บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น.1 จับแก๊งค้ากัญชาผ่านไปรษณีย์ ยึดของกลาง48โล-เข้มเอกชนรับนำฝากพัสดุ

ผบช.น. และชุดสืบสวน สน.มักกะสัน ร่วมแถลงจับแก๊งค้ากัญชาผ่านไปรษณีย์รายใหญ่ รวบ 4 ผู้ต้องหา พร้อมของกลาง รวมน้ำหนักกว่า 48 กิโลกรัม ขณะเตรียมส่งของให้ลูกค้า พร้อมกำชับบริษัทเอกชนรับนำฝากพัสดุตรวจสอบเข้ม

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 18 ก.ค. 60 ที่ สน.มักกะสัน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ รอง ผบช.น. พ.ต.อ.ฤทธี ปานดำ ผกก.สน.มักกะสัน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.มักกะสัน ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาค้ากัญชาอัดแท่งส่งเป็นพัสดุผ่านไปรษณีย์ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย คือ นายวัฒนา หรือ บาส เต่าไธสง อายุ 24 ปี หัวหน้าแก๊ง, นายเอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี, นายอานนท์ หรือ นนท์ พวงจำปี อายุ 25 ปี และนายสหรัฐ หรือ เฟิร์ส ใจฉวะ อายุ 20 ปี พร้อมของกลางกัญชาอัดแท่งแบบ 1 กิโลกรัม บรรจุอยู่ในกล่องพัสดุ จำนวน 48 กล่อง รวมน้ำหนักกว่า 48 กิโลกรัม อุปกรณ์ในการห่อพัสดุ กล่องพัสดุเปล่า 100 ใบ และรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด สีเทา หมายเลขทะเบียน ษฉ 4191 กรุงเทพมหานคร โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ หน้าบริษัท 30 โพลส์ แอนด์ เปย์ เซอร์วิส ซอยเอกมัย 30 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม.

พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่าการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 17 ก.ค. เจ้าหน้าที่บริษัท 30 โพลส์ แอนด์ เปย์ เซอร์วิส ซึ่งเป็นบริษัทรับนำฝากพัสดุไปยังบริษัทไปรษณีย์ไทย ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไทย สาขาถนนเพชรบุรีตัดใหม่ว่า มีชายคนหนึ่งนำพัสดุ จำนวน 13 กล่อง มาฝากส่งในชื่อ น.ส.รุ้งเพชร อยู่เจริญ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นชื่อและนามสกุลปลอม และมีลักษณะผิดปกติจึงได้ทำการแกะกล่องพัสดุกล่องหนึ่งเพื่อตรวจสอบ กระทั่งพบว่าเป็นกัญชาอัดแท่ง จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบ

พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยต่อว่า ระหว่างตรวจสอบกัญชาอัดแท่ง จำนวน 13 กล่องแรก ทางพนักงานของบริษัท 30 โพลส์ แอนด์ เปย์ ยังได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ได้มีชายคนหนึ่งมาส่งพัสดุที่ใช้ชื่อ น.ส.รุ้งเพชร ซึ่งเป็นชื่อปลอมมาส่งพัสดุที่บริษัทเอกชนดังกล่าว อีกจำนวน 14 กล่อง และยังไม่ได้จ่ายค่าส่ง เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปเพื่อทำการตรวจสอบ ซึ่งจากการตรวจสอบพบกัญชาอัดแท่งถูกห่อด้วยฟอยล์ และบรรจุอยู่ในกล่องพัสดุ จำนวน 14 กล่อง เจ้าหน้าที่จึงทำการดักรอ จนกระทั่ง นายเอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ซึ่งได้รับคำสั่งจากนายวัฒนาให้มาทำการตรวจสอบสถานะของพัสดุทั้ง 2 รอบจากบริษัทรับนำฝากเอกชนดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่บริษัทเอกชนดังกล่าวได้แจ้งไปว่า ยังไม่สามารถนำส่งอีก 14 กล่องที่เหลือได้ เนื่องจากยังไม่ได้จ่ายค่าส่ง นายเอ จึงได้โทรหานายวัฒนาว่า ของมีปัญหา ยังไม่ได้จ่ายเงินค่าส่ง

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า จนกระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น. วันเดียวกัน 3 ผู้ต้องหาที่เหลือ คือ นายวัฒนา นายอานนท์ และนายสหรัฐ ได้ใช้รถยนต์ของกลางคันดังกล่าว มาจอดยังหน้าบริษัทนำฝากพัสดุเอกชน เจ้าหน้าที่จึงทำการแสดงตัวเพื่อเข้าทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดไว้ได้ ซึ่งจากการตรวจสอบบริเวณท้ายรถคันดังกล่าวยังพบกล่องพัสดุจ่าหน้าผู้ส่งและผู้รับ พร้อมนำส่งอีกจำนวน 21 กล่อง จากนั้นจึงทำการขยายผลไปยังห้องพักของนายวัฒนาที่ เอ อาร์ เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ห้องเลขที่ 3804 ถนนสุขุมวิท 93 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กทม. โดยจากการเข้าตรวจสอบพบกล่องพัสดุและอุปกรณ์การบรรจุพัสดุอยู่ภายในห้อง และพบกัญชาเพิ่มอีกจำนวน 0.5 กรัม

"อยากจะประชาสัมพันธ์ให้บริษัทเอกชนที่รับนำฝากพัสดุ หรือบริษัทที่นำส่งซึ่งมีกันอย่างมากมาย ให้เข้มงวดกับการตรวจสอบเอกสารประจำตัวของผู้นำพัสดุมาส่ง ซึ่งผู้ไม่หวังดีใช้เป็นช่องทางส่งของผิดกฎหมายทั้งอาวุธปืน ระเบิด และยาเสพติด หลังจากนี้จะนำเรื่องนี้เข้าประชุมเพื่อให้ ผกก.แต่ละพื้นที่ ทำหนังสือแจ้งไปยังบริษัทเหล่านี้ให้ขอความร่วมมือ เพื่อไม่ให้บุคคลเหล่านี้ใช้เป็นช่องทางการค้าสิ่งผิดกฎหมาย" ผบช.น. กล่าว

ด้าน พล.ต.ต.สุรชัย กล่าวว่า หลังจากนี้จะได้ทำการตรวจสอบที่อยู่ผู้รับทั้งหมด และประสานหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อทำการตรวจสอบและจับกุม อีกทั้งจะเร่งตรวจสอบถึงต้นตอที่มาของยาเสพติดในครั้งนี้ว่ามาจากที่ใด เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา "มียาเสพติดประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.