วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ราชทัณฑ์เร่งขับเคลื่อน ‘คุกธนบุรี’ เป็นเรือนจำต้นแบบ ที่แรกในอาเซียน

กรมราชทัณฑ์ผสานความร่วมมือสถาบัน TIJ ประกาศขับเคลื่อนผลักดัน "เรือนจำพิเศษธนบุรี" เป็นเรือนจำต้นแบบ ปี 61 ตามข้อกำหนดแมนเดลา หวังไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ 18 ก.ค. 60 ที่เรือนจำพิเศษธนบุรี นายสมชาย เสียงหลาย ที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวการประกาศขับเคลื่อนเรือนจำต้นแบบตามข้อกำหนดแมนเดลา (Mandela Rules) ร่วมกับสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) โดยมี ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผอ.TIJ นายเจเรมี ดักลาส ผู้แทนสำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) นายอายุตม์ สินธพพันธ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายยศพนธ์ สุธรรม ผบ.เรือนจำพิเศษธนบุรี ร่วมพิธีด้วย

ด้านนายอายุตม์ เผยว่า กรมราชทัณฑ์ ได้ผสานความร่วมมือกับสถาบัน TIJ ประกาศขับเคลื่อนผลักดันเรือนจำธนบุรีให้เป็นต้นแบบ เนื่องในโอกาสวันเนลสัน แมนเดลา 18 ก.ค.นี้ ซึ่งเป็นข้อกำหนดขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง สู่การปฏิบัติเต็มรูปแบบเป็นแห่งแรกในโลก โดยเรือนจำพิเศษธนบุรีเป็นเรือนจำนำร่อง โดยตั้งเป้าเป็นเรือนจำต้นแบบในปี 61 ตามมาตรฐานการดูแลผู้ต้องขังด้วยการเคารพสิทธิมนุษยชน และการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังด้วยความเท่าเทียม นอกจากจะเป็นสิ่งที่สมควรกระทำแล้ว ยังจะมีส่วนเอื้ออำนวยต่อการกลับไปใช้ชีวิตในสังคมหลังพ้นโทษ และช่วยลดปัญหาการกลับมากระทำผิดซ้ำอีก

นายยศพนธ์ กล่าวว่า สำหรับข้อกำหนดขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในเรื่องการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังในประเทศไทยเราก็ยึดเป็นแนวทางปฏิบัติอยู่แล้วเพียงแต่ว่าข้อกำหนดแมนเดลา เป็นข้อกำหนดที่เพิ่มเติมจากข้อกำหนดขั้นต่ำของสหประชาชาติในบางเรื่อง เช่น เรื่องการรักษาพยาบาลของผู้ต้องขัง การจัดหาอาหาร การใช้เครื่องพันธนาการ และการดูแลผู้ต้องขังที่เจ็บป่วย

ดร.กิตติพงษ์ กล่าวว่า เชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถเป็นเรือนจำต้นแบบได้ หลังจากได้พูดคุยกับตัวแทนของสหประชาชาติ ระบุว่าในอาเซียนยังไม่มีประเทศไหน มีเรือนจำต้นแบบเลย สหประชาชาติมีความคาดหวังอยากจะให้ไทยเป็นเรือนจำต้นแบบให้เร็วที่สุด เพื่อจะให้เป็นรูปแบบของข้อกำหนดของแมนเดลาเป็นข้อปฏิบัติอย่างจริงจัง

"การได้รับเป็นต้นแบบของเรือนจำนำร่อง จะทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเข้าสู่มาตรฐานสากลตามข้อกำหนดของมาตรฐานของสหประชาชาติ โดยเป็นการยกระดับคุณภาพคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังด้วย ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติในเรื่องของมนุษยธรรม อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะต้องใช้เวลาในการประเมินโครงการ 1 ปี และในอนาคตอาจจะมีการขยายออกไปยังเรือนจำอื่นๆ ด้วย ทั้งเรือนจำความมั่นคงสูง เรือนจำความมั่นคงปานกลาง และเรือนจำความมั่นคงต่ำ ตลอดจนทัณฑสถานหญิงอื่นๆ ถ้าเกิดเรายกระดับเรือนจำให้เข้าสู่ระดับสากลได้ เราก็พร้อมที่จะให้ประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาดูงานเพิ่มเติม” ดร.กิตติพงษ์ กล่าว