บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรมอุทยานฯ บุกตรวจสอบสำนักสงฆ์ โผล่ที่ป่าเหนือเขื่อนศรีนครินทร์

อธิบดีกรมอุทยานฯ สั่งตรวจสอบสำนักสงฆ์ โผล่ในป่าเหนือเขื่อนศรีนครินทร์ พบครอบครองไม้แปรรูป 1.22 ลบ.ม. มีสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครอง และสร้างพระใหญ่โดยไม่ได้รับอนุญาต เตรียมเพิกถอนออกจากพุทธอุทยานเหตุทำผิดเงื่อนไข...

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 ก.ค.60 นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์ุพืช สั่งการให้ นายธรรมรัช วงศ์โสภา ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) พร้อม นายฐิติ โสมภีร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ นายชาติชาย ศรีแผ้ว หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปราม ที่ 1 (ภาคกลาง) นายกิ่ง ทิพย์กล่อม หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.16 (ห้วยพลู) นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ นายชัยสิริ ชุมแสง ปลัดอำเภอศรีสวัสดิ์ ร้อยโทประเชิญ อิ้วชาวนา หน.ชป.ร้อย.รส.ที่ 1 ร.9 พัน.1 และเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ชุดที่ 1 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ร่วมนำกำลังอุทยาน ป่าไม้ ทหาร ลงพื้นที่ตรวจสอบสำนักสงฆ์พุทธสถานบุญญพลัง ตั้งอยู่ขอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ พิกัด 0541253E 165235N หมู่ 4 บ้านท่าสนุ่น ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี โดยการตรวจสอบในครั้งนี้เกิดขึ้นจากกระแสข่าวในโลกโซเชียล ที่มีการแชร์ภาพสำนักสงฆ์ โผล่ในป่าเหนือเขื่อนศรีนครินทร์ โดยการเดินทางต้องใช้เรือยนต์ลงจากท่าเรือแม่ละมุ่น ไปเป็นระยะทางประมาณ 5 กม. สำนักสงฆ์มีเนื้อที่ 20 ไร่ 2 งาน

เมื่อเดินทางถึงสำนักสงฆ์พุทธสถานบุญญพลัง พบ พระนทีกัสสปะ ศรัทธาพันธุ์ อายุ 36 ปี พระลูกวัด เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งวัตถุประสงค์ของการเข้าตรวจสอบ ซึ่งพระนทีกัสสปะ นำคณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิ่งก่อสร้าง ที่ได้แจ้งการครอบครองไว้ตามโครงการพุทธอุทยานจำนวน 8 รายการ ประกอบด้วย กุฏิพร้อมห้องน้ำ โรงครัว ศาลาปฏิบัติธรรม โรงเครื่องปั่นไฟ ฐานพระประธาน แท็งก์น้ำ พระพุทธรูป 15 เมตร และกุฏิสงฆ์อีก 3 หลัง ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบไม่พบสิ่งก่อสร้างเพิ่มเติม แต่พบว่าฐานพระประธานองค์ใหญ่ซึ่งอยู่ระหว่างกำลังก่อสร้าง มีขนาดใหญ่เกินความจำเป็นผิดเงื่อนไขของโครงการพุทธอุทยาน จึงสั่งให้ระงับการก่อสร้างไว้ก่อน

