วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บังฟัต' ทีมสังหารอ่วม 4 ข้อหา! คุมเข้ม-ผวาฆ่าตัว

อ้างเคยถูกยิง แถมยังมีขู่ฆ่า จัดฉากเบนคดี ลอกหนังซีรีส์ พ่อเหยื่อช็อก ตัวแสบ-ญาติ

ตำรวจเดินหน้าเค้นสอบ “บังฟัต” พร้อมแก๊งทมิฬฆ่ายกครัว 8 ศพ ผู้ใหญ่บ้าน อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เร่งรวบรวมหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนก่อนวันที่ 20 ก.ค. เผยทีมสังหารมี 7 คนโดนแจ้ง 4 ข้อหาหนัก ส่วนอีก 2 คนเป็นเมียบังฟัตกับเจ้าของรถฟอร์จูนเนอร์อยู่ระหว่างสอบสวนว่าเข้าข่ายร่วมก่อเหตุด้วยหรือไม่ หนึ่งในแก๊งโหดเป็นลูกสมุนคนสนิทเปิดปากแฉลูกพี่เคยพาไปทวงหนี้ผู้ใหญ่บัติ 2 ครั้งแต่ไม่สำเร็จ ครั้งนี้ถูกหลอกให้มาทวงเงินอีกแต่กลับลงมือฆ่าโหดล้างครัว ตกใจมากพยายามห้ามแล้วแต่ไม่สำเร็จ ขณะที่บังฟัตอ้างเคยถูกผู้ใหญ่บัติยิงมาแล้วแต่ไม่ได้แจ้งความ ยอมรับเลียนแบบหนังซีรีส์ต่างประเทศวางแผนฆ่าจัดฉากเบี่ยงประเด็นให้ตำรวจไขว้เขว พ่อหนึ่งในเหยื่อกระสุนสุดช็อกหลังรู้ว่าบังฟัตเป็นผู้ก่อเหตุเพราะเป็นญาติฝ่ายแม่ ลั่นต่อไปไม่นับญาติกันแล้ว “บิ๊กป้อม” ชื่นชม “บิ๊กแป๊ะ” ผบ.ตร.ปิดคดีรวดเร็วทันใจ ให้ประชาชนมั่นใจฝีมือตำรวจ

หลังจากตำรวจโชว์ผลงานพิชิตคดีสะเทือนขวัญ ฆ่าล้างครัวนายวรยุทธ สังหลัง หรือผู้ใหญ่บัติ อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เสียชีวิต 8 ศพ ได้รับบาดเจ็บ 3 คน โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. นำทีมสืบสวนฝีมือดีลงพื้นที่คลี่คลายคดีด้วยตัวเอง ใช้เวลาเพียง 5 วัน สืบสวนหาหลักฐานติดตามจับกุมคนร้ายได้ยกแก๊ง 9 คน นำโดยนายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์สกุล หรือบังฟัต อายุ 41 ปี นายทุนเงินกู้ เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจ ตามคำสั่ง คสช. ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไว้ที่ค่ายทหาร ร.15 พัน.1 อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ส่วนปม ขัดแย้งมาจากเรื่องที่นายวรยุทธนำโฉนดที่ดินของพ่อตาไปจำนองกับบังฟัต ภายหลังใช้หนี้หมดแล้วบังฟัตไม่ยอมคืนโฉนดให้ เนื่องจากนำไปเป็นหลักทรัพย์ เงินกู้ธนาคาร จนมีการฟ้องร้องกลายเป็นเรื่องบาดหมางรุนแรงถึงขั้นขู่ฆ่าล้างโคตรกัน แต่บังฟัตเป็นฝ่ายชิงลงมือก่อน

ความคืบหน้าที่ บก.ภ.จ.กระบี่ เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 ก.ค. พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษา (สบ 10) เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการสอบสวนคลี่คลายคดียิง 8 ศพ โดยมี พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ส. พล.ต.ต.นันทเดช ย้อยนวล รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.วรวิทย์ ปานปรุง ผบก.ภ.จ.กระบี่ พร้อมชุดสืบสวนสอบสวนร่วมประชุม ใช้เวลากว่า 3 ชม. หลังการประชุม พล.ต.อ.สุชาติเผยว่า วันศุกร์ที่ 21 ก.ค.นี้ จะครบกำหนดควบคุมตัว 7 วันตามอำนาจของทหาร

