วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘บังฟัด’ จอมบงการ ชิงฆ่า 8 ศพ เบี้ยวโฉนดจำนอง (คลิป)

ผญบ.ใช้หนี้แล้วไม่คืนให้ ต่างแค้นขู่อาฆาตเรื่อยมา จับยกแก๊งทีมสังหารโหด

“จักรทิพย์” แถลงปิดคดีฆ่ายกครัว “ผู้ใหญ่บัติ” 8 ศพ ชุดสืบสวนใช้เวลา 5 วันแกะรอยตามตะครุบ “บังฟัด” นายทุนเงินกู้โหดพร้อมเมียและแก๊งรับจ้างทวงหนี้ได้ 8 คน แฉชนวนเหตุขัดแย้งจำนองที่ดิน ผู้ตายเอาที่พ่อตาไปจำนอง หลังนำเงินใช้หนี้กลับไม่ยอมคืนโฉนดจนมีเรื่องฟ้องร้องกัน กลายเป็นเรื่องบาดหมางถึงขั้นขู่ฆ่าล้างโคตร ก่อนนำทีมบุกล้างแค้นและลงมือยิงคนเดียวทีละคน แถมใช้ปืนผู้ตายจัดฉากเป็นเหยื่อฆ่าล้างครัวเรื่องหนี้สิน แต่ไม่รอด ลั่นจริงๆไม่อยากได้ตัวเป็นๆ หลังคนร้ายสุดอำมหิตยิงได้แม้กระทั่งเด็ก ขณะที่ชุดสืบสวนตามของกลาง ทั้งซากรถผู้ตายที่ถูกเผาและปืนที่ใช้ก่อเหตุได้เพียบ เตรียมขยายผลผู้เกี่ยวข้องเพิ่มอีก 2-3 คน

จากคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญครอบครัวของนายวรยุทธ สังหลัง หรือผู้ใหญ่บัติ อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ถูกแก๊งนักฆ่าลายพรางจ่อยิงเสียชีวิตสุดอำมหิตพร้อมภรรยา ลูกและญาติรวม 8 ศพ บาดเจ็บอีก 3 คน ที่บ้านเลขที่ 14/3 หมู่ 1 ต.บ้านกลาง เมื่อคืนวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. นำทีมสืบสวนลงพื้นที่เข้าคลี่คลายคดี ล่าสุดอาศัยคำสั่งหัวหน้า คสช.ใช้อำนาจตาม ม.44 เข้าคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 5 คนยึดอาวุธปืนและรถยนต์ของกลางที่ใช้ก่อเหตุ 2 คัน ส่วนชนวนมรณะพุ่งไปประเด็นไปที่ข้อพิพาทที่ดินและเรื่องหนี้สิน

คุมเข้มค่ายทหารขังทีมสังหาร

ความคืบหน้าคดีสังหารโหด 8 ศพ ช่วงกลางดึกวันที่ 15 ก.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่บินด่วนไป จ.กระบี่ อีกครั้ง เพื่อสอบปากคำผู้ต้องสงสัยด้วยตัวเอง มีนายตำรวจระดับสูงเข้าร่วมอีกหลายนาย ส่วนบรรยากาศบริเวณหน้าค่าย ร.15 พัน 1 อ.คลองท่อม จ.กระบี่ สถานที่คุมตัวผู้ต้องหาคดีดังกล่าวมีทหารเฝ้าอยู่หน้าประตูทางเข้าและสั่งห้ามผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในค่ายอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะนักข่าวที่มารอปักหลักอยู่จำนวนมาก ขณะเดียวกัน ตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์และสายตรวจรถยนต์ สภ.คลองท่อม จอดอยู่บริเวณปากทางเข้าค่ายเพื่อตรวจเช็กรถที่เข้าออกทุกคัน

