วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ร้อง รอง ผบช.ภ.4 พี่สาวถูกลวงฆ่าแขวนคอ ผ่าน 1 ปี หวั่นคดีไม่โปร่งใส

น้องสาว ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ รอง ผบช.ภ.4 หลังพี่สาวถูกฆ่าแขวนคออำพราง 1 ปี เชื่อคดีไม่โปร่งใส หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม เหตุเชื่อมีคนร้ายมากกว่า 1 คน ...

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 17 ก.ค. ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 4 นางมัทนา เตโช อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 208 ม.14 บ้านพระยืน ต.พระยืน อ.พระยืน จ.ขอนแก่น พร้อมญาติพี่น้อง เข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 เพื่อให้มีการสอบสวนและแต่งตั้งพนักงานสอบสวน ไขคดี กรณี นางมุกดา เพียมา อายุ 45 ปี พี่สาว ถูกคนร้ายลวงไปฆ่าทิ้ง โดยอำพรางว่าฆ่าตัวตาย เหตุเกิดเมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมา

นางมัทนา กล่าวทั้งน้ำตาว่า พี่สาวมีบ้านพักอยู่ที่ทุ่งนา ห่างจากหมู่บ้านไปเล็กน้อย ก่อนเกิดเหตุพี่สาวเพิ่งหายป่วย ออกจากโรงพยาบาล มาพักที่บ้านได้ประมาณ 2 อาทิตย์ ก็มีพยานเห็นว่า ช่วงเวลาตีสามคืนวันที่ 9 กรกฎาคม 2559 มีคนร้ายเป็นชาย ขับรถกระบะสีดำ ยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน มารับพี่สาวออกจากบ้าน แล้วก็หายตัวไป มาเจออีกทีก็ช่วงสายวันที่ 15 ก.ค. เป็นศพผูกคอตายใต้ต้นมะขามกลางทุ่งนา แต่สภาพศพที่เห็นคือ คอถูกมัดด้วยเชือกกับกิ่งไม้ที่สูงจากพื้นประมาณ 4 เมตร ขาทั้งสองข้างถูกมัดด้วยเถาวัลย์ติดกับต้นไม้ และมีรอยลากเป็นทางยาว จึงไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.พระยืน ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุ ในเบื้องต้นแจ้งการตายใน 2 ประเด็นคือ ผูกคอตาย และฆาตกรรม

ต่อมามีการสรุปสำนวนส่งอัยการ ว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่อัยการให้ทำสำนวนใหม่ ให้มีการสอบพยานเพิ่มเติม จึงมีการเรียกสอบพยาน จึงเปลี่ยนเป็นคดีฆาตกรรม และมีการจับตัวผู้ต้องหาเป็นชาย 1 ราย ในเดือนพฤศจิกายน 2559 และผู้ต้องหารายนี้ ได้ยื่นประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนทันที ซึ่งพนักงานสอบสวนก็ให้ประกันตัวไป โดยเชื่อว่า ผู้ต้องหา ซึ่งเคยถูกจับในคดียาเสพติด เมื่อปี 2556 มีความสนิทสนมกับตำรวจ สภ.พระยืน บางนายเป็นการส่วนตัว และรถคันที่พยานเห็นว่าผู้ต้องหาขับไปรับพี่สาวออกจากบ้านก็เป็นรถของตำรวจรายดังกล่าว 

นางมัทนา กล่าวอีกว่า ตนและญาติพี่น้องไม่พอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.พระยืน เพราะทำสำนวนไม่ละเอียด เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงเข้าร้องเรียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับคนตายและครอบครัว เพราะเชื่อว่า คนร้ายไม่ได้ลงมือทำคนเดียว การหาพยาน หลักฐานต่างๆ ก็มักจะโยนให้เป็นหน้าที่ของญาติพี่น้อง เพราะหลังพบศพได้สอบถามเรื่องการตรวจพิสูจน์ร่องรอย การตรวจเสื้อผ้า หรือแม้แต่ร่องรอยการลาก เสื้อผ้าที่เปื้อนดินโคลน ทำให้เชื่อว่าคนร้ายไม่ได้ลงมือคนเดียว แต่ไม่มีการสอบสวนเพิ่มเติม จึงร้องขอความเป็นธรรมกับผู้บังคับบัญชา ให้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการสอบสวนสืบสวนในคดีฆาตกรรมพี่สาวใหม่อีกครั้ง

ด้าน พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 กล่าวภายหลังรับเรื่องร้องเรียนว่า จะตรวจสอบคดีนี้ใหม่อีกครั้ง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวคนตาย ซึ่งทราบว่า คดีนี้เข้าสู่กระบวนการชั้นศาลแล้ว แต่เพื่อความสบายใจของญาติผู้ตาย ก็จะมีการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.พระยืนว่า ขาดตกบกพร่องในจุดใด เรื่องนี้จะต้องมีความกระจ่างชัดเจน

ด้าน นายสนอง เพียมา อายุ 47 ปี สามีคนตาย กล่าวว่า ตนทำงานอยู่ต่างอำเภอ กลับบ้านอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ช่วงเกิดเหตุยังทำงานอยู่ ทราบอีกทีก็ตอนที่ภรรยาเสียชีวิตแล้ว ซึ่งก่อนหน้าที่จะเสียชีวิตนั้น ภรรยาออกจากโรงพยาบาลมาได้ไม่นาน เป็นช่วงพักฟื้นร่างกายในบ้าน เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้น จึงไม่เชื่อว่าภรรยาจะมีเรี่ยวแรงปีนต้นไม้ไปผูกคอตาย แล้วยังใช้เถาวัลย์มัดขาตัวเองติดกับต้นไม้อีก ถ้าผูกคอตายได้แบบนี้ ถือเป็นเหตุที่เหลือเชื่อมาก จึงคิดว่าต้อง มีคนมาหลอกล่อเอาภรรยาออกจากบ้าน ก่อนจะมีการฆ่าทิ้งแล้วลากศพมาแขวนคออำพรางว่าเป็นการฆ่าตัวตาย.