ขณะนี้มีผู้ต้องหา 7 คนและผู้ต้องสงสัยอีก 2 คน คดียังอยู่ระหว่างการสอบสวน ส่วนการออกหมายจับและส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวน คาดว่าจะขออนุมัติจากศาลได้ไม่เกินวันที่ 20 ก.ค. เพราะยังอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานทั้งหมด ยังไม่สามารถ เปิดเผยได้ว่าการส่งมอบผู้ต้องหาจะดำเนินการที่ใด อย่างไรก็ตาม การสอบสวนผู้ต้องหาทราบว่า ในคืนเกิดเหตุบังฟัตบังคับให้นายวรยุทธเซ็นโอนเอกสารรถเก๋งโตโยต้ายาริสสีเทาให้กับตัวเองก่อนจะขับรถไปด้วย นอกจากนี้ ยังต้องตรวจสอบที่มาที่ไปการจำนองที่ดินปมขัดแย้งที่ยังมีข้อสงสัยอยู่บ้าง

พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น.กล่าวว่า ปมขัดแย้งเรื่องการจำนองที่ดินระหว่างนายวรยุทธกับบังฟัต เริ่มจากปี 2552-2554 นายวรยุทธนำที่ดินของพ่อตามาจำนองหลายครั้ง รวมเป็นเงินล้านกว่าบาท ต่อมานายวรยุทธนำเงินไปไถ่ถอน ปรากกฎว่าบังฟัตไม่ยอมคืนโฉนดให้ จึงเกิดความขัดแย้งจนถึงขั้นนายวรยุทธขู่จะยิงบังฟัต นอกจากนี้ บังฟัตยังให้การว่า เมื่อปี 2556 ขณะขับรถสวนกันที่อ่าวลึกเคยถูกนายวรยุทธยิงปืนใส่มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่ได้แจ้งความหรือลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน กรณีนี้จะต้องตรวจสอบรายละเอียดด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีอยู่ระหว่างคัดกรองคนร้ายที่ถูกควบคุมมาเพื่อรอการดำเนินคดีทั้งหมด จนถึงขณะนี้สามารถควบคุมตัวมาได้แล้วรวม 9 คน แบ่งเป็นชุดปฏิบัติการที่เข้าไปก่อเหตุเป็นชาย 7 คน ส่วนหญิง 1 คน เป็นเมียของบังฟัตคอยสนับสนุนซื้ออาหาร น้ำดื่ม และชุดลายพรางให้ผู้ก่อเหตุ กับอีกคนเป็นชายเจ้าของรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ที่คนร้ายใช้ในคืนก่อเหตุที่ถูกรวบตัวมาด้วย ทั้ง 2 คน ชุดสอบสวนกำลังพิจารณาอยู่ว่าจะแจ้งข้อหาใครเพิ่ม ส่วนที่ต้องแจ้งข้อหาแน่นอนแล้วคือ คนร้ายทั้ง 7 คน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวโดยทำร้ายจิตใจผู้อื่น แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ทหาร นอกจากนี้ ยังมีข้อหาอื่นๆ ที่เป็นส่วนย่อยจะต้องแจ้งกับผู้ต้องหาบางรายด้วย

จากการสอบปากคำนายจักร อายุ 37 ปีหนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหาเป็นคนสนิทของบังฟัตให้การรับสารภาพกับชุดสืบสวนว่า มีอาชีพรับจ้างกรีดยางและรับจ้างทั่วไป ก่อนหน้านี้เคยได้รับการติดต่อจากบังฟัตให้เข้าไปทวงหนี้นายวรยุทธมาแล้ว 2 ครั้งแต่ไม่สำเร็จ ทุกครั้งจะมีบังฟัตพร้อมพวกเดินทางไปด้วยครั้งละ 5-6 คน แล้วแต่บังฟัตจะเรียกมาช่วยงาน แต่ 2 ครั้งที่ผ่านมา บังฟัตไม่ได้สวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้าเหมือนครั้งนี้ ได้ค่าจ้างครั้งละ 1,000 บาท จนมาครั้งนี้ได้รับการติดต่อจากบังฟัตมาทวงหนี้นายวรยุทธอีกครั้ง ไม่รู้มาก่อนว่าจะมีการฆ่ากันตายมากขนาดนี้ และบังฟัตก็ไม่เคยบอกมาก่อนถึงแผนการสุดโหด

