วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรมอุทยานฯ บุกตรวจสอบสำนักสงฆ์ โผล่ที่ป่าเหนือเขื่อนศรีนครินทร์

อธิบดีกรมอุทยานฯ สั่งตรวจสอบสำนักสงฆ์ โผล่ในป่าเหนือเขื่อนศรีนครินทร์ พบครอบครองไม้แปรรูป 1.22 ลบ.ม. มีสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครอง และสร้างพระใหญ่โดยไม่ได้รับอนุญาต เตรียมเพิกถอนออกจากพุทธอุทยานเหตุทำผิดเงื่อนไข...

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 ก.ค.60 นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์ุพืช สั่งการให้ นายธรรมรัช วงศ์โสภา ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) พร้อม นายฐิติ โสมภีร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ นายชาติชาย ศรีแผ้ว หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปราม ที่ 1 (ภาคกลาง) นายกิ่ง ทิพย์กล่อม หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.16 (ห้วยพลู) นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ นายชัยสิริ ชุมแสง ปลัดอำเภอศรีสวัสดิ์ ร้อยโทประเชิญ อิ้วชาวนา หน.ชป.ร้อย.รส.ที่ 1 ร.9 พัน.1 และเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ชุดที่ 1 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ร่วมนำกำลังอุทยาน ป่าไม้ ทหาร ลงพื้นที่ตรวจสอบสำนักสงฆ์พุทธสถานบุญญพลัง ตั้งอยู่ขอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ พิกัด 0541253E 165235N หมู่ 4 บ้านท่าสนุ่น ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี โดยการตรวจสอบในครั้งนี้เกิดขึ้นจากกระแสข่าวในโลกโซเชียล ที่มีการแชร์ภาพสำนักสงฆ์ โผล่ในป่าเหนือเขื่อนศรีนครินทร์ โดยการเดินทางต้องใช้เรือยนต์ลงจากท่าเรือแม่ละมุ่น ไปเป็นระยะทางประมาณ 5 กม. สำนักสงฆ์มีเนื้อที่ 20 ไร่ 2 งาน

เมื่อเดินทางถึงสำนักสงฆ์พุทธสถานบุญญพลัง พบ พระนทีกัสสปะ ศรัทธาพันธุ์ อายุ 36 ปี พระลูกวัด เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งวัตถุประสงค์ของการเข้าตรวจสอบ ซึ่งพระนทีกัสสปะ นำคณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิ่งก่อสร้าง ที่ได้แจ้งการครอบครองไว้ตามโครงการพุทธอุทยานจำนวน 8 รายการ ประกอบด้วย กุฏิพร้อมห้องน้ำ โรงครัว ศาลาปฏิบัติธรรม โรงเครื่องปั่นไฟ ฐานพระประธาน แท็งก์น้ำ พระพุทธรูป 15 เมตร และกุฏิสงฆ์อีก 3 หลัง ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบไม่พบสิ่งก่อสร้างเพิ่มเติม แต่พบว่าฐานพระประธานองค์ใหญ่ซึ่งอยู่ระหว่างกำลังก่อสร้าง มีขนาดใหญ่เกินความจำเป็นผิดเงื่อนไขของโครงการพุทธอุทยาน จึงสั่งให้ระงับการก่อสร้างไว้ก่อน