นอกจากนี้ ยังพบสัตว์ป่าคุ้มครองจำนวนมากประกอบด้วย กวางป่า 7 ตัว นกยูง 5 ตัว ตะพาบหัวกบ 7 ตัว เต่าเหลือง 2 ตัว และเหยี่ยวแดง 4 ตัว ส่วนที่บริเวณหอฉัน เจ้าหน้าที่ตรวจพบไม้กระยาเลยแปรรูปเป็นชนิดไม้ประดู่ และไม้มะค่าโมง วางกองอยู่ใต้อาคาร จำนวน 45 แผ่น จากการตรวจสอบไม่พบหลักฐานแสดงการได้มาของไม้ จึงฃตรวจยึดสัคว์ป่าและไม้ทั้งหมดไว้เป็นของกลาง และควบคุมตัวพระนทีกัสสปะไปสอบสวนที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.16 (ห้วยพลู) หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาพระนทีกัสสปะ ศรัทธาพรรณ ในความผิดฐาน ทำไม้หรือเจาะหรือสับหรือเผา หรือกระทำด้วยประการใดๆ แก่ไม้หวงห้าม ทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายหรือเสื่อมสภาพซึ่งไม้ หรือทรัพยากรอื่นๆโดยไม่ได้รับอนุญาต และความผิดฐานครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตต่อไป

นายฐิติ โสมภีร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เปิดเผยว่า หลังจากมีข่าวเผยแพร่ในโลกสังคมออนไลน์ และมีการแชร์ภาพสำนักสงฆ์ โผล่ในป่าเหนือเขื่อนศรีนครินทร์ กรมอุทยานฯ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เข้าตรวจสอบในครั้งนี้ ว่าเป็นสำนักสงฆ์ที่อยู่ในโครงการ พุทธอุทยานในพื้นที่อนุรักษ์ระยะที่สอง ในเนื้อที่ 20 ไร่ 2 งาน พบมีการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง คือ กวางป่า 7 ตัว นกยูง 5 ตัว ตะพาบหัวกบ 7 ตัว เต่าเหลือง 2 ตัว และเหยี่ยวแดง 4 ตัวโดยไม่ได้รับอนุญาตหลายรายการ และมีไม้แปรรูป 45 แผ่น ปริมาตร 1.22 ลบ.ม. จึงตรวจยึดจับกุม และตรวจพบมีการก่อสร้างฐานพระประธานองค์ใหญ่ซึ่งอยู่ระหว่างกำลังก่อสร้าง มีขนาดใหญ่เกินความจำเป็นผิดเงื่อนไขของโครงการพุทธอุทยาน จึงสั่งให้ระงับการก่อสร้างไว้ก่อนเพราะไม่มีการขออนุญาตซึ่งผิดเงื่อนไขของอุทยาน ซึ่งจะได้รายงานให้กรมอุทยานฯ พิจารณาสั่งการต่อไป

ด้าน นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์ุพืช เปิดเผยว่า จากการเข้าตรวจสอบพบมีการกระทำความผิดในพื้นที่สำนักสงฆ์พุทธสถานบุญญพลัง 3 กรณี พบมีการครอบครองไม้แปรรูปหวงห้ามและสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพบมีการทำการก่อสร้างฐานพระใหญ่โดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งผิดเงื่อนไขการอนุญาตในโครงการพุทธอุทยาน ดังนั้นจึงจะรวบรวมข้อมูลหลักฐานต่างๆ เพื่อพิจารณาเพิกถอนออกจากโครงการพุทธอุทยานต่อไป

ส่วน ทางพระสมฤทธ์ รัตนญาโณ เจ้าสำนักสงฆ์ เปิดเผยว่า ทางสำนักสงฆ์ได้เข้าโครงการพุทธอุทยาน และมีการอนุญาตถูกต้อง ในส่วนของสัตว์ต่างๆ มีลูกศิษย์นำมาถวาย นำมาปล่อยไว้บ้าง ส่วนเรื่องไม้ก็เป็นไม้เก่าที่มีการนำบริจาค ถ้าหากเป็นความผิดก็พร้อมรับในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ แต่ขอยืนยันว่าทางสำนักสงฆ์ไม่มีแนวคิดในการตัดไม้ทำลายป่า มีแต่ปลูกต้นไม้เสริมให้เกิดความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ในส่วนของการสร้างพระใหญ่ก็เป็นการดำเนินการเพื่อสร้างศาสนวัตถุเพื่อไว้กราบไหว้บูชาต่อไป.