วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'แม่จำหนูได้มั้ย' สาวโหญ่โผกอดแม่ หลังพลัดพรากจากกันกว่า 30 ปี (คลิป)

ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย! สาวใหญ่นักแสดงสมทบละครจักรๆ วงศ์ๆ ทางช่อง 7 โผกอดแม่วัย 67 ปี ที่ห่างหายกันไปนานถึง 30 ปี หลังแม่ต้องย้ายเข้ามาทำกินในกทม. และยกลูกสาวให้เจ้าของไซต์ก่อสร้าง เพราะความจน ตามมาเจอกันอีกครั้งเพราะโลกโซเชียล

จากกรณีที่ เจ้าหน้าที่ชุดจัดระเบียบสังคม จ.พิษณุโลก ควบคุมตัว นางนิภา คงมา อายุ 67 ปี และนายคูณ แก้วเกษ อายุ 73 ปี ซึ่งมีพฤติกรรมเร่ร่อนขอทาน ที่บริเวณสถานีรถไฟพิษณุโลก เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 60 ที่ผ่านมา และส่งตัวเข้ารับการสงเคราะห์ที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง โดยสื่อมวลชนนำไปเสนอข่าวทางออนไลน์จนมีการนำเรื่องราวของนางนิภาไปลงในเฟซบุ๊ก โดยเฉพาะเพจชุมชนคนศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย

ทั้งนี้ มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ พี่เอ๋ บ้านเอื้อ ซึ่งเป็นนักแสดงสมทบ สังกัดค่ายสามเศียรจำกัด ของ บริษัท จ๊ะทิงจา แสดงตนในเฟซบุ๊กว่า นางนิภา เป็นมารดาของตนเองที่พลัดพรากจากกันไปกว่า 30 ปี

ต่อมา นางสาวโชติกา เกตุสิทธิ์ อายุ 50 ปี หรือ พี่เอ๋ บ้านเอื้อ ได้เข้าพบหน้านางนิภา ผู้เป็นมารดา ถึงกับร่ำไห้ทรุดตัวลงกราบเท้า ก่อนโผเข้ากอดด้วยความดีใจและถามว่า "แม่จำหนูได้มั้ย แม่จำหนูได้มั้ย" นางนิภา ได้แต่ส่ายหน้า

กระทั่ง นางสาวโชติกา บอกว่า "หนูเรณูไง" นางนิภาจึงสวมกอดเพราะมั่นใจว่าเป็นบุตรสาวของตนอย่างแน่นอน เพราะไม่เคยบอกกับใครว่าบุตรสาวชื่อเรณู

นางสาวโชติกา เปิดเผยว่า ตนอายุได้เพียง 3 ขวบบิดาก็ถูกยิงเสียชีวิต แม่จึงพาไปอยู่ที่กรุงเทพฯ เพื่อรับจ้างทำงานเป็นจับกังในไซต์งานก่อสร้าง ด้วยความเป็นอยู่ที่ยากลำบากแม่จึงยกตนให้เป็นบุตรบุญธรรมของผู้รับเหมาก่อสร้าง ด้วยหวังว่าตนจะได้เรียนหนังสือ และระหว่างเรียนจนถึง ป.4 แม่ก็ยังแวะเวียนไปหาเป็นช่วงๆ สุดท้ายก็เงียบหายไป บอกเพียงว่าจะมาทำงานและอยู่กินกับสามีใหม่ที่ จ.พิษณุโลก

ทั้งนี้ ตนอยู่กับพ่อและแม่บุญธรรมถึงอายุ 12 ปี ก็ออกจากบ้านด้วยเหตุผลส่วนตัว และไปหางานรับจ้างตามร้านขายข้าวแกงและร้านขายก๋วยเตี๋ยว รวมทั้งเป็นคนรับใช้ตามบ้าน โดยปลีกเวลาเรียน กศน.จนจบ ม.3 แล้วเริ่มเรียนนวดแผนไทย รวมทั้งเรียนการแสดงที่ตนเองชอบ

กระทั่ง ผู้ใหญ่ในค่าย สามเศียร จำกัด เมตตาให้เป็นนักแสดงสมทบละครทางโทรทัศน์หลายเรื่อง โดยเรื่องล่าสุดที่แสดงคือ สี่ยอดกุมาร เสนอทางช่อง 7 สี แต่รายได้ก็ไม่มากมายอะไร เพียงแต่เป็นอาชีพที่ตนชอบเท่านั้น เมื่อมีเวลาว่างไม่ได้ถ่ายละครตนก็ไปรับจ้างนวดแผนโบราณตามร้านนวดที่รู้จักกัน และอยู่ในเขตสายไหมใกล้กับบ้านพัก

ปัจจุบัน ตนอยู่กินกับสามีที่ประกอบอาชีพขับแท็กซี่ ซึ่งก่อนนี้ตนกับสามีเคยมาหาแม่ที่ จ.สุโขทัย ก็เจอแต่เพียงน้าสะใภ้ไม่เจอแม่ และไม่มีใครทราบว่าไปอยู่ที่ใด ตนเลยไปขอสำเนารายการจากฐานข้อมูลทะเบียนบัตรประจำตัวประชาชน ของนางนิภา ผู้เป็นแม่ที่มีภาพถ่าย จากสำนักทะเบียน เขตสายไหมเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.50 แล้วอัดใส่กรอบไว้อย่างดี วันนี้จึงได้นำติดตัวมาด้วย

นางสีสุดา พลอยประดับ ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า เมื่อมีบุตรมาแสดงตนพร้อมเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นการแสดงหลักฐานว่า นางนิภา เป็นมารดาจริง ทางศูนย์ก็พร้อมให้รับตัวกลับไป

"วันนี้ ทำให้รู้สึกปลาบปลื้มใจที่มีส่วนทำให้แม่ลูกได้พบกัน หลังจากนี้ไปทางศูนย์ฯ คงต้องโทรศัพท์สอบถามความเป็นอยู่และอาการป่วยที่นางนิภาเป็นอยู่เป็นระยะๆ กับนางสาวโชติกา จนกว่าครอบครัวจะอยู่กันได้อย่างเป็นสุขทุกคน"