วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หนุน 'พงศ์พร' ลุยปราบโกงเงินวัดต่อ นัด 'ผอ.พศ.-พระผู้ใหญ่' เคลียร์ใจ

"ออมสิน" หนุน ผอ.พศ.ตรวจสอบเงินทอนวัดต่อ ส่วนปัญหาพระผู้ใหญ่ ต้องเคลียร์กันให้งานราบรื่น เผยนายกฯสั่งลุยตาม ก.ม.แม้หวั่นขัดแย้ง พร้อมระบุขอข้อมูล "พระพยอม" มากกว่านี้ หลังปูดซื้อขายตำแหน่งเจ้าคณะตำบล

เมื่อวันที่ 17 ก.ค.60 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีพระเทพปฏิภาณวาที ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวรารามฯ หรือ "เจ้าคุณพิพิธ" เรียกร้องให้เปลี่ยนตัว ผอ.พศ. เนื่องจากให้ข่าวการตรวจสอบเงินอุดหนุนวัด จนเสื่อมเสียต่อพระพุทธศาสนาว่า ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว จึงขอดูก่อนว่าเป็นอย่างไร แต่รู้สึกเป็นห่วงการงานของ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. โดยได้หารือกับเจ้าตัวแล้วว่า จะต้องใช้ความระมัดระวัง รอบคอบ รัดกุม ในการทำงานกับคนหมู่มาก อย่างไรก็ตามต้องให้ ผอ.พศ.ทำงานต่อไป เพราะทำงานตามกฎหมาย ส่วนใครผิดหรือถูกให้ว่ากันไป แต่ไม่อยากให้มีการกระทบกระทั่งกัน เมื่อเกิดปัญหาขึ้นจะต้องพูดคุยกัน เพราะอยากให้ทำงานอย่างราบรื่น ซึ่งหากเป็นปัญหาจะให้ทุกฝ่ายมาสร้างทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน

นายออมสิน กล่าวว่า ที่ผ่านมา พ.ต.ท.พงศ์พร ไม่เคยมารายงานถึงอุปสรรคในการทำงาน เพราะทำตามหน้าที่ และในการประชุมการถวายการสนับสนุนกิจการคณะสงฆ์ เมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา พระชั้นผู้ใหญ่ก็ไม่ได้พูดถึงการทำงานของ พศ.แต่อย่างใด เพียงแต่เป็นห่วงไม่อยากให้การทำงานของ พศ.เกิดการกระทบกระทั่ง ทำให้วงการสงฆ์เกิดการตระหนกกับการทำงานเชิงรุกมากเกินไป ทั้งนี้ ผอ.พศ.ทำงานในลักษณะบุคลิกของท่าน คงจะต้องพูดคุยกัน แล้วบอกท่านว่า นายกฯ ก็เป็นห่วงและไม่สบายใจ แต่ไม่ใช่ไม่ให้ทำงาน นายกฯ ย้ำเสมอว่า เรื่องการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ต้องดำเนินการใครผิดถูกต้องว่าตามนั้น

เมื่อถามว่า ยังไม่ถึงขั้นต้องพา ผอ.พศ.ไปขอขมาพระชั้นผู้ใหญ่ใช่หรือไม่ นายออมสิน ย้อยถามกลับว่า ถึงขั้นต้องขอขมาเลยหรือ ตนยังไม่ทราบเรื่องนี้ เมื่อถามว่า การทำงานของ ผอ.พศ.ถือว่าทำลายพระพุทธศาสนา อย่างที่พระชั้นผู้ใหญ่กล่าวอ้างหรือไม่ นายออมสิน กล่าวว่า เรื่องบัญชีรายได้รายจ่ายของวัด เป็นสิ่งที่ทำอยู่แล้ว มีวัด 97 เปอร์เซ็นต์ จาก 40,700 วัดทั่วประเทศ ที่รายงานตัวเลขดังกล่าว ตนได้บอก พศ.ให้ทำความเข้าใจกับพระและไวยาวัจกรว่า ไม่มีอะไรมากกว่าการลงบัญชีรายได้รายจ่ายตามแบบฟอร์มของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) เราอย่าพูดเข้าใจยาก เพราะหลายวัดในต่างจังหวัดอาจไม่เข้าใจ ดังนั้นสิ่งที่อยากให้ทำคือ บัญชี รายได้-รายจ่าย ตามปกติ

"เรื่องเงินทอนวัดเราไม่หยุดตรวจสอบ จะไปหยุดได้อย่างไร ถ้าหยุดอาจโดนข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เราก็ตรวจสอบตามขั้นตอน แต่ต้องเพิ่มความรัดกุมเท่านั้นเอง" นายออมสิน กล่าว

เมื่อถามว่า เรื่องนี้มีพระผู้ใหญ่หลายรูปที่ไม่พอใจ ผอ.พศ.หรือไม่ นายออมสิน กล่าวว่า เท่าที่ฟังมีเยอะที่ไม่พอใจ ผอ.พศ. เมื่อถามว่า เรื่องการตรวจสอบเงินทอนวัดเจอตอหรือไม่ นายออมสิน กล่าวว่า ตั้งแต่ยุค นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ที่หนีไปสหรัฐฯ  ตนเข้าใจว่าถ้ามีการดำเนินการลักษณะนี้ มันน่าจะทำกันมานานแล้ว เป็นขบวนการ ซึ่งเราต้องค่อยๆ แกะไป ไม่ใช่เอาตำรวจ 20-30 นายไปพรึ่บกันที่วัดจนตกอกตกใจหมด

นอกจากนี้ นายออมสิน ยังกล่าวถึงกรณีที่ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว กล่าวว่ามีการซื้อขายตำแหน่งเจ้าคณะตำบลถึงเจ้าคณะภาคว่า ไม่ได้รับรายงานและไม่ทราบ เรื่องดังกล่าวต้องไปถามพระพยอม เวลาพูดพูดได้หมด แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรต้องว่ากันอีกที ส่วนจะตรวจสอบหรือไม่นั้น เรื่องนี้ต้องมีข้อมูล พระพยอมคงต้องให้ข้อมูลมากกว่านี้ และหากผู้ใดมีข้อมูลสามารถส่งเข้ามาได้ ถ้ามีข้อเท็จจริงดำเนินการให้ทุกราย เพราะนายกรัฐมนตรีอยากให้ทำทุกอย่างด้วยหลักกฎหมายอย่างโปร่งใส.