วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไขอีกปม...ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปลูกได้ไม่พอใช้...ไฉนล้นตลาด

ในบรรดาปัญหาสินค้าเกษตรราคาตกต่ำ... ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ถือเป็นกรณีสุดคลาสสิก

เพราะพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ข้าว ยาง มันสำปะหลัง ราคาร่วงเพราะผลผลิตมีมากเกินความต้องการใช้ สินค้าล้นตลาด เป็นธรรมดาราคาจะดำดิ่ง

แต่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ความต้องการใช้อยู่ที่ 8.1 ล้านตัน แต่มีผลผลิตข้าวโพดแค่เพียง 4.57 ล้านตัน...แต่ราคากลับร่วงลงมาได้แบบค้านความรู้สึก

ไม่ล้นตลาด ราคาร่วงได้อย่างไร???... ปัญหานี้ นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย อธิบายให้เข้าใจด้วยตรรกะ...โครงสร้างการปลูกข้าวโพดไม่สมดุลกับการผลิตอาหารสัตว์

อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ต้องการใช้ข้าวโพดในปริมาณที่สม่ำเสมอ เท่ากันทุกเดือน

ส่วนการปลูกข้าวโพดบ้านเรา มีผลผลิตออกมา 3 ฤดูกาล ให้ผลผลิตแบบกระจุกตัว ...ฤดูแรกเก็บเกี่ยวในช่วง ส.ค.-พ.ย. มีผลผลิตออกมาสูงถึง 70% ของปริมาณผลผลิตทั้งปี...

ฤดูที่สอง เก็บเกี่ยว ธ.ค.-ก.พ. ผลผลิตออกมา 25%...ฤดูที่สาม ข้าวโพดหลังนา เก็บเกี่ยว ม.ค.-พ.ค. มีผลผลิต 5%

“จะเห็นว่าฤดูแรกมีปัญหามากที่สุด แค่ 4 เดือนมีข้าวโพดเข้าสู่ตลาด 70% ขณะที่โรงงานอาหารสัตว์มีศักยภาพรับข้าวโพดได้แค่เดือนละ 8-9% ตลอด 4 เดือนต้องการใช้ข้าวโพดแค่ครึ่งเดียว ที่เหลือเลยล้นตลาด”

นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย บอกว่า ถ้าในภาวะปกติ ปัญหามีไม่มาก เพราะจะมีพ่อค้าพืชไร่ ผู้รวบรวมผลผลิตมาช่วยดูดซับ ซื้อข้าวโพดล้นตลาดส่วนนี้ไปอบแห้ง ปรับปรุงคุณภาพ เก็บตุนไว้รอขายในช่วงข้าวโพดขาดตลาด...แต่ด้วยนโยบายรัฐต้องการช่วยเกษตรกร ขอความร่วมมือให้โรงงานอาหารสัตว์รับซื้อข้าวโพดในราคาควบคุม กก.ละ 8 บาท

พ่อค้าพืชไร่ที่เคยดูดซับไปกักตุน ไม่รู้จะซื้อไปทำไม ในเมื่อตุนไว้ก็ขายได้แค่ 8 บาท...แรงจูงใจไม่มี เลยส่งผลให้ข้าวโพดฤดูกาลแรกมีปัญหาล้นตลาดมากขึ้นไปอีก

“แค่นั้นไม่พอ ข้าวโพดฤดูแรกเก็บเกี่ยว ส.ค.-พ.ย. เป็นช่วงฤดูฝนจะมีความชื้นสูง 30-40% ในขณะที่โรงงานต้องการข้าวโพดความชื้น 14% ถ้าเป็นเมื่อก่อน เกษตรกรจะใช้วิธีเดินหักฝักใส่กระสอบ นำกลับไปแขวนผึ่งลมให้แห้งในยุ้งฉาง แล้วกะเทาะเมล็ดด้วยเครื่องสีขนาดเล็ก ก่อนจะนำไปขาย แต่ทุกวันนี้แรงงานหายาก มีการนำรถเกี่ยวข้าวดัดแปลงมาเก็บเกี่ยวข้าวโพด สีออกมาเป็นเมล็ดได้ในขั้นตอนเดียว”

นายพรศิลป์ บอกว่า นี่คือปัญหาใหญ่ เพราะข้าวโพดความชื้นสูง เมล็ดไม่แกร่ง สีด้วยรถเกี่ยวข้าวเมล็ดจะแตกมากถึง 20-30% โรงงานซื้อมาเก็บภายใน 2-3 วัน ข้าวโพดจะขึ้นรา และอีกไม่กี่วันถัดมาเชื้อราจะปลดปล่อยสารพิษสารก่อมะเร็ง “อะฟลาทอกซิน”...กรมปศุสัตว์ห้ามนำไปทำเป็นอาหารสัตว์เด็ดขาด เพราะสัตว์กินไปแล้วป่วยตายได้

ข้าวโพดส่วนนี้ไม่มีใครต้องการ...ขายไม่ได้ เลยล้นตลาด

ถ้าจะแก้ปัญหาให้จบเด็ดขาด...ต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตใหม่ ให้เกษตรกรที่เก็บเกี่ยวข้าวโพดในช่วงฤดูฝน หันมาปลูกข้าวโพดหลังนาในสัดส่วนที่มากขึ้น นอกจากจะสอดคล้องกับความต้องการใช้แล้ว ยังแก้ปัญหาปนเปื้อนอะฟลาทอกซินได้ด้วย

เพราะเก็บเกี่ยวหน้าร้อน เมล็ดแกร่ง รถเก็บเกี่ยวสีเป็นเมล็ดแล้วไม่แตกเท่านั้นเอง.

ชาติชาย ศิริพัฒน์