลที่มีความเห็นขัดแย้งกับตนมาสอบ โดยไม่ยอมเปิดโอกาสให้ตนคัดค้าน

“ข่าวลือว่าผมใช้อำนาจตามใจ หรือลงโทษไม่ลงโทษใคร ไม่เป็นความจริง ประธานศาลอุทธรณ์ทำคนเดียวไม่ได้เพราะมีกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับกำหนดขั้นตอนอย่างเคร่งครัด ผมอุทิศตัวรักษาความยุติธรรม การที่ผมลงโทษนักค้ายาเสพติด แต่กลับไม่ได้รับเลือกแต่งตั้งเป็นประธานศาลฎีกา ถูกต้องหรือไม่ ที่ผ่านมาผมยอมถอย ยอมทนมาตลอด แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมเลิก ขอฝากถึงหัวหน้า คสช.ว่าจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้หรือ ทั้งที่เคยบอกว่าการดำรงตำแหน่งต้องคำนึงถึงหลักอาวุโส ผมขอฟ้องหัวหน้า คสช.ผ่านสื่อ ส่วนการตั้งกรรมการสอบสวนนั้นผมพร้อมชี้แจง ไม่ว่าผลออกมาอย่างไร ผมจะไม่ฟ้องร้องใคร เรื่องทั้งหมดผมถูกกลั่นแกล้งหรือไม่ให้คิดกันเอาเอง” นายศิริชัยกล่าว

ด้านนายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงนายศิริชัย วัฒนโยธิน อดีตประธานศาลอุทธรณ์ว่า เรื่องการแต่งตั้งบุคคลใดเป็นกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงข้าราชการตุลาการและผู้ที่ถูกสอบสวนนั้นเป็นใครถือเป็นความลับไม่อาจเปิดเผยรายละเอียดได้ ตามหลักปฏิบัติทั่วไปในการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อข้าราชการฝ่ายตุลาการ หากพบว่าไม่มีมูลความผิด เรื่องต้องมีอันยุติไป แต่หากพบความผิดทางวินัยก็ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดทางวินัยต่อไป ส่วนการปฏิบัติต่อการสอบสวนทางวินัยตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 ม.75 บัญญัติว่า ข้าราชการตุลาการผู้ใดถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง และกล่าวหาเป็นหนังสือหรือโดยผู้มีอำนาจในการดำเนินการทางวินัยของข้าราชการตุลาการ ผู้นั้นต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ แม้ภายหลังผู้นั้นจะพ้นจากตำแหน่งข้าราชการตุลาการไปแล้ว ให้ผู้มีอำนาจดำเนินการทางวินัยสอบสวนหรือพิจารณาลงโทษหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งให้เป็นไปตามหมวดนี้ได้เสมือนผู้นั้นยังไม่ได้พ้นจากตำแหน่งข้าราชการตุลาการ เว้นแต่ข้าราชการตุลาการผู้นั้นจะพ้นจากตำแหน่งเพราะตาย ส่วนวรรคสองระบุว่า ในกรณีผลการ สอบสวนตามวรรคหนึ่ง ปรากฏว่าข้าราชการตุลาการผู้นั้นกระทำผิดวินัยแต่ไม่ร้ายแรง ก.ต.จะพิจารณางดโทษก็ได้ ทั้งนี้ความคืบหน้าจะแถลงข่าวได้หรือไม่ต้องขออนุญาตจาก ก.ต. หรืออนุ ก.ต.ก่อน

มีรายงานว่า คํ่าวันเดียวกัน เว็บไซต์สำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) เผยแพร่บัญชีโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ ชั้น 4 จำนวน 40 ตำแหน่ง 1 ในตำแหน่งที่น่าสนใจมีการเสนอชื่อนายธนกฤษ์ นิติเศรณี รองประธานศาลฎีกาคนที่ 4 ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีอาวุโสรองจากประธานศาลฎีกา หลังจากนี้สำนักงานศาลยุติธรรมจะต้องส่งบัญชีรายชื่อให้อนุ ก.ต.พิจารณาเห็นชอบคุณสมบัติก่อนส่งความเห็นพร้อมมติให้ที่ประชุม ก.ต.พิจารณาตามขั้นตอน ซึ่งการประชุมอนุ ก.ต. จะประชุมในวันที่ 27 ก.ค. เพื่อพิจารณาตำแหน่งดังกล่าวพร้อมกับตำแหน่งบริหารของศาลยุติธรรมอื่นๆตามที่สำนักงานศาลยุติธรรมเสนอ