หิ้วทีมฆ่าตรวจหาหลักฐาน

ต่อมาเวลา 23.20 น. วันที่ 15 ก.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ออกมาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวบริเวณด้านหน้าค่ายทหารว่า เจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจค้นบริเวณที่เกิดเหตุ ส่วนรายละเอียดอื่นๆนั้นไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ จากนั้นคณะของ ผบ.ตร. คุมตัวผู้ต้องหาออกจากค่ายทหารไปค้นหาหลักฐานชิ้นสำคัญในพื้นที่ ต.ตากแดด อ.เมืองพังงา

เจอเสื้อลายพรางทหารในรถ

กระทั่งเวลา 03.30 น. วันที่ 16 ก.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ พร้อมคณะ นำนายประจักษ์ บุญทอย อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/42 หมู่ 2 บ้านสวนพริก ต.ตากแดด อ.เมืองพังงา 1 ในผู้ต้องหาสวมหมวกไหมพรมไปที่สวนปาล์มน้ำมันบ้านในหงบ หมู่ 3 ต.ตากแดด เป็นจุดที่คนร้ายนำรถเก๋งโตโยต้า ยาริส ทะเบียน กค 533 กระบี่ ของภรรยานายวรยุทธไปเผาทำลายหลักฐาน ทั้งนี้ สวนปาล์มดังกล่าวอยู่ลึกจากถนนใหญ่เข้าไปประมาณ 2 กม. บรรยากาศค่อนข้างเปลี่ยว ไม่มีแสงสว่าง พบรถเผาเหลือแต่ซาก และถูกถอดทะเบียนออก ภายในพบเสื้อลายพรางทหาร พล.ต.อ.จักรทิพย์เปิดเผยว่า รถเก๋งคันดังกล่าวเป็นของผู้เสียหายที่คนร้ายนำมาเผาทำลายหลักฐาน รวมทั้งจะตรวจค้นจุดอื่นๆ รวมถึงอาวุธปืนที่คนร้ายนำไปทิ้งหลังก่อเหตุ

ค้น 5 จุดพบปืน-กระสุนเพียบ

จากนั้นชุดสืบสวนเดินทางไปที่บ้านของนายประจักษ์ตั้งอยู่กลางสวนยางพารา เพื่อชี้จุดที่นำอาวุธปืน และเมมโมรี่กล้องวงจรปิดไปฝังอำพราง ห่างจากจุดเผารถประมาณ 30 เมตร ก่อนนำรถเก๋งยาริสไปเผา จุดแรกพบซิมการ์ดและเมมโมรี่การ์ด 5 อัน จุดที่ 2 พบกุญแจมือ ป้ายทะเบียนรถ จุดที่ 3 เป็นอาวุธปืนลูกโม่ 3 กระบอก และปืนแมกกาซีน 1 กระบอก เครื่องกระสุน 30 นัด ของผู้ใหญ่บ้าน บัตรประชาชนของนางอัญชลี น้องเมียผู้ใหญ่บ้านที่รอดชีวิต จุดที่ 4 พบปลอกกระสุน และจุดสุดท้ายลักษณะคล้ายกับสิ่งเทียมอาวุธปืนอาก้า และปืนกล

ยันปืนใช้ก่อเหตุเป็นของผู้ตาย

พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวภายหลังว่า ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาไปดูจุดเกิดเหตุทั้ง 5 จุด จุดแรกพบเมมโมรี่การ์ด 5 ชิ้น จุดที่ 2 พบกุญแจมือ ถุงมือสองชั้น ป้ายทะเบียนรถ จุดที่ 3 พบปืนลูกโม่จำนวน 3 กระบอก เป็นปืนขนาด .38 จำนวน 2 กระบอก ขนาด .357 จำนวน 1 กระบอก และขนาด 9 มม. อีก 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนจำนวนหนึ่งวางอยู่ติดกับปืนแต่ละชนิด จุดที่ 4 พบปลอกกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง ส่วนอีกจุดพบสิ่งเทียมปืนมีลักษณะคล้ายปืนกล 2 กระบอก ส่วนอาวุธที่ใช้สังหารเป็นปืนของผู้ใหญ่บ้านตรวจพบตั้งแต่วันแรก

