วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หมอวรงค์ เห็นต่าง พท. ชี้ ศาลฯ ให้โอกาสไต่สวนพยาน 2 ฝ่ายยุติธรรมแล้ว

"หมอวรงค์" เกาะติดคดีละเลยจำนำข้าวของยิ่งลักษณ์ ยกเหตุผลเห็นต่าง สวน พท. ชี้ ศาลฯ ให้โอกาสไต่สวนพยานทั้งสองฝ่ายอย่างยุติธรรมแล้ว เชื่อไม่ขัด รธน. 60 ให้รอคำตัดสิน 21 ก.ค.

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 18 ก.ค. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ฝ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกมาตีความ ข้อกฏหมาย ประเด็นที่ร้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งการเมือง เพื่อให้ส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญกันหลายคน โดยอ้างว่า มาตรา 5 กฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542 ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 วรรค 6 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ผมขอเสนอความเห็นต่างจากฝ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตีความ ที่ มาตรา 5 ของกฎหมายนี้ กำหนดให้

“ในการพิจารณาคดี ให้ศาลยึดรายงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นหลักในการพิจารณา และอาจไต่สวนหาข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ตามที่เห็นสมควร” ทำให้โจทก์ คือ อัยการ เพิ่มเติมพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล และพยานเอกสารเข้ามาในคดี (เรื่องจีทูจีและการตรวจโกดังข้าวของ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล) ขณะที่ มาตรา 235 วรรค 6 ของรัฐธรรมนูญ 2560 บัญญัติว่า “การพิจารณาของศาลฎีกาและศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้นำสำนวนการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเป็นหลักในการพิจารณา” และกำหนด “เงื่อนไขเพิ่มเติม” ว่า “เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ให้ศาลมีอำนาจไต่สวนข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้”

นพ.วรงค์ ระบุต่อว่า ฝ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้หยิบยกเอาคำว่า "เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม" ในรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นประเด็นที่ชี้ว่ามีความแตกต่าง และอ้างว่ามาตรา 5 ของกฎหมายปี 2542 ขัดรัฐธรรมนูญใหม่ โดยยกเอาคำพิพากษาศาลฎีกาในอดีต มาตีความคำว่า “เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม” ว่า “ต้องเป็นไปเพื่อคู่ความทั้งสองฝ่ายมิใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายด้วย” เขาอ้างว่า การที่โจทก์คือ อัยการ เพิ่มเติมพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล และพยานเอกสารอีกจำนวนมากเข้ามาในคดี (เรื่องจีทูจีและการตรวจโกดังข้าวของท่านปนัดดา) ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้รับความยุติธรรม หากมองในมุมกลับ ถ้าศาลท่านไม่ไต่สวนพยานหลักฐานที่อัยการเพิ่มเติม ฝ่ายโจทก์ คือ อัยการ ที่ต้องดูแลประโยชน์แผ่นดินก็ไม่ได้รับความยุติธรรมเช่นกัน ดังนั้น การที่ศาลไต่สวนพยานหลักฐานของอัยการ และเปิดโอกาสไต่สวนพยานหลักฐานของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ น่าจะเป็นความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย ผมจึงมีมุมเห็นต่างจาก ฝ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะเพียงแค่เพิ่มคำว่า "เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม" ในรัฐธรรมนูญใหม่ แล้วจะบอกว่ากฎหมายเก่ามีความขัดแย้งรัฐธรรมนูญใหม่ก็แปลกมาก เพราะปกติแล้ว วิธีพิจารณาคดี ศาลท่านก็ต้องพิจารณาบนความยุติธรรมอยู่แล้ว แม้จะเขียนเพิ่มหรือไม่ก็ตาม สุดท้ายแล้วทุกอย่างขึ้นกับคำตัดสินของศาลฎีกาฯ ในวันที่ 21 ก.ค.นี้ครับ