วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่น่าเชื่อ ขายสาริกาลิ้นทอง ได้กว่า 500 ล้าน เหยื่อภูเก็ตแห่แจ้งความ

เหยื่ออ้างหลงเชื่อซื้อสาริกาลิ้นทองสูญหลายล้านบาทใน จ.ภูเก็ต ทยอยเข้าแจ้งความนับสิบราย ดำเนินคดีกับเจ้าของเพจ ด้านรอง ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต สั่งระดม พงส.จากทั้งเกาะรับคดี เผยทั่วประเทศมีผู้หลงเชื่อจ่ายเงินในกรณีนี้ถึง 500 ล้าน...  

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 18 ก.ค. ที่ สภ.ฉลอง จ.ภูเก็ต นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวเป็นผู้เสียหายกว่า 15 คนเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน หลังอ้างว่าถูกหลอกให้ร่วมลงทุนขายวัตถุมงคลสาริกาลิ้นทอง โดยมี พ.ต.อ.วิฑูรย์ กองสุดใจ รอง ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต พ.ต.อ.ประชุม เรือนทอง ผกก.สภ.ฉลอง นำพนักงานสอบสวนจากหลาย สภ.ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ร่วมรับเรื่อง เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง โดยผู้เสียหายได้มีการกล่าวหาเจ้าของเพจขายวัตถุมงคลกับพวก ในฐานความผิดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งใน จ.ภูเก็ต มีผู้เสียหายที่อยู่ระหว่างการเข้าแจ้งความนับสิบราย มูลค่าความเสียหายนับสิบล้านบาท

น.ส.ประวีณ์นุช จันทร์ประเสริฐ อายุ 33 ปี เผยว่า ตนเองเปิดร้านขายอาหารเช้าและรับจัดสวนอยู่ที่ปากทางเข้าวัดฉลอง ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ได้เห็นเพจเฟซบุ๊กที่มีการซื้อขายวัตถุมงคลดังกล่าวเมื่อหลายปีก่อน โดยมีการประกาศขายวัตถุมงคลชนิดต่างๆ โดยหนึ่งในวัตถุมงคลนั้นได้มีการอ้างว่านำเข้ามาจากประเทศเมียนมา คือ สาริกาลิ้นทอง ซึ่งเป็นไม้กฤษณาขาวและไม้อำพัน จึงได้สนใจและติดต่อซื้อสาริกา ราคา 3,900 บาท เพื่อนำมาบูชาเสริมสิริมงคล ต่อมาเพจดังกล่าวได้มีการประกาศเปิดรับตัวแทนแต่ละจังหวัด เพื่อจำหน่ายสาริกาและวัตถุมงคลต่างๆ ผ่านทางออนไลน์ จึงได้สมัครเพื่อเป็นตัวแทนประจำ จ.ภูเก็ต ซึ่งได้จ่ายเงินไป 35,918 บาท โดยได้สาริกาและวัตถุมงคลมาส่วนหนึ่ง

"จนกระทั่งทางเพจได้ติดต่อมา เพื่อให้สมัครเป็นตัวแทนระดับวีไอพี แต่ต้องเสียค่าสมัครเพิ่มอีก 2 แสนบาท โดยจะได้วัตถุมงคลเพิ่มเติม จึงตอบรับไป เนื่องจากในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ยังมีลูกค้าที่สนใจวัตถุมงคลดังกล่าว ขณะเดียวกันเพจได้มีโปรโมชั่นถ้าเปิดร้านขายสินค้าได้ จะมีการจัดส่งวัตถุมงคลเพิ่มเติมให้ครบทุกรุ่นอีก แต่ต้องจ่ายเงิน 1 ล้านบาท แต่ต่อมาได้แจ้งว่าเราทำผิดกฎระเบียบ เพราะนำวัตถุมงคลบางอย่างไปใส่กรอบ จนกลายเป็นวัตถุมงคลที่ไม่ได้ผลิตจากเพจ จึงขับออกจากการเป็นตัวแทนและเป็นสมาชิก ทำให้เสียหายกว่า 8 ล้านบาท ในห้วงระยะเวลา 7 เดือน จึงได้เข้าขอความช่วยเหลือที่ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมในเวลาต่อมา ซึ่งใน จ.ภูเก็ต ยังมีผู้เสียหายที่ซื้อวัตถุมงคลไปจากตัวแทนและจากเพจอีกเป็นจำนวนมาก จึงขอให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความได้ทุก สภ.ทั่วประเทศ"

ด้านนายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า คดีนี้มีผู้เสียหายทั่วประเทศกว่า 100 ราย เฉพาะใน จ.ภูเก็ตนับสิบราย โดยเจ้าของเพจยังอ้างว่า สาริกาทุกรุ่นแกะสลักจากไม้กฤษณาขาว แต่เมื่อตรวจสอบพบว่าไม่เป็นความจริง จึงได้รวบรวมหลักฐานต่างๆ เสนอต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เมื่อวันที่ 12 ก.ค. พร้อมกับทำบันทึกถึงนายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เพื่อร้องขอให้ตรวจสอบการเสียภาษี เมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยกรมสรรพากรได้รับเรื่องดังกล่าวไว้แล้ว ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่า จะมีผู้เสียหายทั่วประเทศมูลค่ารวมกว่า 500 ล้านบาท  

ขณะที่ พ.ต.อ.วิฑูรย์ กล่าวว่า พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.จ.ภูเก็ตได้มอบหมายให้ตนมากำกับดูแลผู้เสียหายที่ทยอยเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับบุคคลดังกล่าว ซึ่งได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนแต่ละ สภ.ในพื้นที่มาร่วมเป็นพนักงานสอบสวนรับคดีและสอบปากคำผู้ที่อ้างว่าเป็นผู้เสียหาย เนื่องจากมีจำนวนมาก ซึ่งจากหลักฐานที่ผู้เสียหายได้นำมาเพื่อประกอบกับคดีในการแจ้งความ เบื้องต้นมูลฐานความผิดอาจมี 2 ลักษณะที่เกี่ยวข้อง คือ ฉ้อโกงประชาชนและความผิดด้าน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อย่างไรก็ดีอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงของพนักงานสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน ผู้ที่ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อ มาลี เลิศวิลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียล หลังกลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สภ.ฉลอง ระบุว่า "อ่านและแชร์นะคะ จากการเริ่มประเด็นเรื่องเสียผลประโยชน์ทางธุรกิจให้ข่าวกับสื่อถึงความเสียหายที่เกินจริงต่อหน่วยงานรัฐ สุดท้ายกลายมาเป็นเรื่องไม้ที่ใช้แกะสาริกา โยงไปเรื่อง พระพิฆเนศ พูดง่ายๆ คือ โจมตีของทุกอย่างที่เปิ้ลขาย วันนี้ทุกคนคงเห็นกันชัดขึ้นแล้วนะว่าการกระทำของกลุ่มคนที่ออกจากการเป็นตัวแทนระดับ vip จำนวนไม่กี่คน ซึ่งระยะเวลาการออกต่างกัน ได้ออกไปโดยเหตุผลต่างกันและเวลาต่างกัน โดยการกระทำผิดเงื่อนไขข้อตกลงในการเข้าร่วมทำงานที่เคยตกลงกันไว้ก่อนเข้าทำ และการทำงานของทางชมรมที่แสดงถึงความไม่เป็นกลางอย่างชัดเจน เพราะจงใจชี้นำและปลุกปั่นและพยายามสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้น ทั้งในกลุ่มลูกค้าตัวแทนและประชาชน โดยใช้ประเด็นของไม้เป็นหลักและพยายามโยงอย่างอื่นเข้ามาโดยไร้การตรวจสอบความจริงในสิ่งของที่เหลือการสร้างกระแสเพื่อหาแนวร่วมในการจะทำให้เป็นคดีและดูน่าหวาดกลัว แต่ถึงอย่างไรก็ตามนะคะ หากมีคนคล้อยตามแล้วทุกอย่างก็จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งทางเราพร้อมชี้แจงที่มาที่ไปกับหน่วยงานต่างๆ อย่างที่เคยเรียนข้างต้น เพราะตอนนี้ทางเราและทีมทนายได้รวบรวมหลักฐานไว้ครบถ้วนสมบูรณ์ในการดำเนินคดีและสู้คดี เพื่อบ่งบอกถึงความบริสุทธิ์ และขอให้ตัวแทนระดับ vip และทุกระดับทุกคนสบายใจได้เลยค่ะ ว่าทุกอย่างจะไม่มีข้อกฎหมายใดในการเอาผิดกับทุกๆ คน เพราะอยู่ในฐานะเดียวกันกับกลุ่มคนที่รวมคนเข้าร้อง เรื่องทั้งหมดทางเราจะต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม โดยเน้นหลักฐานที่มี เพื่อแสดงความบริสุทธิ์และชัดเจน เพราะไม่ว่าคนกลุ่มนั้นจะมีการแจ้งความที่ใด ทางเราพร้อมเข้าชี้แจง จึงเรียนมาเพื่อทราบ ทั้งนี้งานของเรายังสามารถดำเนินได้ต่อไปตามปกตินะคะ”

ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่คาดว่าเป็นของ น.ส.มาลี เลิศวิลัย เพื่อสอบถามถึงรายละเอียดต่างๆ มีหญิงสาวรับสายพร้อมกับแจ้งว่าเป็นเบอร์โทรศัพท์ของทางร้าน ซึ่งถ้าผู้สื่อข่าวต้องการสอบถามรายละเอียดต่างๆ ขอให้ฝากเรื่องไว้ แล้วจะแจ้งให้ น.ส.มาลี หรือเปิ้ล ทราบภายหลัง หรือให้ฝากข้อความไว้ทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊กที่ชื่อ มาลี เลิศวิลัย แล้วจะมีการตอบกลับไป.