วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ศานิตย์’ แจงแปลเอกสาร 33 หน้า ขอตัว ‘บอส’ ล่าช้า! ผิดพลาดทางเทคนิค

ผบช.น.ยอมรับแปลเอกสาร 33 หน้าขอตัว "บอส อยู่วิทยา" เป็นผู้ร้ายข้ามเเดน ล่าช้า เป็นเรื่องผิดพลาดทางเทคนิค เจ้าหน้าที่ทำงานเต็มที่ ไม่ได้ประวิงเวลา เตรียมกำชับดูคดีด้วยตนเอง

จากกรณี นายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ เร่งรัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองการต่างประเทศ ให้ส่งเอกสารประกอบคำร้องขอผู้ร้ายข้ามเเดน กรณีของ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ผู้ต้องหาขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อดีตผู้บังคับหมู่ปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เสียชีวิต เหตุเกิดตั้งแต่ปี 2555 มาให้อัยการฯ ซึ่งขณะนี้ทางตำรวจยังไม่มีคำขอส่งมา และการประชุมร่วมกันที่ผ่านมาได้พูดชัดเจนว่าให้ทำคำขอส่งผู้ร้ายข้ามเเดนส่งมา เเต่ปัจจุบันนี้คำขอยังไม่ถึง ส่วนจะติดขั้นตอนไหนไม่ทราบ เป็นเรื่องภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่รับผิดชอบเรื่องนี้นั้น

ความคืบหน้า วันนี้ (18 ก.ค.) เมื่อเวลา 11.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เปิดเผยว่า ในส่วนของเอกสารทางกองการต่างประเทศสามารถดำเนินการได้ ก็จะเป็นอะไรที่สะดวก หากไม่พร้อมหรือไม่สะดวก ตนจะลงไปขับเคลื่อนเร่งรัดด้วยตนเอง หรือตำรวจท้องที่ไปหาคนแปล การแปลเอกสารต้องได้รับการรับรอง ก็จะพยายามทำให้เร็วที่สุด ต้องขออภัยด้วยว่าที่ล่าช้าเพราะเป็นเรื่องของเอกสารแปลไม่แปล แต่ก็จะพยายามเร่งรัดให้ได้ผล หรือบางทีทางกองการต่างประเทศอาจจะไม่พร้อม ซึ่งก็คงจะต้องคุย ซึ่งถือว่าเราเป็นหน่วยงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยกัน ตนไม่อยากให้คนมองว่าเพราะเป็นคดีนี้หรือเปล่าจึงล่าช้า โยกโย้ไปมา ตนขอยืนยันว่ากรณีดังกล่าวไม่ได้เป็นเช่นนั้น ตนคิดว่าเป็นงานลูกทีมแล้วผู้เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการ หากล่าช้าตนจะลงไปกำชับด้วยตนเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางตำรวจเพิ่งส่งเอกสารให้บริษัทเอกชนแปลเมื่อวาน จำนวน 33 หน้า จะใช้เวลาดำเนินการเท่าใด พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ตนจะประสานบริษัทเอกชนให้เป็นของขวัญให้ทุกคน เรื่องจะได้จบไป แค่เพียงเรื่องเอกสารนิดหน่อยก็ทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนได้ ตนยืนยันว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นบางอย่างอาจจะมีปัญหาไปบ้าง ตนยืนยันว่าจะลงไปขับเคลื่อนด้วยตนเอง

ส่วนจะถามไปยังกองการต่างประเทศไม่สะดวกแปล หรือ เจ้าหน้าที่ไม่พอ ถึงดำเนินการให้เร็วได้หรือไม่นั้น พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า เบื้องต้นเราก็ต้องจะคุยกันแบบพี่แบบน้อง ตนเชื่อว่าท่านก็พยายามจะช่วยเหลือเรา ตนว่าจะไม่ก้าวก่ายเพราะถือว่าเป็นข้าราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยกัน บางทีอาจจะไม่มีความพร้อมในเรื่องของผู้ที่จะแปล ตนเชื่อว่าถ้ามีความพร้อมท่านคงแปลให้ ซึ่งทางท้องที่ก็ต้องหาคนที่มีความพร้อมมาแปล ซึ่งในตอนบ่ายนี้จะประชุมคอนเฟอเรนซ์ จะให้เสร็จภายใน 1-2 วันนี้ ซึ่งจะได้ทำเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้น และก็จะได้ดำเนินตามกระบวนการสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน หากไม่ได้ก็เป็นเรื่องของประเทศที่ผู้ต้องหาไปพำนักอยู่ ขอให้พี่น้องประชาชนสบายใจได้ เป็นเรื่องผิดพลาดทางเทคนิค

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อเอกสารแปลเสร็จสิ้นแล้วจะดำเนินการอย่างไรต่อ พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ก็จะดำเนินการไปยังกระทรวงต่างประเทศ แล้วส่งไปยังประเทศที่ผู้ต้องหามีถิ่นพำนักอยู่ตามสนธิสัญญา ทางอัยการของประเทศนั้นก็จะพิจารณาสมควรทำเรื่องศาลประเทศนั้นว่าเข้าเงื่อนไขหรือไม่ แล้วประเทศที่ผู้ต้องหาไปพำนักนั้นต้องมีข้อตกลงร่วมกับเราด้วย ส่วนทราบตัวว่าผู้ต้องหาอยู่ทีไหนหรือไม่นั้น จากการติดตามไม่ได้อยู่ในประเทศ หรืออาจจะเป็นทางยุโรป ตนจะพยายามทุกวิถีทางที่จะได้ตัวผู้ต้องหามา ตนเชื่อคดีนี้ก็ไม่ได้ใหญ่โตเพียงแค่ประมาท หากได้รับการเยียวยาชดเชยศาลท่านคงปรานี จะได้เป็นบรรทัดฐานว่ากฎหมายมีใช้สำหรับทุกคนเสมอภาคกัน.