บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น.1 เร่งสำนวน ทนายพิสิษฐ์ ให้ส่งอัยการได้ภายในช่วงฝากขังผัดแรก

'ศานิตย์' เร่งสำนวน 'ทนายพิสิษฐ์' ให้ส่งอัยการได้ภายในช่วงฝากขังผัดแรก ชี้ให้เป็นคดีตัวอย่าง ของผู้มีอาชีพที่ประชาชนไว้ใจ ขณะแม่น้องบีม เผยทนายไหว้ขอโทษ ไม่คุยอะไรมาก เพราะลูกห้ามไว้ กลัวใจอ่อน ...

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 17 ก.ค. ที่ สน.บางยี่ขัน หลัง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ร่วมกับพนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำ นายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ อายุ 59 ปี ทนายความ และ น.ส.ฐิตาภา หรือภัทรวดี สวัสดี อายุ 39 ปี เพื่อนสาวคนสนิท อีกทั้งเปิดโอกาสให้ น.ส.พรทิพย์ จันทรัตน์ อายุ 44 ปี พร้อมด้วย ด.ญ.ภัทรดา หรือน้องบีม แก้วผ่อง อายุ 14 ปี เข้าพูดคุยกับผู้ต้องหาโดยใช้เวลานานประมาณ 2 ชั่วโมง

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า หลังจากนี้ จะมอบหมายให้ พ.ต.ท.วีระศักดิ์ ขจรศรีเพชร รอง ผกก.(สอบสวน) สน.บางยี่ขัน เดินทางไปสอบปากคำ น.ส.พรปวีณ์ ชูแก้ว อายุ 44 ปี ผู้ต้องหา เพื่อนสาวคนสนิทอีกคน ของ นายพิสิษฐ์ ซึ่งมีหมายจับคดีเดียวกัน และถูกคุมขังอยู่ในอำนาจศาลจังหวัดชุมพร คดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ยาบ้า จำนวน 500,000 เม็ด ตั้งแต่เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ส่วน นายพิสิษฐ์ และ น.ส.ฐิตาภา นั้นตนได้คัดค้านการให้ประกันตัว เนื่องจากมีพฤติการณ์หลบหนี ซึ่งในวันพรุ่งนี้ จะส่งตัวทั้ง 2 ราย ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน และได้สั่งการให้ทีมพนักงานสอบสวนคดีนี้ เร่งสรุปสำนวนส่งให้อัยการภายในระยะเวลา 12 วัน หรือระยะการฝากขังผัดแรก เพื่อให้เป็นคดีตัวอย่างของผู้มีอาชีพ ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากประชาชน แต่กลับมากระทำผิดด้วยการหลอกลวงผู้พิการและผู้ไม่รู้กฎหมาย

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า จากการพูดคุยกับ นายพิสิษฐ์ ยอมรับว่าเงิน 5 แสนบาท ที่นำไปนั้นนำไปเพื่อเป็นทุนการศึกษา เนื่องจากกำลังเรียนอยู่ในระดับดอกเตอร์ และหลังจากนี้ จะพยายามประสานญาติพี่น้องให้ช่วยหาเงินมาคืนให้ผู้เสียหาย อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ตนได้ให้ฝ่ายสืบสวนช่วยกันสืบสภาพทรัพย์สินเอาไว้ก่อนแล้ว พบว่า ทั้งบ้านและรถของ นายพิสิษฐ์ ยังอยู่ระหว่างการผ่อนค่างวด อีกทั้งกำลังพิจารณาว่า จะแจ้งข้อหาดำเนินการกับผู้ให้ที่พักพิงแก่ นายพิสิษฐ์ ในช่วงหลบหนีหมายจับด้วยหรือไม่ ถ้าผิดก็จะดำเนินการตามกฎหมายให้เห็นเป็นตัวอย่าง ทว่าตอนนี้ ยังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ไม่อยากระบุไปก่อนว่าคือใคร เดี๋ยวจะกลายเป็นการไปหมิ่นประมาทเขา

ด้าน น.ส.พรทิพย์ กล่าวว่า ทันทีที่ได้พบหน้า นายพิสิษฐ์ เห็นว่าสภาพร่างกายเปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่ได้ดูดีเหมือนเมื่อก่อนที่เป็นทนายความ นายพิสิษฐ์ กล่าวขอโทษและยกมือไหว้ตน แต่ตนยังไม่ได้พูดคุยอะไรด้วยมาก เพราะน้องบีมลูกสาวห้ามเอาไว้ กลัวว่าตนจะใจดี สงสาร ยอมไว้วางใจ นายพิสิษฐ์ อีก จากนี้จึงอยากให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนเรื่องของเงินทั้งหมดนั้น ตนรู้สึกมีหวังที่จะได้คืนน้อยมาก หากไม่ได้คืนมาจริงๆ ก็จะคิดเข้าข้างตัวเองแบบปลงๆ ไปว่า ไม่เป็นไร มันไม่ใช่เงินของเรา.