บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรธ.แย้ง 5 ข้อ ก.ม.พรรคการเมือง ขัด รธน.-สนช.จ่อตั้ง กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย

สนช.จ่อตั้ง กมธ.ร่วมร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง 20 ก.ค.นี้ "สุรชัย-สมเจตน์-กล้านรงค์" นำทีม กรธ.กาง 5 ประเด็นขัดเจตนารมณ์ ซัดระบบไพรมารีโหวต ไร้มาตรการป้องกันทุจริตในการเฟ้นตัวผู้สมัคร ข้องใจเปิดช่องเอื้อพรรคใหญ่ได้เปรียบพรรคเล็ก

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีวาระการประชุมสำคัญ ในการพิจารณาตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ... จำนวน 11 คน ตามมาตรา 11 วรรค 5 ของรัฐธรรมนูญปี 2560 ตามที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ส่งข้อโต้แย้งร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว 5 ประเด็นว่า มีเจตนารมณ์ขัดรัฐธรรมนูญ โดยรายชื่อ กมธ.ร่วม 11 คน ประกอบด้วยตัวแทน สนช. 5 คน ได้แก่ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย, พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม, นายกล้านรงค์ จันทิก, นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ และ พล.อ.วิชิต ศรีประเสริฐ ตัวแทน กรธ. 5 คน ได้แก่ นายธนาวัฒน์ สังข์ทอง, นายอุดม รัฐอมฤต, นายภัทระ คำพิทักษ์, นายนรชิต สิงหเสนี, นายประพันธ์ นัยโกวิท และตัวแทน กกต.1 คนได้แก่ นายศุภชัย สมเจริญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนข้อโต้แย้ง 5 ข้อ ของ กรธ.อาทิ 1. การให้สมาชิกพรรคการเมือง มีส่วนร่วมสรรหาผู้สมัครเลือกตั้งตามมาตรา 50 และ 51 อาจมีกรณีทำให้กระบวนการนั้น เป็นไปโดยไม่สุจริต เนื่องจากไม่มีมาตรการจัดการทุจริตในชั้นประชุมสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด เพื่อลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งไม่ตรงตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ที่มุ่งให้ขจัดการทุจริตทุกรูปแบบ 2. มาตรา 51 (4) กำหนดให้หัวหน้าพรรคการเมืองอยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งลำดับ 1 ระบบบัญชีรายชื่อเท่านั้น ก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติหัวหน้าพรรคไม่สามารถลงสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งได้ทั้งที่เป็นสิทธิ์ทางการเมืองขั้นพื้นฐานของหัวหน้าพรรคการเมือง

3. มาตรา 138 ระบุว่าในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก ภายหลังจาก พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ หากพรรคใดจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดไว้แล้วในจังหวัดใด ให้พรรคนั้นส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ทุกเขตเลือกตั้งในจังหวัดนั้น ทำให้พรรคขนาดใหญ่ได้เปรียบพรรคขนาดกลางและพรรคเล็ก จึงเข้าลักษณะเลือกปฏิบัติ ไม่เป็นธรรม ตามมาตรา 27 วรรคสามของรัฐธรรมนูญ