บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เขาว่าผมเป็นพลทหารไฮโซ! เปลือยใจ ศรัณย์ ซอโสตถิกุล ทายาทห้างดัง ไฉนสมัครทหารเรือ

เดือนเมษายน 2560 ฤดูเกณฑ์ทหารแวะเวียนมาบรรจบอีกครั้ง หลายคนขอพร บนบานศาลกล่าว เพื่อขอให้ไม่ได้เป็นทหาร แต่ทว่า ‘พลทหารจั๊ม’ หรือ ‘นายศรัณย์ ซอโสตถิกุล’ เขาเลือกที่จะสมัครรับใช้ชาติในเหล่าทหารเรือ ทั้งที่มีทางเลือกมากมายในระดับลูกชายคนโตของเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง

วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ร่วมดึงตัวพลทหารหนุ่มสุดฮอตมีแต่นักข่าวรุมจีบไปนั่งสัมภาษณ์ มาเปลือยใจถึงชีวิตครอบครัว และเหตุผลในการตบเท้าเข้ารับใช้ชาติในฐานะพลทหารแห่งราชนาวีไทย เรื่องราวของเขาจะน่าสนใจแค่ไหน โปรดติดตาม...

โปรไฟล์งาม ดีกรีนักเรียนนอก ถูกดึงช่วยกรมวิทยาศาสตร์ ทร.

ดีกรีนักเรียนนอก สอบชิงทุนไปเรียนไฮสคูลที่สหรัฐฯ และเข้าศึกษาต่อปริญญาตรี และปริญญาโท ด้านฟิสิกส์ ก่อนกลับมาสมัครรับใช้ชาติ 6 เดือน ซึ่งดูจากโปรไฟล์หนุ่มคนนี้ไม่ธรรมดา ทำให้ไปเตะตาเจ้ากรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ อย่าง พล.ร.ต.วิพันธ์ุ ชมะโชติ ดึงตัวเข้าร่วมทีมกรมวิทยาศาสตร์ ของกองทัพเรือ เดินหน้าลุยงานด้านนิวเคลียร์ ชีวเคมีในทันที

“ผมว่าการที่ได้มาเป็นทหารนั้น มีอะไรที่พิเศษมาก ได้เปิดหูเปิดตา เข้าไปอยู่ในจุดที่ไม่ใช่ใครก็สามารถทำได้ ได้เปิดมุมมองใหม่ๆ ของการเป็นทหาร ซึ่งถือว่าเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับผม”

หลายคนคงอยากรู้ว่าทหารมีหลายเหล่า ทำไมถึงเลือกเหล่าเรือ? พลทหารจั๊ม เล่าว่า ทหารเรือเป็นเหล่าทัพที่มีเสน่ห์ มีตำนาน มีวัฒนธรรมเก่าแก่ ตั้งแต่สมัยเรือใบโบราณ และส่วนหนึ่งตอนอยู่สหรัฐฯ กว่า 10 ปีนั้น ทราบว่า สำหรับประเทศมหาอำนาจวิธีการทำการเมือง การสื่อสาร หรือการค้าขายระหว่างประเทศ จะต้องพึ่งกองทัพเรือที่แข็งแกร่ง โดยกองทัพเรือของสหรัฐฯ จะใหญ่กว่ากองทัพบก และกองทัพอากาศ อีกทั้ง ขีปนาวุธของสหรัฐฯ นั้น มีมากมาย แต่กว่า 50% จะอยู่กับกองทัพเรือ แสดงให้เห็นว่าในประเทศสหรัฐฯ เหล่าทัพที่ขึ้นชื่อว่า แข็งแกร่งที่สุด เจ๋งที่สุด และเท่ที่สุดคือ ‘เหล่าทัพเรือ’ ทำให้รู้สึกชอบมาตั้งแต่ตอนนั้น

เขาว่าผมเป็น...พลทหารไฮโซ!