ผบ.ตร.ชี้ได้ทีมนักฆ่าครบแล้ว

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา กล่าวอีกว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ครบทีมหมดแล้ว บางคนเป็นคนในพื้นที่ จ.พังงา จากการสอบปากคำเบื้องต้นเป็นคนธรรมดาไม่ใช่คนมีสี แต่นำชุดลายพรางมาสวมใส่เพื่อแอบอ้าง ส่วนมูลเหตุจูงใจหรือประเด็นอื่นจะแถลงข่าวอีกครั้ง

ญาติแห่รอดูโฉมหน้าผู้ต้องหา

ส่วนบรรยากาศบ้านของผู้เสียชีวิตเมื่อคืนที่ผ่านมา บรรดาญาติๆทราบเรื่องตำรวจจับกุมทีมสังหารได้แล้ว ได้พากันไปที่บ้านของผู้ใหญ่บัติ นอกจากนี้ มีชาวบ้านอีกหลายคนเดินทางไปดูผู้ต้องหาชี้จุดที่ลงมือสังหาร หลังทราบข่าวว่าจะมีการนำ ผู้ต้องหาไปที่บ้านหลังดังกล่าว แต่หลังจากรออยู่นานก็ไม่มีการนำคนร้ายมาที่บ้าน กระทั่งดึกทราบว่าไม่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปจุดเกิดเหตุแล้ว จึงทยอยเดินทางกลับบ้านไปพักผ่อน เหลือตำรวจ สภ.อ่าวลึก 8 นาย ที่อยู่เฝ้าบ้านผู้เสียชีวิต

ตร.ยึดรถคนร้ายที่เมืองคอน

มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้ช่วงเวลา 22.30 น. วันที่ 15 ก.ค. พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช นำรถยนต์คันหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้บริเวณบ้านนาสาร อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช เข้าไปเก็บไว้ภายในค่าย ร.15 พัน. 1 อ.คลองท่อม จ.กระบี่ โดยนำใส่รถสไลด์มีผ้าใบปิดบังอย่างมิดชิด จากการสังเกตพบว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถยนต์คันใหญ่คล้ายรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ

จับได้ครบทีม 8 คนแก๊งสังหาร

รายงานแจ้งด้วยว่า ขณะนี้ชุดคลี่คลายคดีฆ่า 8 ศพได้จับกุมทีมสังหารได้ครบทั้ง 8 คนแล้ว ประกอบด้วย หัวหน้าแก๊งคือนายซูรีฟัด บ้านนบวงศ์สกุล หรือบังฟัด อายุ 41 ปี อาชีพเป็นนายทุนเงินกู้ บ้านอยู่ ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ล่าสุดถูกชุดสืบสวนติดตามรวบตัวได้ขณะหนีไปกบดานอยู่ใน จ.ภูเก็ต ส่วนผู้ต้องหาอีก 7 คน เป็นชาว จ.ระนอง 2 คน จ.ภูเก็ต 2 คน จ.พังงา 2 คน และ จ.นครศรีธรรมราชอีก 1 คน ในจำนวนนี้มีภรรยาของบังฟัดร่วมอยู่ด้วย ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกคุมตัวไปสอบสวนถึงสาเหตุของการสังหารโหดผู้ใหญ่บัติพร้อมครอบครัวรวม 8 ศพ

แฉปมทวงโฉนด “บังฟัด” หัวโจก

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายทั้งหมดถูกนายซูรีฟัด หรือบังฟัด ที่เปิดธุรกิจจำนำรถและที่ดินในพื้นที่ จ.กระบี่ ชักชวนให้มาทวงหนี้ จากนายวรยุทธ หรือผู้ใหญ่บัติ หลังมีปัญหาขัดแย้งกัน เนื่องจากนายวรยุทธนำโฉนดที่ดินของพ่อตาใน อ.อ่าวลึก ไปจำนองไว้กับบังฟัดในราคากว่า 1 ล้านบาท และมีการใช้หนี้หมดแล้ว แต่บังฟัด นายทุนเงินกู้ไม่ยอมคืนโฉนดดังกล่าวให้ เนื่องจากนำไปเป็นหลักทรัพย์เงินกู้ธนาคารและที่ดินกำลังถูกยึด ทำให้นายวรยุทธไม่พอใจตามทวงโฉนดคืนและข่มขู่เอาชีวิตและฟ้องร้องบังฟัด จนเกิดการอาฆาตแค้นกันและชิงลงมือก่อเหตุ สังหารหมู่ 8 ศพ

