วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เป็นทีมชาติต้องมีออร่า! ส่องแนวคิด 'โค้ชโย่ง' นายใหญ่ช้างศึกยู-23

ความฝันสูงสุดของนักเตะทุกคนคือการติดทีมชาติสักครั้งในชีวิต แต่มีเพียงไม่กี่คนได้ไปไกลเกินฝัน นั้นคือการได้เป็นตำนานทีมชาติไทย และได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่โค้ชทีมชาติหลังแขวนสตั๊ด...

โดยหนึ่งในผู้โชคดีที่เราหมายถึง นั้นคือ "โค้ชโย่ง" วรวุธ ศรีมะฆะ อดีตกองหน้าทีมชาติไทย ที่มีเกียรติประวัติยาวเป็นหางว่าว ทั้งการคว้าแชมป์ระดับชาติและสโมสร ซึ่งในวันนี้เขากลับมาสู่สารบบทีมชาติอีกครั้ง ในฐานะเฮดโค้ชทีมยู-23 ปี และมีภารกิจที่หนักอึ้งรออยู่ในช่วงสองเดือนนับจากนี้ ทั้งการแข่งขันฟุตบอลยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก กลุ่มเอช รวมถึงซีเกมส์ 2017 ที่ประเทศมาเลเซีย

และก่อนที่โค้ชโย่งจะนำลูกทีม ลงทำศึกชิงแชมป์เอเชียรอบคัดเลือก นัดแรก ทีมข่าวกีฬาไทยรัฐออนไลน์จะพาไปจับเข่าคุยกับกุนซือรายนี้ ถึงประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ ทั้งความคาดหวังในการทำงาน, คำครหาว่าเป็นเพราะบารมีของ "โค้ชเฮง" ถึงมีโอกาสทำทีมชาติ, การคัดเลือกตัวผู้เล่นที่ต้องมีบุคลิก "ทีมชาติ" และภารกิจในการป้องกันแชมป์ซีเกมส์บนแดนเสือเหลือง ซึ่งทั้งหมดจะนำมาให้ได้ทราบกันแบบตรงไปตรงมา

ความรู้สึกแรกหลังถูกแต่งตั้งเข้ามาคุมทีมชุดนี้

ความรู้สึกแรกต้องบอกว่าดีใจ ผมเชื่อว่าทุกคนน่าจะรู้สึกยินดีและภูมิใจ ที่ได้มีโอกาสเข้ามาทำทีมชาติ ไม่ว่าจะเป็นชุดไหนก็แล้วแต่

วางโครงสร้างของทีมเอาไว้อย่างไรบ้าง

ตอนแรกยังไม่ได้วาดฝันอะไรเอาไว้ จนกระทั่งได้มาดูฟอร์มนักเตะก็มองแล้วว่า ศักยภาพของเด็กชุดนี้อาจจะไม่ดีเท่าชุดที่แล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องเอาความอยาก และโอกาสของพวกเขาซึ่งอยากจะรับใช้ชาติมาใช้รวมกันเป็นหนึ่งเดียว

คุณสมบัติของนักเตะที่จะมาเป็นลูกทีมโค้ชโย่งมีอะไรบ้าง

อย่างแรกเลย ต้องมีความกระตือรือร้นในการเล่นทีมชาติ อย่างที่สองคือคุณต้องมีบุคลิกทีมชาติด้วย จะเอานักเตะธรรมดามาเล่นไม่ได้ และอย่างที่สามต้องมีเทคนิคดี หรือถ้าเทคนิคไม่ดีก็ต้องตอบสนองต่อแท็กติกที่เราบอกได้ ส่วนคำว่า “บุคลิกทีมชาติ” นั้น หมายถึงคนที่มีออร่าในตัวเอง อย่างเช่น ต้องมีความมั่นใจ ต้องกล้าแสดงออกในสิ่งที่ดี และต้องเป็นคนที่รับผิดชอบ ซึ่งมันจะแสดงออกในตัวตนของนักฟุตบอลแต่ละคน