หลังจากที่เข้ามารับใช้ชาติได้ถูกยกตำแหน่งให้เป็น ‘พลทหารไฮโซ’ คิดอย่างไรกับฉายานี้? ทันทีที่สิ้นคำถาม มีเสียงหัวเราะลั่น ก่อนพลทหารจั๊ม จะตอบว่า “ผมกลับแปลกใจนะครับที่คนมาสนใจในเรื่องนี้มาก เพราะว่าส่วนหนึ่งในต่างประเทศที่เคยชินมา อย่างสหรัฐฯ ถ้าเป็นคนที่มีธุรกิจ มีระดับการศึกษาสูง ถือเป็นเกียรติและเป็นโอกาสที่จะได้รับใช้ชาติ เพราะเขาถือว่าความมั่นคงของชาติเป็นเรื่องสำคัญ

ดังนั้น กองทัพเขาต้องการคนระดับหัวกะทิ มีความสามารถ มารับใช้ชาติ ซึ่งผมเชื่อว่า การที่ประเทศไทย จะเจริญเติบโตในเวทีระดับโลก เทียบเคียงบ่าเคียงไหล่กับต่างชาติได้ จะต้องใช้คนที่เป็นระดับหัวกะทิ มีส่วนร่วมด้วย ไม่อย่างนั้น จะไปสู้เขาได้ยังไง ผมเลยมองว่ามันไม่แปลกที่นักธุรกิจ คนตระกูลดัง หรือคนที่จบป.โท หรือ ป.เอก อยากจะมารับใช้ชาติ”

บ้านรวยล้น ทิ้งเงินพันล้าน สู่พลทหารเงินเดือนหลักพัน

คนมองว่าทิ้งเงินพันล้านมารับเงินเดือนไม่ถึงหมื่น คิดเห็นอย่างไร? ลูกชายเจ้าของห้างดัง นิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า “ผมมองกลับกันนะครับ ถ้าเรามีฐานะมั่นคงอยู่แล้ว มันก็เป็นโอกาสดีที่ได้ทำหน้าที่ในงานอื่นๆ โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องหวังเพื่อเงินอย่างเดียว แต่เราสามารถที่จะหวังช่วยเหลือประชาชน ประเทศชาติได้มากกว่า อย่างที่เห็นคนในแวดวงธุรกิจหรือคนที่มีเงินทองมากมาย ได้มีโอกาสตอบแทนชาติบ้านเมือง ด้วยการทำมูลนิธิ หรือช่วยเหลือด้านการศึกษา ดังนั้น การรับราชการทหารเป็นหนทางในการทำงานเพื่อชาติ ตอบแทนสังคม ผมยินดีครับ”

ยอมรับ ครอบครัวห่วง กลัวลูกชายคนโตลำบาก

ในฐานะลูกชายคนโตของตระกูลที่รวยอันดับต้นๆ ของประเทศไทย เล่าถึงตอนตัดสินใจรับใช้ชาติว่า “ตอนแรกคุณแม่กลัวๆ กล้าๆ มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่พอรู้ว่าลูกชายจะมาเป็นทหาร จะกังวลว่า ลูกชายจะมาลำบากหรือเปล่า จะบาดเจ็บอันตรายหรือไม่ ส่วนคุณพ่อได้สนับสนุนมาโดยตลอด ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้มาเรียนรู้ พบปะผู้คนที่ไม่เคยได้พบมาก่อน เพราะเรียนอยู่สหรัฐฯ มากว่า 10 ปี ไม่ได้คลุกคลีกับทหารไทยเลย พอมาอยู่สักพัก ทางครอบครัวได้เข้าใจในหน้าที่ของผม กลับกลายเป็นว่า ตอนนี้ครอบครัวยินดี ปลื้มปิติที่ผมได้รับโอกาสให้มาอยู่ตรงนี้ และตัวผมเองก็ยินดีที่ได้เป็นพลทหารฯ คนแรกของครอบครัวเลยครับ”

นอกจากนี้ พลทหารจั๊ม ยังเผยอีกว่า แม้จะลูกชายตระกูลดัง แต่การฝึกนั้นเป็นไปตามระเบียบปกติทั่วไป มีมาตรฐานเท่าเทียมทุกคน ไม่ได้รับข้อยกเว้นใดๆ เป็นพิเศษอีกด้วย