วางแผนจ้างคนอุ้ม-ไม่สำเร็จ

มีรายงานอีกว่า นายซูรีฟัดพยายามจ้างคนไปอุ้มนายวรยุทธหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จและก่อนเกิดเหตุบังฟัดได้ชักชวนพรรคพวกที่อยู่ทั้งระนอง พังงา และนครศรีธรรมราช ให้มาที่บ้านผู้ใหญ่บัติ และได้นัดหมายวางแผนกันเมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่ ต.เขาคราม อ.เมืองกระบี่ พร้อมเช่ารถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ที่วิ่งบริการรับส่งนักท่องเที่ยวอยู่ในสนามบินกระบี่มารับผู้ต้องหาทั้งหมด ในวันเกิดเหตุได้เดินทางไปที่บ้านผู้ตายทำทีเป็นกลุ่มทหารขอตรวจค้น แต่ไม่พบผู้ใหญ่บ้าน จึงนั่งรอและจับคนในบ้านเอาไว้ รวมถึงญาติๆที่เดินเข้าไปในบ้าน กระทั่งประมาณ 2 ทุ่ม ผู้ใหญ่บัติกลับมาบ้าน จึงใช้ปืนผู้ตายจ่อยิงทุกคนในบ้าน

จัดฉาก ผญบ.ลงมือฆ่ายกครัว

ทั้งนี้ ก่อนลงมือมีการวางแผนจัดฉากสร้างเรื่องผู้ใหญ่บ้านเป็นคนลงมือฆ่าตัวตายยกครัวทั้งบ้าน เนื่องจากเครียดปัญหาเรื่องหนี้สิน และระหว่างควบคุมเหยื่อกลุ่มคนร้ายบังคับให้ผู้ใหญ่บัติโทรศัพท์ไปยืมเงินเพื่อนสนิท 5 แสนบาท ให้โอนเข้าบัญชีผู้ใหญ่บ้านเพื่อสร้างเรื่องว่าผู้ใหญ่เดือดร้อนจริงๆ อีกทั้งเตรียมเอาบัตรเอทีเอ็มของผู้ใหญ่บัติไปกดเงิน แต่ผู้ใหญ่บัติไม่สามารถหาเงิน 5 แสนบาทมาให้ได้ ส่วนรถเก๋งโตโยต้า ยาริสของผู้ตายที่คนร้ายเอาไปด้วย โดยบังคับให้ผู้ใหญ่บ้านเซ็นโอนลอยเพื่อให้ดูสอดคล้องกับการกู้ยืมเงินก่อนจะนำรถผู้ตายไปเผาในพื้นที่ จ.พังงา

นำ พฐ.ลุยค้นบ้านเสี่ยเงินกู้

ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ที่ลงพื้นที่ติดตามจับกุมคนร้ายนำชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบบ้านเลขที่ 5/2 หมู่ 6 บ้านท่าคลอง ต.เขาคราม อ.เมืองกระบี่ เป็นบ้านที่นายซูรีฟัด ผู้ต้องหานายทุนเงินกู้จอมบงการรับจำนำไว้ พบหัวกระสุนไม่ทราบขนาด 1 หัว และก้นบุหรี่ทิ้งไว้บริเวณหลังบ้าน จึงเก็บลายนิ้วมือแฝงนำไปเปรียบเทียบกับผู้ต้องหา พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เปิดเผยว่าบ้านหลังดังกล่าวกลุ่มผู้ต้องหาใช้ในการวางแผนก่อนก่อเหตุ จากนี้จะไปเก็บหลักฐานอื่นๆ และสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมดที่ ร.15 พัน. 1 อ.คลองท่อม จ.กระบี่ รวมถึงจะไปตรวจบ้านของผู้ต้องหาอีกคนที่ อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช

ขึ้น ฮ.ไปขุดหาปืนของกลาง

ช่วงบ่าย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. นำ 1 ในผู้ต้องหาขึ้นเฮลิคอปเตอร์เดินทางไปที่สนามข้างโรงเรียนบางขันวิทยา อ.บางขัน ก่อนนั่งกระบะเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 88 หมู่ 13 ต.วังหิน อ.บางขัน เป็นบ้านของนายพงษ์ศักดิ์ หรือแสง สังข์โชติ อายุ 37 ปี ตามคำรับสารภาพของผู้ต้องหาว่า นำปืนที่ใช้ก่อเหตุมาฝังไว้ที่บ้าน แต่ตำรวจกันผู้สื่อข่าวไม่ให้เข้าไปด้านใน ก่อนไปขุดหาปืนที่ฝังไว้ในป่าละเมาะหลังบ้าน พบลูกซองยาว 5 นัด 1 กระบอก ปืนลูกซองเดี่ยว 1 กระบอก พร้อมกระสุนลูกซองจำนวนหนึ่ง และ ปืนบีบีกัน 2 กระบอก ห่างไป 30 เมตร พบกองขี้เถ้าที่คนร้ายจุดไฟเผาอุปกรณ์กล้องวงจรปิดที่ถอดมาจากบ้านเกิดเหตุ เหลือเพียงชิ้นส่วนบางอย่าง

มีรายงานว่ากลุ่มผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุทวงหนี้มีเพียง 1 คน คือนายกี้ได้รับเงินจากนายซูรีฟัดแค่ 1 พันบาทเท่านั้น ส่วนปืนที่ใช้ในการก่อเหตุข่มขู่คนในบ้านก็เป็นปืนบีบีกันทั้งหมด ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะรื้อค้นเอาปืนจริงของผู้ใหญ่บ้านมาก่อเหตุยิงผู้ตายอย่างโหดเหี้ยม

เก็บเลขรถผู้ตายเช็กทะเบียน

ด้าน พ.ต.อ.ไวพจน์ มีแก้ว หัวหน้าชุดพิสูจน์หลักฐานกลาง เปิดเผยถึงการตรวจสอบซากรถเก๋งโตโยต้า ยาริส ของผู้ตายที่คนร้ายนำไปเผาทิ้งในพื้นที่ ต.ตากแดด อ.เมืองพังงา ว่า รถของกลางถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด เจ้าหน้าที่พยายามหาหลักฐานด้วยการงัดฝากระโปรงหน้าเพื่อตรวจสอบเลขเครื่อง พบเลข 1NZ Y749560 รวมทั้งตรวจหาเลขตัวถังได้ครบทั้งหมด นำไปตรวจสอบยืนยันทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกว่าเป็นรถที่ถูกนำมาจากบ้านนายวรยุทธหรือไม่ เนื่องจากรถดังกล่าวไม่พบป้ายทะเบียน จากนั้นพนักงานสอบสวน สภ.อ่าวลึก นำรถของกลางไปเก็บที่โรงพัก

“โกเสริฐ” ดีใจจับแก๊งคนร้ายได้

ขณะที่นายเชษฐ์ดนัย ถิ่นพังงา หรือโกเสริฐ เพื่อนสนิทผู้ใหญ่บัติ หุ้นส่วนผู้บริหารบริษัทขอสัมปทานโรงโม่หินและถูกตำรวจเรียกสอบปากคำหลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยก่อนหน้านี้ว่าปมสังหารมาจากผู้ใหญ่บัติรับเงินจากโกเสริฐ เพื่อเคลียร์ชาวบ้านและเจรจาซื้อที่ดินหลายสิบล้านบาทจนมีฐานะดีขึ้นแต่โรงโม่กลับไม่ได้สัมปทานเนื่องจากกรมศิลปากรประกาศให้ภูเขาที่ยื่นขอสัมปทานในพื้นที่ หมู่ 2 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก เป็นเขตโบราณสถาน โดยนายเชษฐ์ดนัยกล่าวเพียงสั้นๆหลังทราบข่าวตำรวจจับตัวผู้บงการพร้อมทีมสังหารโหดฆ่า 8 ศพว่า ดีใจที่เจ้าหน้าที่จับกุมคนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุได้ แต่ก็เสียใจกับการสูญเสียเพื่อน เป็นเรื่องธรรมดา แต่จะให้ชัดเจนต้องรอ ผบ.ตร.แถลงรายละเอียด

