วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดใจอาหารข้างทางมิชลินสตาร์ 2 ปีซ้อน! บะหมี่ 80 ปี ไปสิงคโปร์ต้องโดน

ถ้าคิดถึงอาหารมิชลินสตาร์ หลายคนจะต้องคิดว่าอยู่ในร้านหรู ภัตตาคารดีๆ หรือโรงแรมหลายดาว ไทยรัฐออนไลน์มีโอกาสได้ไปเที่ยวสิงคโปร์ ทั้งยังได้ไปร่วมงานประกาศรางวัล มิชลิน ไกด์ สิงคโปร์ ประจำปี 2017 ซึ่งหนึ่งในร้านที่ได้รางวัลมิชลิน 1 ดาว 2 ปีซ้อน และทำให้เราแปลกใจไม่น้อยจนต้องไปชิมกันถึงที่คือ Tai Hwa Eating House ร้านบะหมี่ข้างทางดูภายนอกสุดแสนธรรมดา แต่เมื่อลิ้นได้สัมผัสก็ไม่แปลกใจนัก... 

Tai Hwa Eating House เป็นร้านบะหมี่หมู อยู่ย่าน Lavender ของประเทศสิงคโปร์ เป็นอีกหนึ่งร้านรางวัลมิชลินสตาร์ ซึ่งบอกตรงๆ ว่าไม่ได้หรูหรา บริการดีเยี่ยม หรืออยู่ในสถานที่ดีๆ เท่าร้านอื่นที่ได้รางวัลนี้ แต่บอกเลยว่าคนเยอะมาก เราตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อไปรอคิวประมาณชั่วโมงกว่าๆ ถึงจะได้สัมผัสรสชาติความอร่อย เมื่อได้ชิมแล้วก็ไม่แปลกใจเลยที่ได้รางวัลมิชลินไกด์ 1 ดาว 2 ปีซ้อน (2016-2017)  

มาซูมดูหน้าตาของบะหมี่ถ้วยนี้ก่อนชิม ดูจากภายนอกแล้ว หน้าตาบะหมี่เหมือนก๋วยเตี๋ยวต้มยำของไทยเรามากๆ เมื่อลิ้นได้สัมผัสก็พบว่ารสชาติแตกต่างตรงมีการใส่จิ๊กโฉ่วลงไป ซึ่งถ้าใครไม่ชอบอาจจะไม่ค่อยถูกปากสักเท่าไร แต่ถ้าไม่ใส่จิ๊กโฉ่วก็เหมือนจะผิดสูตรไปสักนิด สำหรับใครที่ไม่ชอบเราแนะนำว่าให้บอกว่าใส่จิ๊กโฉ่วไม่เยอะดีที่สุด

นอกจากเราได้กินบะหมี่หมูรสเด็ดของสิงคโปร์แล้ว เรายังมีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าของร้านอีกด้วย คุณลุงเจ้าของร้านบอกกับเราว่าที่นี่เป็นร้านเก่าแก่ที่เปิดมา 80 กว่าปีแล้ว ร้านเก่าไม่ได้ตั้งตรงนี้ แต่เปิดตั้งแต่ปี 1932 เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวตั้งแต่รุ่นพ่อที่ได้สูตรจากเมืองจีน พ่อของลุงเรียนมาเอง พอมาถึงรุ่นของคุณลุงเองก็ปรับสูตรเล็กน้อย ที่เมืองจีนรสชาติก็ไม่เหมือนกับที่สิงคโปร์ อยู่ภายในศูนย์อาหารเล็กๆ ห่างจากสถานี Lavender ประมาณ 300-400 เมตรเท่านั้น

ก๋วยเตี๋ยวหมูมีรสชาติจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร น้ำซุปหอมหวาน เข้มข้น และมีเครื่องให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหมูสับ เนื้อหมูชิ้น ลูกชิ้นหมู ตับหมู และปลาแห้งทอดกรอบ เป็นต้น ราคาก๋วยเตี๋ยว มี 3 ไซส์ เล็ก, กลาง, ใหญ่ 6, 8, 10 เหรียญสิงคโปร์ (150- 250 บาท) เปิดบริการตั้งแต่ 9.30-21.00 น.

เมื่อถามคุณลุงว่า ได้รางวัลมิชลิน 2 ปีซ้อน รู้สึกอย่างไรบ้าง? คุณลุงบอกกับเราว่า เขาก็ลุ้นๆ อยู่ ปีที่แล้วได้ปีนี้ได้ด้วยก็โล่งอก รู้สึกดีใจ เพราะคุณลุงไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รางวัลอาหารที่สูงที่สุดในชีวิตแบบนี้ 

คุณลุงยังบอกอีกว่า เมื่อได้รางวัลมิชลินแล้วมีผลกับร้านอยู่เหมือนกัน มีลูกค้ามากขึ้น 10% เพราะปกติลูกค้าก็เยอะอยู่แล้ว ทุกวันนี้ ทำเองมาเปิดร้านด้วยตัวเอง ไปซื้อวัตถุดิบในตลาดตื่น 6 โมงเช้าทุกวัน ต้องเลือกวัตถุดิบเอง เพราะจะได้คงความเป็นมาตรฐานของอาหารไว้ ขายได้ 400 ชามต่อวัน ต้นทุนสูง ตอนนี้คุณลุงอายุ 71 ปี แล้ว ทุกวันนี้เหนื่อย ไม่มีใครมารับช่วงทำต่อเพราะทำยาก ลูกๆ ของคุณลุงก็ทำงานอย่างอื่น ไม่รู้ว่าจะทำอีกนานแค่ไหนบอกไม่ได้ แต่จะพัฒนาอาหารทำให้ดีที่สุด 

ถ้าคิดถึงอาหารมิชลินไกด์ หลายคนจะต้องคิดว่าอยู่ในร้านหรู ภัตตาคารดีๆ หรือโรงแรมหลายดาว ไทยรัฐออนไลน์มีโอกาสได้ไปเที่ยวสิงคโปร์ ทั้งยังได้ไปร่วมงานประกาศรางวัล มิชลิน ไกด์ สิงคโปร์ ประจำปี 2017 18 ก.ค. 2560 18:08 22 ก.ค. 2560 10:24 ไทยรัฐ