นอกจากนี้ ยังพบสัตว์ป่าคุ้มครองจำนวนมากประกอบด้วย กวางป่า 7 ตัว นกยูง 5 ตัว ตะพาบหัวกบ 7 ตัว เต่าเหลือง 2 ตัว และเหยี่ยวแดง 4 ตัว ส่วนที่บริเวณหอฉัน เจ้าหน้าที่ตรวจพบไม้กระยาเลยแปรรูปเป็นชนิดไม้ประดู่ และไม้มะค่าโมง วางกองอยู่ใต้อาคาร จำนวน 45 แผ่น จากการตรวจสอบไม่พบหลักฐานแสดงการได้มาของไม้ จึงฃตรวจยึดสัคว์ป่าและไม้ทั้งหมดไว้เป็นของกลาง และควบคุมตัวพระนทีกัสสปะไปสอบสวนที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.16 (ห้วยพลู) หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาพระนทีกัสสปะ ศรัทธาพรรณ ในความผิดฐาน ทำไม้หรือเจาะหรือสับหรือเผา หรือกระทำด้วยประการใดๆ แก่ไม้หวงห้าม ทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายหรือเสื่อมสภาพซึ่งไม้ หรือทรัพยากรอื่นๆโดยไม่ได้รับอนุญาต และความผิดฐานครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตต่อไป

นายฐิติ โสมภีร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เปิดเผยว่า หลังจากมีข่าวเผยแพร่ในโลกสังคมออนไลน์ และมีการแชร์ภาพสำนักสงฆ์ โผล่ในป่าเหนือเขื่อนศรีนครินทร์ กรมอุทยานฯ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เข้าตรวจสอบในครั้งนี้ ว่าเป็นสำนักสงฆ์ที่อยู่ในโครงการ พุทธอุทยานในพื้นที่อนุรักษ์ระยะที่สอง ในเนื้อที่ 20 ไร่ 2 งาน พบมีการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง คือ กวางป่า 7 ตัว นกยูง 5 ตัว ตะพาบหัวกบ 7 ตัว เต่าเหลือง 2 ตัว และเหยี่ยวแดง 4 ตัวโดยไม่ได้รับอนุญาตหลายรายการ และมีไม้แปรรูป 45 แผ่น ปริมาตร 1.22 ลบ.ม. จึงตรวจยึดจับกุม และตรวจพบมีการก่อสร้างฐานพระประธานองค์ใหญ่ซึ่งอยู่ระหว่างกำลังก่อสร้าง มีขนาดใหญ่เกินความจำเป็นผิดเงื่อนไขของโครงการพุทธอุทยาน จึงสั่งให้ระงับการก่อสร้างไว้ก่อนเพราะไม่มีการขออนุญาตซึ่งผิดเงื่อนไขของอุทยาน ซึ่งจะได้รายงานให้กรมอุทยานฯ พิจารณาสั่งการต่อไป

ด้าน นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์ุพืช เปิดเผยว่า จากการเข้าตรวจสอบพบมีการกระทำความผิดในพื้นที่สำนักสงฆ์พุทธสถานบุญญพลัง 3 กรณี พบมีการครอบครองไม้แปรรูปหวงห้ามและสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพบมีการทำการก่อสร้างฐานพระใหญ่โดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งผิดเงื่อนไขการอนุญาตในโครงการพุทธอุทยาน ดังนั้นจึงจะรวบรวมข้อมูลหลักฐานต่างๆ เพื่อพิจารณาเพิกถอนออกจากโครงการพุทธอุทยานต่อไป

ส่วน ทางพระสมฤทธ์ รัตนญาโณ เจ้าสำนักสงฆ์ เปิดเผยว่า ทางสำนักสงฆ์ได้เข้าโครงการพุทธอุทยาน และมีการอนุญาตถูกต้อง ในส่วนของสัตว์ต่างๆ มีลูกศิษย์นำมาถวาย นำมาปล่อยไว้บ้าง ส่วนเรื่องไม้ก็เป็นไม้เก่าที่มีการนำบริจาค ถ้าหากเป็นความผิดก็พร้อมรับในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ แต่ขอยืนยันว่าทางสำนักสงฆ์ไม่มีแนวคิดในการตัดไม้ทำลายป่า มีแต่ปลูกต้นไม้เสริมให้เกิดความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ในส่วนของการสร้างพระใหญ่ก็เป็นการดำเนินการเพื่อสร้างศาสนวัตถุเพื่อไว้กราบไหว้บูชาต่อไป.