วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กลยุทธ์แก้ปัญหาคอร์รัปชัน

โดย สายล่อฟ้า

ปราบทุจริต ตั้ง สน.ในค่ายทหาร

ก็อย่างที่รู้และทราบกันดีว่าปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบหรือคอร์รัปชันนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ ที่สร้างปัญหาให้ประเทศไทยมาอย่างยาวนานและต้องการให้มีการแก้ไขกันอย่างจริงจัง

เปรียบไปก็ไม่ต่างไปจากความต้องการให้ปฏิรูปตำรวจอย่างใดอย่างนั้น คือเป็นความรู้สึกที่สอดรับกันได้เป็นอย่างดี

รัฐบาล คสช.ที่มีนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้นได้รับการยอมรับจากประชาชนอยู่ 2 ประเด็นหลักๆ

1. การทำให้บ้านเมืองสงบร่มเย็น

2. การแก้ไขปัญหาทุจริตที่มีความตั้งใจสูง

สองประเด็นนี้ได้พุ่งน้ำหนักความพึงพอใจไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จนบางส่วนบอกว่าน่าจะเป็นนายกฯต่อไปนานๆ

แม้ในความเป็นจริงแล้วความตั้งใจในเรื่องนี้ของ พล.อ.ประยุทธ์ จะมองเห็นกันแล้ว แต่ก็เป็นเรื่องเฉพาะส่วนเฉพาะคนที่มีความซื่อสัตย์สุจริต

แต่คนอื่นๆบางส่วนคงไม่ได้รับความรู้สึกเช่นนี้

มิฉะนั้นคงไม่มีข่าวทำนองว่าคนของรัฐบาลชุดนี้ยังมีเรื่องไม่ค่อยดีไม่ค่อยงามเกิดขึ้นไม่ต่างไปจากรัฐบาลเลือกตั้งเท่าใด

ในภาพบวกยังมีภาพลบเกิดขึ้นจนเป็นขี้ปากนักการเมือง

เหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่ฟ้องไปในตัวจนทำให้เกิดความรู้สึกว่าการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลในเรื่องทุจริตคอร์รัปชันยังไม่เต็มที่ยังมีเกียร์ว่างอยู่

ควรที่จะได้คะแนนเต็มๆ กลับถูกตัดคะแนนไปมากพอสมควร นี่ไม่ได้เป็นคนให้คะแนนเองนะครับ...เดี๋ยวจะคิดว่าไปกล่าวหาหรือใส่ร้าย

การที่ พล.อ.ประยุทธ์มีนโยบายที่จะเปิดให้ประชาชนสามารถแจ้งข่าวแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตประพฤติมิชอบของข้าราชการทั่วประเทศได้ที่หน่วยทหาร ซึ่งประจำอยู่ในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ และมีสายด่วน 1299 ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ทหารรับสายจำนวน 5 นายผลัดเวรตลอด 24 ชั่วโมง

มีการย้ำด้วยว่าร้องเรียนทหารที่กระทำผิดได้ด้วย

เรื่องนี้ถ้าย้อนกลับไปสักนิดก็เพราะมีเหตุที่ประชาชนร้องผ่านสื่อว่ามีการรีดไถแรงงานต่างด้าวในจังหวัดหนึ่งระหว่างที่มีปัญหา พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว

นายกฯก็เลยบอกว่าให้แจ้งมาที่ท่านได้โดยตรงให้เอาหลักฐานแสดง

จากความนี้ก็เพราะผู้ร้องคงไม่รู้ว่าจะไปร้องที่ไหน ไปร้องตำรวจ หรือไปร้อง ตม. หรือไปร้องศูนย์ดำรงธรรมหรือ

ร้องไปก็เงียบ ดีไม่ดีจะเจ็บตัวเสียอีก

นั่นคงเป็นที่มาที่นายกฯได้ตั้งศูนย์รับเรื่องราวความประพฤติของข้าราชการตามหน่วยทหารต่างๆ เพราะสามารถจะแก้ไขปัญหาได้ทันทีและได้รับความน่าเชื่อถือมากกว่า ยิ่งกำหนดให้ ผบ.ทบ. พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง

ตรงนี้แหละครับ...น่าสนใจเพราะเป็นที่รู้กันดีว่าทั้งนายกฯ และ ผบ.ทบ.นั้นมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้ง

ความน่าเชื่อถือจึงสูงและมั่นใจกว่าร้องเรียนไปยังหน่วยอื่นๆ

ใครจะว่ายังไงก็ว่ากันไป แต่เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อ การแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบของข้าราชการ แต่ก็ต้องชัดเจนและไม่มีการเลือกที่รักมักที่ชัง

แม้ในส่วนนี้จะมองว่าเป็นงานการเมืองที่นายกฯจะได้รับผลประโยชน์โดยตรงเพื่อตอกย้ำว่าต้องการแก้ปัญหาจริงๆ

ในช่วงที่รัฐบาลอยู่ในภาวะ “ขาลง” หรืออะไรทำนองนั้น.

“สายล่อฟ้า”