นายจักรให้การด้วยว่า วันเกิดเหตุบังฟัตนัดให้ทุกคนแต่งชุดลายพรางทหารเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้รู้สึกแปลกใจว่าทำไมบังฟัตถึงต้องสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้าและให้เรียกว่า “ผู้พัน” ตนกับพวก 4 คนให้เรียกว่า “จ่า” อีกคนให้เรียกว่า “ผู้กอง” และคนสุดท้ายเรียกว่า “หมวด” เพื่อแสดงตัวเป็นกลุ่มทหารให้นายวรยุทธหวาดกลัว บังฟัตให้ตนทำหน้าที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าบ้าน ยอมรับว่าเป็นคนกวักมือเรียกให้เหยื่อคนอื่นๆเข้ามาในบ้าน เพราะไม่อยากให้การทวงหนี้ครั้งนี้เอิกเกริก ไม่คาดคิดว่าจะมีเหตุร้าย จนเข้าสู่ช่วงค่ำได้ยินเสียงปืนนัดแรกก็ตกใจมาก ก่อนที่บังฟัตจะลั่นไกยิงเหยื่อทีละคนอย่างเลือดเย็น

ขณะที่การสอบปากคำผู้ต้องหาคนอื่นๆที่ร่วมกับบังฟัต แต่ละคนให้การสอดคล้องกัน โดยเฉพาะประเด็นที่ถูกหลอกว่าให้มาช่วยคุมการทวงเงินที่นายวรยุทธติดค้างอยู่หลายล้านบาท จะได้ค่าจ้างมาช่วยทวงหนี้คนละ 1,000 บาท ไม่คิดว่าจะเป็นการฆ่ายกครัว วันเกิดเหตุบังฟัตให้ช่วยกันฆ่า แต่พวกตนไม่ทำและได้ห้ามแล้ว บังฟัตก็ไม่ฟัง ก่อนใช้ปืนจ่อยิงทีละคน

ส่วนการสอบปากคำบังฟัตให้การยอมรับว่า โกรธแค้นที่นายวรยุทธขู่จะฆ่า เรื่องที่ตนนำโฉนดที่ดินของพ่อตานายวรยุทธไปจำนองต่อกับธนาคาร แม้ว่านายวรยุทธจะจ่ายเงินคืนหมดแล้ว 7 แสนบาท การก่อเหตุครั้งนี้พยายามเบี่ยงประเด็นให้เป็นความเครียดเรื่องหนี้สินของนายวรยุทธ ลงมือฆ่ายกครัวตัวเองแล้วฆ่าตัวตายตาม เนื่องจากตนเป็นคนชอบดูภาพยนตร์ซีรีส์จากต่างประเทศแนวสืบสวนสอบสวนฆาตกรรมลึกลับซ่อนเงื่อน อาทิ ซีเอสไอ จึงนำพล็อตเรื่องและเทคนิคของคนร้ายในภาพยนตร์ที่หลอกล่อเจ้าหน้าที่ให้ไขว้เขวมาประยุกต์ใช้ในการก่อเหตุ นอกจากนี้ ยังวางแผนตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆเพื่อหลีกเลี่ยงในการหลบหนี รวมทั้งเอาเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดภายในบ้านไปด้วย

ชุดสืบสวนระบุด้วยว่า กลุ่มบังฟัตมีพฤติกรรมปล่อยเงินกู้และออกทวงหนี้ในพื้นที่ จ.กระบี่ พังงา ภูเก็ต และนครศรีธรรมราช มาตั้งแต่ปี 2555 หากลูกหนี้รายไหนไม่ยอมจ่ายเงินจะนำกลุ่มลูกน้องเข้าไปทวง โดยสวมเครื่องแบบชุดลายพรางติดอาวุธครบมือ นอกจากนี้ ยังมีพฤติกรรมไม่คืนโฉนดที่ดินให้ลูกหนี้หลังนำเงินมาไถ่ถอนแล้วหลายราย จนทำให้บังฟัตมีฐานะร่ำรวยขึ้น มีทั้งเงินสด ที่ดิน และบ้านอยู่ในหลายจังหวัดภาคใต้

มีรายงานว่า ขณะนี้ผู้ต้องหาทุกคนถูกคุมตัวแยกจากกันเพื่อสอบสวนแต่ละคน มีกำลังตำรวจและทหารคอยคุ้มกันอย่างแน่นหนาไม่ให้คลาดสายตา เนื่องจากหวั่นเกรงว่าผู้ต้องหาจะคิดสั้น โดยเฉพาะบังฟัตมีความเครียดและวิตกกังวลพอสมควร ส่วนผู้ต้องหาคนอื่นต่างมีความหวาดกลัวมากกว่าเนื่องจากถูกหลอกมาใช้งาน ยิ่งพอทราบว่าเป็นคดีที่มีโทษสูงถึงประหารชีวิตยิ่งทำให้เกิดความเครียดมากขึ้น