ภารกิจสุดภูมิใจ ท้าทายที่สุดในชีวิตของการเป็นทหาร

หลังจากที่ นายศรัณย์ ซอโสตถิกุล หรือ พลทหารจั๊ม ได้ก้าวเข้ามาสู่ในรั้วราชนาวีได้ 2 เดือนแล้วนั้น เขาได้ถูกดึงตัวไปช่วยงานกับกรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ ตามวิชาความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมา โดยเขาได้เล่าถึงภารกิจที่เคยได้ทำด้วยว่า

1.ช่วยตรวจที่ฐานทัพเรือภาคที่ 2 ฐานทัพเรือสงขลา ไปตรวจเกี่ยวกับนิวเคลียร์ชีวเคมี เพื่อทดสอบว่า หากโดนโจมตีหรือก่อกวนในด้านนั้น จะต้องป้องกันหรือตอบรับอย่างไร

2.ช่วยบรรยายที่กรมวิทยาศาสตร์ ทหารเรือ เกี่ยวกับหลักสูตรป้องกันนิวเคลียร์ชีวเคมี

3.ช่วยเหลือเกี่ยวกับโปรแกรมทำแผนที่ หากบริเวณนั้นโดนโจมตีด้วยสารเคมี หรือสารกัมมันตภาพรังสี โปรแกรมแผนที่นี้ จะเผยให้เห็นภาพได้ชัดเจน ซึ่งเป็นโปรแกรมของต่างชาติ เอามาปรับใช้ในประเทศไทย

4.ได้ร่วมทีมทำสารขจัดคราบน้ำมันแบบชีวภาพ โดยได้ร่วมทีมกับพี่ๆ ที่กรมวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้รับคำแนะนำมากมาย

“ส่วนใหญ่ภารกิจต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชานั้น เหมาะสมกับความรู้ความสามารถของผมมาก ซึ่งมองว่าการจะใช้งานบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดนั้น ภารกิจจะต้องเหมาะสมกับความรู้ความสามารถของบุคลากรคนนั้นด้วย และตอนที่มาเป็นพลทหารเขาทราบโปรไฟล์ผม เลยได้มีโอกาสทำงานสายตรง ตัวผมเองก็รู้สึกท้าทาย สนุกสนานกับภารกิจต่างๆ ได้ทำงานในสิ่งที่เรียนมา”

วางแผนอนาคตหลังปลดประจำการ

อีก 6 เดือน พลทหารไฮโซคนนี้ จะต้องปลดประจำการแล้ว จะอนาคตจะเดินหน้าไปในทิศทางไหนต่อไป หนุ่มวัย 27 ครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนเอ่ยขึ้นมา “ส่วนตัวผมอยากเรียนต่อปริญญาเอก เพราะเป็นสิ่งที่ชอบ อยากไปต่อให้สุดเท่าที่ไปได้ และส่วนหนึ่งได้เข้ามาค้นพบว่า ทางกรมวิทยาศาสตร์ ทหารเรือ เปิดโอกาสให้ลาไปเรียนต่อได้ ก็เลยทำให้ความคิดที่อยากเรียนต่อกับการรับราชการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ส่วนการทำงานในต่างประเทศก็คงแล้วแต่ชะตาชีวิตจะดำเนินไปครับ (หัวเราะ) ตอนนี้แผนการหลักๆ ของผมคือ การปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติตรงนี้ให้เต็มที่ที่สุด ส่วนหลังจากนั้นจะเรียนต่อหรือทำงานก็คงแล้วแต่อนาคต ว่าทางไหนที่เป็นโอกาสและเหมาะสมสำหรับตัวเราครับ”

และนี่ก็คือลูกผู้ชายที่ชื่อว่า ‘พลทหารศรัณย์ ซอโสตถิกุล’ หรือ ‘พลทหารจั๊ม’ หรือ ‘พลทหารไฮโซ’ หรือชื่อเรียกอะไรก็แล้วแต่ที่หลายคนต่างตั้งฉายาให้กับเขา แต่สำหรับเรา เขาคือลูกผู้ชายคนหนึ่งที่ขอเดินหน้ารับใช้ชาติอย่างไม่หวั่นเกรง พร้อมนำความรู้จากเมืองนอกมาพัฒนาด้านการทหารให้กับประเทศไทย เพื่อให้ทัดเทียมนานาประเทศ.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน