วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ดีมีเตอร์' เปิดแอปพลิเคชันใหม่ 'ฟีนิกซ์ทีวี' ตอบโจทย์คนไทยยุค 4.0

"ดีมีเตอร์" รุกตลาดแอปพลิเคชัน หลังซื้อหุ้น “บลูฟีนิกซ์” 30% เปิดตัว “ฟีนิกซ์ทีวี” ก.ค.นี้ ตอบโจทย์คนไทยยุค 4.0 ชูแม่เหล็ก “ไลฟ์สด” ตั้งเป้าใน 1 ปีหลังให้บริการ กวาดส่วนแบ่งตลาดให้ได้ 50% หรือ 1,700 ล้าน...

จากกระแสของโลกกำลังมุ่งไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 ด้วยการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาปรับใช้ ทำให้ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับตัวรองรับการแข่งขัน โดยรัฐบาลได้กำหนดโมเดลพัฒนาเศรษฐกิจว่าด้วย “ไทยแลนด์ 4.0” ที่จะขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจทุกภาคส่วนให้มีการนำเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมมาปรับใช้ตั้งแต่อุตสาหกรรม การค้า การบริการ การท่องเที่ยว เกษตรกรรม ฯลฯ เพื่อประสิทธิภาพการทำงานของระบบธุรกิจให้มีต้นทุนที่ต่ำลง มีผลตอบแทนที่สูง เข้ากับยุคสมัยของผู้บริโภคในปัจจุบันและอนาคต

และส่งผลให้หลายบริษัทมีการตื่นตัวในการปรับเปลี่ยนการบริหารธุรกิจใหม่ในรูปแบบต่างๆ ที่ต้องนำเครื่องมือและเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสินค้าและบริการขององค์กร สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในธุรกิจที่สอดรับกับนโยบายการพัฒนาประเทศในระยะยาว ภายใต้โมเดลไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งถือเป็นการตอบโจทย์ของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริงในการปรับตัวธุรกิจให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของสังคมคนรุ่นใหม่ที่อยู่กับโลกโซเชียลมากขึ้น

ล่าสุด บริษัท ดีมีเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DCORP มีการปรับโครงสร้างธุรกิจที่จะมุ่งสู่ธุรกิจดิจิทัล อินโนเวชั่นมากขึ้น โดย “นายอนิศ โอสถานุเคราะห์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DCORP มองว่า เป็นโอกาสทางธุรกิจที่จะเติบโตอย่างมีศักยภาพอีกธุรกิจหนึ่งของบริษัท โดยพัฒนา “แอปพลิเคชัน” ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่สามารถตอบโจทย์ในเรื่องของการใช้เทคโนโลยี และการเข้าถึงของผู้ใช้ได้อย่างสะดวกและง่าย โดยบริษัทได้เข้าซื้อหุ้นในบริษัท บลูฟีนิกซ์ จำกัด จำนวน 30% บริหารงานโดย “บริษัท ดีมีเตอร์ อินโนเวชั่น จำกัด” (DINNOVATION) ซึ่งบลูฟีนิกซ์ฯ ถือเป็นบริษัท Start-up ผู้พัฒนาฟีนิกซ์ทีวี (Finix TV) ในรูปแบบการให้บริการ Live Streaming Platform ผ่านระบบ Internet ที่สามารถใช้ได้ทุกอุปกรณ์การสื่อสาร และทุกระบบปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็น Android, iOS และ PC

ทั้งนี้การพัฒนา “แอปพลิเคชัน ฟีนิกซ์ทีวี” จะเป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกและเป็นแอปพลิเคชันเจ้าแรกของไทย ที่ปัจจุบันมีผู้พัฒนาอยู่ 4-5 ราย ล้วนแล้วเป็นของต่างประเทศ บริษัทมั่นใจว่าแอปพลิเคชันที่จะเตรียมเปิดตัวในเดือนกรกฎาคมนี้ จะเป็นแม่เหล็กที่สำคัญในการดึงดูดกลุ่มผู้เล่นที่จะเข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มนี้ ทั้งเหล่าดีเจที่เป็นเน็ตไอดอล ที่ขณะนี้ได้มีการเซ็นสัญญาเข้ามาร่วมบนแอปฯ นี้แล้วกว่า 700 ราย

ส่วนเนื้อหาของ “แอปพลิเคชัน ฟีนิกซ์ทีวี” จะเป็นการ Live สด ที่จะมีการพัฒนาและต่อยอด โดยจะมีห้องต่างๆ สามารถเข้าชม เช่น ห้องข่าว ห้องดนตรี ห้องแฟชั่น ห้องหมอดู ห้องตลก หรือห้องท่องเที่ยว เป็นต้น นอกจากนี้ขีดความสามารถของ “แอปพลิเคชัน ฟีนิกซ์ทีวี” จะถูกพัฒนาขึ้นไปจนถึงขั้นสามารถรับชมคอนเสิร์ตผ่านระบบนี้ได้ และแอปพลิเคชันนี้เปิดให้มีการ Live สดได้แล้วในขณะนี้ ส่วนการพัฒนารายการสาระ รวมถึงความบันเทิงอื่นๆ อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ และสามารถเปิดให้เข้าชมได้ในระยะเวลาอันใกล้


นอกจากนี้บริษัทได้วางเป้าหมายของธุรกิจนี้จะเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และสามารถกินส่วนแบ่งการตลาดของธุรกิจ Live TV Platform ให้ได้ 50% หรือประมาณ 1,700 ล้านบาท ในระยะเวลา 1 ปี หลังจากที่มีการเปิดให้บริการ โดยนโยบายของธุรกิจดังกล่าว นับเป็นการก้าวเข้าสู่เทคโนโลยีและนวัตกรรมทั้งในด้านของพลังงานและดิจิทัล อินโนเวชั่น ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่กำลังเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเป็นมิติของธุรกิจที่พร้อมไปสู่ “Value–Based Economy” หรือ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม” ที่เป็นไปตามทิศทางของแผนการพัฒนาประเทศ.