หอบดอกไม้ขอบคุณตำรวจ

ที่ บก.ภ.จ.กระบี่ เวลา 15.30 น. วันเดียวกัน นายสมพร จันทร์อ่อน นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จ.กระบี่ และนายสุชาติ บ้านนบ กำนันตำบลบ้าน–กลาง อ.อ่าวลึก นำช่อดอกไม้ป้ายข้อความให้กำลังใจ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และชุดคลี่คลายคดีฆ่ายกครัว 8 ศพครอบครัวผู้ใหญ่บัติ หลังตำรวจตามรวบผู้ก่อเหตุได้ยกแก๊งอย่างรวดเร็ว นายสุชาติ เผยว่า มาให้กำลังใจ และขอบคุณ ผบ.ตร. ที่นำทีมตำรวจคลี่คลายคดีสะเทือนขวัญสร้างความอุ่นใจให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ และครอบครัวของผู้เสียชีวิต นายวรยุทธถือเป็นคนที่มีน้ำใจคนหนึ่ง รู้สึกเสียดาย ต้องขอขอบคุณตำรวจที่จับคนร้ายมาได้ กระบี่เป็นเมืองท่องเที่ยวมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก เมื่อเกิดเหตุแบบนี้ย่อมส่งผลต่อภาพลักษณ์ของจังหวัด แต่ตำรวจกู้ภาพลักษณ์กลับมาเรียกความเชื่อมั่นให้กับคนพื้นที่

พ่อตารู้ปมมรณะตั้งแต่แรก

ส่วนความเคลื่อนไหวญาติผู้ตาย นำโดยนายจเร บุตรเติม พ่อตาผู้ใหญ่บัติ เข้าพบ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อขอบคุณตำรวจที่จับคนร้ายที่สังหารโหดสมาชิกในครอบครัวได้ นายจเร กล่าวว่า ขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ตามจับกุมกลุ่มคนร้ายในคดีนี้ได้ ตอนแรกก็คิดว่าสาเหตุมาจากเรื่องนี้ เพราะ ลูกเขยเคยมาเล่าให้ฟัง สำหรับบังฟัดนายทุนเงินกู้ผู้บงการรู้จักกันและสนิทกัน หลังตำรวจจับคนร้ายได้ก็อุ่นใจขึ้น แต่ยังมีความกังวลว่าอาจยังมีผู้ร่วมกระทำผิดหลงเหลืออยู่บ้าง ทำให้ยังรู้สึกหวาดผวาและกังวลไปทุกเรื่อง

ผบ.ตร.ยกทีมแถลงปิดคดี

จากนั้นเวลา 16.40 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมนายตำรวจชุดคลี่คลายเปิด แถลงข่าวถึงรายละเอียดคดีสังหารโหด 8 ศพ ที่บก.ภ.จ.กระบี่ว่า การแถลงข่าวครั้งนี้เพื่อตอบข้อซักถามของสื่อมวลชนในบางคำถาม ส่วนคำถามที่มีผลกระทบต่อรูปคดีขออนุญาตไม่ตอบ คดีดังกล่าวเป็นเหตุสะเทือนขวัญ ตนพร้อมด้วย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน พล.ต.อ.สุเทพ เดชรักษา รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษา (สบ 10) รวมถึง เพื่อนตำรวจและทหารร่วมกันทำคดีนี้อย่างเต็มที่ เจ้าหน้าที่ใช้เวลา 5 วันติดตามจับกุมคนร้ายได้แล้ว 8 คน เป็นชาย 7 คน หญิง 1 คน และยังมีผู้เกี่ยวข้องอีก 2-3 คนร่วมกันก่อเหตุ

