บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'อุเทน'ซัด'รบ.-คสช.'ทำปท.เสียหายมหาศาล หลังประมูลข้าวสต๊อกสุดอืด

"อุเทน" ซัดประมูลข้าวสต๊อกรัฐสุดอืด ทำประเทศเสียหายมหาศาล ระบุเคยเสนอให้ใช้ ม.44 เร่งระบายข้าวให้จบตั้งแต่ มี.ค.59 ผิดหวัง 18 เดือนผ่านมา รบ.-คสช.ไม่ฟังความหวังดี ซัด นบข.-พณ.ทำงานหละหลวม ปล่อยเอกชนทิ้งประมูล แถมกีดกันจนถูกนำไปร้องศาล ส่งผลให้เกิดความเสียหายมากขึ้น...


เมื่อวันที่ 18 ก.ค.60 นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงกรณีปัญหาการเปิดประมูลข้าวเสื่อมคุณภาพที่เกิดความล่าช้าของ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ว่า ข้อมูลของ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่เปิดเผยว่ามีเอกสารการแอบอ้างชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) และอ้างชื่อ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ในฐานะรองประธานกรรมการ นบข. ตัดสิทธิ์เอกชนไม่ให้เข้าร่วมประมูลข้าวเสื่อมคุณภาพ จนถูกนำไปร้องศาลและมีคำสั่งระงับการประมูลไว้ ถือว่าได้สร้างความเสียหายให้จากการระบายข้าวที่ล่าช้าออกไป ตลอดจนข้อมูลของ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ออกมาระบุว่า มีการนำข้าวค้างสต๊อกคุณภาพดีไปขายในราคาข้าวเสื่อมคุณภาพ จนรัฐเสียประโยชน์มหาศาล สอดคล้องกับที่ทาง กระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ใน 32 จังหวัด เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบพฤติกรรมและความเคลื่อนไหวของบริษัทเอกชน จำนวน 13 ราย ที่ชนะการประมูลซื้อข้าวในสต๊อกรัฐบาลเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคน สะท้อนให้เห็นว่าการทำงานของ นบข. โดยกลไกของกระทรวงพาณิชย์มีความหละหลวมเป็นอย่างยิ่ง ก่อให้เกิดข้อครหาในเรื่องการกีดกันหรือเอื้อประโยชน์เอกชน จนกระบวนการล่าช้าและทำให้รัฐเสียหายจากทั้งค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บ รวมไปถึงราคาข้าวที่ต่ำลงไปตามสภาพข้าวที่เสื่อมตามเวลา

นายอุเทน กล่าวด้วยว่า เมื่อวันที่ 10 มี.ค.2559 ตนก็เคยออกมาเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทบทวนรูปแบบการระบายข้าวทั้งหมดใหม่ และหากเป็นไปได้ก็ควรใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ ในการเร่งระบายข้าวในสต๊อกของรัฐบาลให้รวดเร็วขึ้น เนื่องจากได้ติดตามการเปิดประมูลข้าวในสต๊อกของรัฐบาลหลายครั้ง พบว่ามีปัญหาข้อติดขัดมากมาย ทั้งการที่ นบข.อนุมัติจำนวนข้าวที่ค่อนข้างน้อยในแต่ละรอบ หรือผู้ชนะการประมูลไม่ยอมลงนามในสัญญา จนทำให้การประมูลต้องถูกยกเลิกไป รวมทั้งกรณีที่เอกชนไปร้องศาลจนต้องชะลอกระบวนการออกไปอีก ต่างๆ เหล่านี้ทำให้รัฐต้องสูญเสียงบประมาณการรักษาข้าวในสต๊อกที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาทต่อเดือน ตลอดจนความเสื่อมสภาพของข้าวที่เก็บไว้ในโกดังนาน ก็ทำให้มูลค่าลดลง ซึ่งเพียงแค่ 6 เดือนที่ผ่านมาราคาข้าวตกลงไปกว่า 50%

"การที่คนจาก 2 พรรคการเมืองใหญ่ออกมาพูดถึงปัญหาการระบายข้าวในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน แม้จะยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น แต่ก็สะท้อนว่ามีความไม่ชอบมาพากลบางอย่าง อย่างน้อยๆ ก็ความหละหลวมล่าช้าของกรมการค้าต่างประเทศ ที่รับนโยบายมาจาก นบข. ที่ไม่ใช่เรื่องใหม่เป็นปัญหามาตั้งแต่ คสช.เข้ามา จนผมได้เสนอให้ใช้มาตรา 44 จัดการให้แล้วเสร็จตั้งแต่เมื่อ 18 เดือนก่อน แต่คงเพราะเป็นคนตัวเล็กที่รัฐบาลไม่เปิดกว้างรับฟังในความหวังดี จนถึงตอนนี้ทั้งข้าวดี ข้าวเสื่อม ได้สร้างความสูญเสียขึ้นมาแล้ว ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น" นายอุเทนกล่าว