บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ราชทัณฑ์เร่งขับเคลื่อน ‘คุกธนบุรี’ เป็นเรือนจำต้นแบบ ที่แรกในอาเซียน

กรมราชทัณฑ์ผสานความร่วมมือสถาบัน TIJ ประกาศขับเคลื่อนผลักดัน "เรือนจำพิเศษธนบุรี" เป็นเรือนจำต้นแบบ ปี 61 ตามข้อกำหนดแมนเดลา หวังไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ 18 ก.ค. 60 ที่เรือนจำพิเศษธนบุรี นายสมชาย เสียงหลาย ที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวการประกาศขับเคลื่อนเรือนจำต้นแบบตามข้อกำหนดแมนเดลา (Mandela Rules) ร่วมกับสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) โดยมี ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผอ.TIJ นายเจเรมี ดักลาส ผู้แทนสำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) นายอายุตม์ สินธพพันธ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายยศพนธ์ สุธรรม ผบ.เรือนจำพิเศษธนบุรี ร่วมพิธีด้วย

ด้านนายอายุตม์ เผยว่า กรมราชทัณฑ์ ได้ผสานความร่วมมือกับสถาบัน TIJ ประกาศขับเคลื่อนผลักดันเรือนจำธนบุรีให้เป็นต้นแบบ เนื่องในโอกาสวันเนลสัน แมนเดลา 18 ก.ค.นี้ ซึ่งเป็นข้อกำหนดขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง สู่การปฏิบัติเต็มรูปแบบเป็นแห่งแรกในโลก โดยเรือนจำพิเศษธนบุรีเป็นเรือนจำนำร่อง โดยตั้งเป้าเป็นเรือนจำต้นแบบในปี 61 ตามมาตรฐานการดูแลผู้ต้องขังด้วยการเคารพสิทธิมนุษยชน และการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังด้วยความเท่าเทียม นอกจากจะเป็นสิ่งที่สมควรกระทำแล้ว ยังจะมีส่วนเอื้ออำนวยต่อการกลับไปใช้ชีวิตในสังคมหลังพ้นโทษ และช่วยลดปัญหาการกลับมากระทำผิดซ้ำอีก

นายยศพนธ์ กล่าวว่า สำหรับข้อกำหนดขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในเรื่องการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังในประเทศไทยเราก็ยึดเป็นแนวทางปฏิบัติอยู่แล้วเพียงแต่ว่าข้อกำหนดแมนเดลา เป็นข้อกำหนดที่เพิ่มเติมจากข้อกำหนดขั้นต่ำของสหประชาชาติในบางเรื่อง เช่น เรื่องการรักษาพยาบาลของผู้ต้องขัง การจัดหาอาหาร การใช้เครื่องพันธนาการ และการดูแลผู้ต้องขังที่เจ็บป่วย

ดร.กิตติพงษ์ กล่าวว่า เชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถเป็นเรือนจำต้นแบบได้ หลังจากได้พูดคุยกับตัวแทนของสหประชาชาติ ระบุว่าในอาเซียนยังไม่มีประเทศไหน มีเรือนจำต้นแบบเลย สหประชาชาติมีความคาดหวังอยากจะให้ไทยเป็นเรือนจำต้นแบบให้เร็วที่สุด เพื่อจะให้เป็นรูปแบบของข้อกำหนดของแมนเดลาเป็นข้อปฏิบัติอย่างจริงจัง

"การได้รับเป็นต้นแบบของเรือนจำนำร่อง จะทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเข้าสู่มาตรฐานสากลตามข้อกำหนดของมาตรฐานของสหประชาชาติ โดยเป็นการยกระดับคุณภาพคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังด้วย ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติในเรื่องของมนุษยธรรม อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะต้องใช้เวลาในการประเมินโครงการ 1 ปี และในอนาคตอาจจะมีการขยายออกไปยังเรือนจำอื่นๆ ด้วย ทั้งเรือนจำความมั่นคงสูง เรือนจำความมั่นคงปานกลาง และเรือนจำความมั่นคงต่ำ ตลอดจนทัณฑสถานหญิงอื่นๆ ถ้าเกิดเรายกระดับเรือนจำให้เข้าสู่ระดับสากลได้ เราก็พร้อมที่จะให้ประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาดูงานเพิ่มเติม” ดร.กิตติพงษ์ กล่าว