บางกระแสบอกว่าที่โค้ชโย่งได้งานนี้เพราะเป็นเด็กโค้ชเฮง

จริงๆ ตอนนั้นผมทำทีมสุพรรณบุรี เอฟซี ได้อันดับ 3 ไทยลีก แล้วก็มาสมัครโค้ชทีมชาติไทย ซึ่งถือเป็นโค้ชคนไทยคนเดียวที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในลีก ถามว่าเป็นเด็กพี่เฮงไหม มันก็ใช่นะเพราะเราเคยอยู่ที่ชลบุรีมาก่อนถึง 2 ปี ก่อนย้ายมาอยู่สุพรรณฯ ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะก้าวขึ้นมาทำทีมชาติ ต่างจากหลายคนที่ไม่มีผลงานอะไร แต่ได้โอกาสเข้ามาทำก่อนหน้านี้ แค่เราเคยสนิทกับพี่เฮงแล้วทุกคนก็มองว่าเราเป็นเด็กเส้นหรือเปล่า ซึ่งมันก็แล้วแต่คนจะมอง แต่ผลงานของเรามันบอกชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นอย่างไร เหมาะสมแค่ไหน

การทำงานครั้งแรกกับ "คุณเดียร์" วทันยา วงษ์โอภาสี ผู้จัดการทีม ต้องมีการปรับจูนกันมากน้อยแค่ไหน

การทำงานในวงการฟุตบอลมันต้องปรับอะไรหลายอย่าง และเราสองคนก็ปรับตัวเข้าหากันได้ดี ต้องยอมรับว่าคุณเดียร์มีวิสัยทัศน์ในการบริหารอยู่แล้ว ช่วยพัฒนาให้มีชื่อเสียงมากขึ้น ส่วนเราก็พัฒนาทีมในด้านฟุตบอลเท่านั้น

"โค้ชก้าง" กับ "โค้ชหระ" เข้ามาช่วยเติมเต็มทีมตรงไหนบ้าง

โค้ชหระ (อิสระ ศรีทะโร) มีประสบการณ์ในการทำทีมในระดับไทยลีกมาก่อน ซึ่งจะเก่งทางด้านคอมพิวเตอร์ การสเกาท์ และจุดเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งตรงกับที่เราต้องการคนที่มีละเอียดในจุดนี้เข้ามา ขณะที่โค้ชก้าง (นฤพล แก่นสน) จะเก่งด้านการฝึก เพราะเขาอยู่กับโค้ชเฮงมานาน จริงๆ แล้วหลายคนอาจจะไม่คุ้นกับชื่อของโค้ชก้าง แต่รูปแบบการฝึกของโค้ชก้างมีประโยชน์ต่อทีมมาก เราเคยอยู่กับโค้ชเฮงมาจะรู้ว่าการฝึกฟุตบอลที่ถูกต้องเป็นอย่างไร ซึ่งผมเชื่อการจะทำทีมให้ประสบความสำเร็จ ต้องดึงเอาสองคนนี้เข้ามาร่วมทีม

การเก็บตัวเฉพาะช่วงฟีฟ่าเดย์ เพียงพอหรือไม่สำหรับการเตรียมทีม

เราต้องปรับตัวให้ได้ตามหลักสากล ไม่ใช่สมัยก่อนที่จะหยุดทีเป็นเดือนเพื่อเตรียมทีม ดังนั้นผมจึงบอกลูกทีมเสมอว่า ถ้าคุณไม่ได้ลงสนามกับต้นสังกัด คุณก็ต้องรู้จักรักษาสภาพร่างกายของตัวเอง เพราะเมื่อเข้าสู่แคมป์ทีมชาติแล้วจะมาซ้อมเรื่องพละกำลังไม่ได้แล้ว ต้องต่อยอดไปในเรื่องของแท็กติกเท่านั้น ซึ่งทุกคนก็ทำได้ดีนะ แต่แมตช์อุ่นเครื่องล่าสุดกับอิรักต้องยอมรับว่า ตัวหลักเราแทบไม่ได้ลงเล่นกับต้นสังกัดเลยในช่วง 2 เดือน ซึ่งตรงนี้ก็เป็นข้อมูลที่เอามาคุยกับเด็กทุกคนว่า คุณต้องรับผิดชอบกับตัวเองให้มากที่สุด

นักเตะอายุ 20 ต้นๆ ในยุคปัจจุบัน กับยุคโค้ชโย่งมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

ต้องยอมรับว่าเมื่อก่อนมีการโกงอายุ บอลเด็กอายุ 20-21 ก็จริง แต่นักเตะบางคน 25 ปี ซึ่งมันเป็นเหมือนกันทั่วโลก แต่ปัจจุบันเป็นเด็กในรุ่นอายุนั้นจริงๆ แล้วที่สำคัญคือผู้เล่นชุดนี้อาจจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จในการคัดเลือกระดับเอเชีย ดังนั้นผมก็พยายามบอกเขาว่า ช่วงนั้นมันก็จะไม่ใช่ก็ได้ แต่ตอนนี้มันถึงเวลาของพวกคุณแล้ว และผมก็พยายามให้กำลังใจ สร้างแรงบันดาลใจ คอยบอกกระตุ้นพวกเขาว่าการเล่นให้ทีมชาติ มันมีความภาคภูมิใจมากแค่ไหน

แล้วกับนักเตะลูกครึ่งล่ะ พวกเขามีการซึมซับความภูมิใจเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน

ผมมองว่าลูกครึ่ง สมมติถ้าเขาอยากจะไปเล่นให้กับชาติที่เขาโตมา คิดว่าก็คงนานแล้ว แต่นี้เขากลับมาเล่นลีกในเมืองไทย เพราะเขาอยากพิสูจน์ตัวเองที่นี่ อยากลงเล่นให้กับทีมชาติที่นี่ ผมมองว่าการได้เล่นให้กับทีมชาติไทย ที่อาจจะอยู่อีกซีกโลก แต่เรามีกองเชียร์ตั้ง 70 กว่าล้านคนคอยหนุนหลัง ซึ่งนั่นแหละคือความภาคภูมิใจ ส่วนความแตกต่างระหว่างลูกครึ่งกับเด็กไทย คือความกระตือรือร้น ความเป็นมืออาชีพ และความกระหาย แต่นักเตะลูกครึ่งมีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่งคือ ถ้าเขาอยู่เมืองไทยนานๆ แล้วจะกลืนความเป็นไทย ไม่ใช่ว่าเมืองไทยไม่ดีนะ แค่คนไทยชอบอะไรก็ได้ง่ายๆ แต่ในสนาม ในวงการฟุตบอลเราจะเป็นอย่างนั้นไม่ได้ มันต้องฝึกซ้อม และต้องมุ่งมั่นให้มาก

ในส่วนของการเตรียมทีมซีเกมส์ ตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว

เรามีข้อมูลของทีมร่วมอาเซียนอยู่เยอะเหมือนกัน อย่างน้อยทีมที่มีโอกาสเจอบ่อยที่สุดคือ มาเลเซีย, สิงคโปร์, เวียดนาม เพราะมีโอกาสอุ่นเครื่องเจอกันบ่อย ขณะที่เมียนมาถึงจะไม่ได้เจอเขาเลย แต่ก็ส่งทีมงานไปดูฟอร์มมาแล้ว อย่างไรก็ตามที่สำคัญสุดเลยคือเราต้องอย่ากลัวแค่นั้นเอง เชื่อไหมว่ากองหน้าหรือกองหลังที่หลายคนเจอในไทยลีก เก่งกว่าอาเซียนแน่นอนเลย เพราะฉะนั้นถ้าเราเล่นกับพวกเขาได้ ทำไมเราจะเล่นกับชาติในย่านอาเซียนไม่ได้

กดดันไหมกับการต้องไปป้องกันแชมป์

ถามว่ากดดันไหม จริงๆ ที่เลือกเข้ามาทำตรงนี้มันก็มีความกดดันอยู่ข้างในอยู่แล้ว ยิ่งเป็นการเล่นในมาเลเซีย และเป็นการลดอายุครั้งแรกด้วย มันมีความกดดันแน่นอน การทีมทำชาติสิ่งเดียวที่น่ากลัวเลยคือความพ่ายแพ้ โดยเฉพาะการแพ้ในอาเซียน แต่ยังไงมันก็ต้องยอมเสี่ยงดู เพราะผมเชื่อว่าคนที่ไม่ผิดคือคนที่ไม่ทำอะไรเลย จะถูกหรือผิดเราก็ต้องทำ แต่ทำให้มันสุดความสามารถแค่นั้นเอง และต้องเลือกนักเตะที่ดีที่สุด ไม่มีเด็กเส้นเข้ามา