ย้ำปมมรณะจำนองที่ดิน

ผบ.ตร.กล่าวว่า แรงจูงใจในการสังหารน่าจะเกิดจากความขัดแย้ง 2 กรณี 1.สาเหตุของการสังหารเกิดจากความขัดแย้งเรื่องการจำนองที่ดิน และ 2.คู่กรณีคนตายกับกลุ่มคนร้ายเคยมีปากเสียงกัน โดยเฉพาะเรื่องที่ดินมีการฟ้องร้องขึ้นศาลหลายครั้งแล้ว มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท นายวรยุทธ ผู้ใหญ่บ้านเอาที่ดินไปฝากจำนองไว้กับกลุ่มคนร้าย ผู้ต้องหาตั้งใจมาฆ่า เพราะเคยเตรียมการก่อเหตุมาแล้วถึง 3 ครั้ง ตั้งแต่ปลายปี 2559 ก่อนหน้านี้เคยมีปากเสียงกันมาก่อน อาจมีการท้าทายกันไปมา ทั้งสองฝ่ายมีการขู่ฆ่าล้างโคตรกันมาก่อน เมื่ออีกฝ่ายมีโอกาสเลยลงมือฆ่า

เผย “บังฟัด” ตั้งใจฆ่ายกครัว

พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า สำหรับบังฟัด หรือบังควัด ถือว่าเป็นบุคคลสำคัญของคดีนี้ เป็นผู้ลงมือคนเดียว มีอาชีพรับจำนองที่ดิน ปล่อยเงินกู้นอกระบบได้ชักชวนพรรคพวกที่รับค่าจ้างร่วมกันทวงหนี้หรือเดินทางไปร่วมทำธุรกิจนอกระบบครั้งละ 1 พันบาท กรณีที่เกิดขึ้นเนื่องจากผู้ใหญ่บ้านไปฟ้องร้องเรื่องที่ดินดังกล่าวที่นำไปจำนองกับบังฟัด แต่บังฟัดกลับนำไปขายทำให้ไม่สามารถนำมาคืนได้ แม้จะคืนเงินไปให้แล้ว แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ พฤติกรรมการก่อเหตุคือให้ทีมงานแต่งกายคล้ายทหารเพื่อข่มขู่ครอบครัวผู้ตาย แต่มีความตั้งใจไปฆ่าทั้งครอบครัว มีการวางแผนให้มองว่าผู้ใหญ่บ้านมีปัญหาครอบครัวแล้วลั่นไกสังหารคนในครอบครัว

ลั่นอำมหิต-ไม่อยากได้ตัวเป็นๆ

“ผู้ต้องหาพยายามสร้างเรื่องว่าผู้ใหญ่บ้านมีปัญหาด้านเศรษฐกิจ เบี่ยงเบนคดีให้เหตุเกิดเป็นความขัดแย้งภายในครอบครัว เลยฆ่าคนที่เกี่ยวข้องในบ้านทั้งหมด เชื่อว่าเหตุที่เกิดขึ้นคนร้ายตั้งใจยิง เนื่องจากเป็นคนโหดเหี้ยมอำมหิตยิงได้แม้กระทั่งเด็ก จริงๆผมไม่อยากได้ตัวเป็นๆด้วยซ้ำไป อยากให้เขาสู้ระหว่างจับกุม ส่วนการดำเนินคดีไม่ต้องห่วงจัดเต็มทุกข้อหา โทษที่ได้รับศาลน่าจะตัดสินประหาร ชีวิต” พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวและว่า ขณะนี้กำลังตรวจสอบว่าคนร้ายติดคดีอื่นด้วยหรือไม่ แต่เบื้องต้นยังไม่พบ กลุ่มคนร้ายไม่ได้อยู่ในซุ้มมือปืน เป็นเพียงอดีต รปภ.ไม่ใช่ทั้งตำรวจ หรือทหาร และไม่ได้เชื่อมโยงกับกลุ่มนักการเมืองใด ส่วนผู้ต้องหาทั้งหมดยังคงถูกคุมตัวในค่ายทหาร โดยใช้ ม.44 เพื่อสอบขยายผลต่อไป