ด้านนายยูโซบ พริกดำ พ่อของนายสุทธิพงศ์ พริกดำ หนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นสามีของนางอัญชลี น้องเมียนายวรยุทธ และเป็นพ่อของเด็กหญิง 2 คนที่รอดชีวิตกล่าวว่า หลังทราบว่าผู้ก่อเหตุคือบังฟัตทำให้ตนแทบช็อก เนื่องจากรู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี บ้านอยู่ห่างกันแค่ไม่กี่ร้อยเมตร ลูกชายตนเป็นนักกีฬาฟุตบอล บังฟัตก็ให้การสนับสนุนอยู่ตามข้างสนามตอนแข่งฟุตบอลของ อบต. นอกจากนี้ตนยังเป็นญาติกับแม่ของบังฟัตด้วย ไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้ลงคอ ต่อไปนี้คงจะไม่เป็นญาติกันอีกแล้วสำหรับครอบครัวนี้ ในอดีตบังฟัตเป็นคนมีฐานะดี ครอบครัวใหญ่อยู่ด้วยกันหลายคนในบ้านเดียวกัน อยากให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่ามีนายทุนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้หรือไม่เพราะมีชาวบ้านนำที่ดินไปจำนองไว้จำนวนมากมูลค่านับสิบล้านบาท ส่วนอาการของลูกสะใภ้ปลอดภัยแล้ว เช่นเดียวกับหลานสาวทั้ง 2 คนวิ่งเล่นได้แล้ว แต่ยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์และมีตำรวจเฝ้าดูแลความปลอดภัย

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวไปสอบถามชาวบ้านละแวกบ้านเลขที่ 5/2 หมู่ 6 บ้านท่าคลอง ต.เขาคราม อ.เมืองกระบี่ สถานที่กลุ่มคนร้ายใช้วางแผนสังหารโหด เป็นบ้านของบังฟัตที่ยึดมาจากชาวบ้านที่นำมาจำนองแล้วหลุดสัญญา ชาวบ้านใกล้เคียงกล่าวว่า ปกติจะมีกลุ่มชายแปลกหน้าเข้ามาอาศัยในบ้านอยู่บ่อยครั้ง และมีหญิงสาวคนหนึ่งอาศัยอยู่ด้วย ทุกคนในหมู่บ้านไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนักและไม่ค่อยสนิทกันด้วย แต่พอทราบว่ากลุ่มคนในบ้านคือกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุฆ่า 8 ศพ ก็รู้สึกตกใจมาก สำหรับบ้านหลังดังกล่าวเดิมเป็นของผู้หญิงอายุ 45 ปี ขายฝากไว้กับบังฟัตแล้วไม่มีเงินไถ่คืน เลยถูกยึด

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในการจับกุมผู้ต้องหาคดีฆ่ายกครัว 8 ศพ ที่ จ.กระบี่ ว่า ขอชื่นชมการทำงานของตำรวจที่ทำงานเพียง 1-2 วัน สามารถคลี่คลายคดีและจับกุมคนร้ายได้ทั้งหมด โดยเฉพาะการทำงานของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ลงไปทำคดีด้วยตนเอง ทำงานได้ดี เรียกได้ว่าตำรวจพยายามทำงานให้เป็นไปตามที่ประชาชนต้องการได้ ดังนั้นขอให้มั่นใจได้ว่าทุกคดีที่เกิดขึ้น ทั้งคดีระเบิด รพ.พระมงกุฎฯ คดีฆ่าคนตาย ตำรวจสามารถดำเนินการจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้ทั้งหมด

“ในที่นี้ผมขอให้กำลังใจและชื่นชมว่าตำรวจพยายามทำงานอย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ จนประชาชนได้ชื่นชมการทำงานด้วย โดยเฉพาะนักข่าวได้เดินทางไปที่เกิดเหตุเป็นร้อยสำนัก เพื่อไปติดตามการทำงานของตำรวจในพื้นที่อย่างใกล้ชิด” พล.อ.ประวิตรกล่าว เมื่อถามถึงกระแสเปลี่ยนตัว ผบ.ตร. พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยังไม่รู้ เพราะยังไม่ได้พูดคุยกัน ผบ.ตร.คนปัจจุบันก็ยังเหมาะสมในการทำหน้าที่อยู่ ขอยืนยันว่าตนไม่เคยมีสัญญากับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ว่าจะให้นั่งในตำแหน่ง 2 ปี อีกทั้งก็ไม่มีความลำบากใจอะไรที่มีรุ่นน้องมาต่อคิวอยู่ เราพิจารณาดูว่าคนใดมีความเหมาะสม