ทุกวันนี้มันอยู่ด้วยความเสมอตัวอยู่แล้ว เพราะชื่อเสียงที่เราทำมาสมัยเป็นนักเตะมันดี มันไม่มีสูงกว่านี้แน่นอน แค่อยากให้รู้ว่าโค้ชคนไทยซึ่งมีอยู่หลายคน สามารถพัฒนาไปเทียบเคียงกับโค้ชต่างชาติได้ ถ้าให้โอกาส

แล้วคิดว่าอะไร คือปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้ไทยต้องพลาดแชมป์

ผมว่าน่าจะเป็นแรงกดดันในตัวเด็กเองมากกว่า เราไม่รู้ว่าถ้าเด็กชุดนี้ถ้าเจอกองเชียร์สัก 5 หมื่นหรือเป็นแสนคนจะเป็นยังไง เพราะที่ผ่านๆ มา เด็กยังไม่เคยเจอประสบการณ์แบบนี้ เกิดจับพลัดจับผลูได้เข้าชิงกับมาเลเซีย แล้วเจอกองเชียร์หลักแสนจะเป็นยังไง ตัวผมเองไม่ตื่นเต้นหรอกเพราะผ่านมาเยอะแล้ว อย่างไรก็ตาม ถ้าถึงจุดนั้นจริงๆ ผมยังเชื่อว่าเด็กจะรับมือได้แน่นอน

กับการทำงานในบทบาทมือขวา "มิโลวาน ราเยวัช" เป็นอย่างไร

การเข้ามาทำงานกับ ราเยวัช ถือว่าเป็นประโยชน์มาก เพราะเขาเป็นโค้ชที่ได้ไปบอลโลกรอบสุดท้ายมาแล้ว คนที่ทำได้แบบนี้ต้องมีอะไรที่พิเศษ โอเคอาจจะมีคนบอกว่าเพราะกานาชุดนั้นเป็นชุดที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ผมก็มองว่าแล้วคนที่คุมทีมชุดนั้นเขาไม่เก่งเหรอ เพราะฉะนั้นการได้ทำงานกับคนเก่ง เราก็จะเอาข้อดีของเขามาใช้ และอีกอย่างคือ ราเยวัช ถ่ายทอดอะไรหลายอย่างให้เราได้เยอะมาก ขนาดมีโอกาสได้ทำงานด้วยแค่ไม่กี่วันนะ 

ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า ฝรั่งทุกคนที่เข้ามา คุณภาพของเขามีความเข้มข้นมากกว่า ต้องดีที่สุดเท่านั้นถึงจะอยู่ได้ เพราะโค้ชในประเทศเขาเยอะมาก มีการแข่งขันที่สูง เขาก็เลยต้องพยายามเพอร์เฟกต์ที่สุด แต่ถ้าเกิดคนไทยเราได้ไปเรียนรู้แท็กติก เทคนิคของเขามาใช้แล้วมาช่วยกันทำ เราก็อาจจะมีโอกาสไปบอลโลกในรูปแบบของไทยแลนด์สไตล์ก็ได้

แล้วทีมชาติไทยยู-23 ชุดนี้ น่าจับตามองตรงไหน

ผมว่าจุดเด่นของทีมชุดนี้คือความมีสปิริต มีจิตใจที่เป็นนักสู้ ผลการแข่งขันมันออกมาทีหลัง แต่ว่าอย่างน้อยถ้าคุณลงไปเล่นแล้วใส่เสื้อทีมชาติ คุณต้องแสดงให้เห็นว่าคุณเป็นคนไทยที่ลงไปเล่นเพื่อคนไทย แต่ถ้าคุณลงไปเล่นเพื่อตัวเอง ผมว่ามันไม่ใช่ แล้วผมบอกเลยว่าคนที่ไม่สู้หรือจิตใจไม่แข็งแกร่งจริง จะอยู่ในทีมชาติไทยชุดนี้ไม่ได้แน่นอน

อย่าลืมติดตามให้กำลังใจ ขุนพลนักเตะทีมชาติไทยยู-23 กับภารกิจแรก บนศึกชิงแชมป์เอเชีย 2018 รอบคัดเลือก กลุ่ม เอช ที่สนามศุภชลาศัย ระหว่างวันที่ 19-23 กรกฎาคมนี้ ซึ่งไทยรัฐทีวี ช่อง 32 จะถ่ายทอดสดให้ชมถึงบ้านอย่างจุใจ ในทุกนัดที่ทีมชาติไทยลงแข่งขัน.