บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คิดให้ดี...ก่อนซ้ำรอยเวียดนาม

โดย สะ-เล-เต


ทีมงานระดับเจ้าหน้าที่ไปเจรจาปูทางล่วงหน้า ก่อนนายกรัฐมนตรีไทยจะเดินทางไปพบประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ตามคำเชิญชวน...หนึ่งในประเด็นการเจรจา สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กังวลนโยบาย “America First” อเมริกาต้องมาก่อน ต้องต่อรองให้ไทยนำเข้าชิ้นส่วนหมู เครื่องใน หัว ขา ที่อเมริกันชนไม่กิน อย่างมิพักสงสัย

เนื่องจากสหรัฐฯได้ดำเนินการในเรื่องนี้ทั้งทางตรงและทางอ้อมติดต่อกันมาหลายปี

ที่ผ่านมาเราไม่ให้นำเข้า ด้วยเหตุผลการเลี้ยงหมูในสหรัฐฯใช้สารเร่งเนื้อแดง ขืนปล่อยนำเข้าหมูมาขายได้จะขัดกับกฎหมายไทย เพราะกรมปศุสัตว์บ้านเราได้ประกาศห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดงในกลุ่มเบตาอะโกนิสต์ (Beta-agonist) ผสมในอาหารสัตว์ทุกชนิด เนื่องจากมีฤทธิ์กระตุ้นทั้งสมองและระบบไหลเวียนโลหิต

แต่สหรัฐฯไม่ละความพยายาม อ้างหลักเกณฑ์องค์การการค้าโลก (WTO) ว่าด้วยการใช้บังคับมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) ระบุว่า เรายังไม่มีผลการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ถึงผลกระทบด้านลบของการใช้สารเร่งเนื้อแดง...ทั้งที่สหภาพยุโรป จีน รัสเซีย ล้วนยืนยันที่จะห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดงอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องความปลอดภัยด้านอาหารแก่ประชากรของประเทศอย่างถึงที่สุด

การเดินทางไปเจรจากับสหรัฐฯ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ไม่ได้ห่วงใยเรื่องสารเร่งเนื้อแดงอย่างเดียว ยังกังวลในเรื่องเกษตรกรไทยจะต้องตกงานเหมือนที่กำลังเกิดขึ้นในเวียดนามในเวลานี้

รายงานสำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนาม เผยตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจของเวียดนาม ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2560 ภาคปศุสัตว์มีการเติบโตในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะการเลี้ยงหมูที่เพิ่มขึ้นถึง 4.5-5.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2559 แต่วันนี้ราคาหมูเวียดนามกลับดำดิ่ง นอกจากจะได้ รับ ผลกระทบจากจีนประกาศห้ามลักลอบนำเข้าหมูจากชายแดนเวียดนามแล้ว

อีกเหตุผลสำคัญ มาจากเวียดนามอนุญาตให้นำเข้าหมูจากสหรัฐฯนี่แหละ เลยทำให้หมูล้นตลาด ราคาหมูหน้าฟาร์มเมื่อ พ.ค.ที่ผ่านมา ดิ่งลงเกือบ 40% มาอยู่ที่ กก.ละ 31 บาท จากราคาเฉลี่ย 50 บาท ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้

แล้วเราจะเดินตามรอยเวียดนามเพื่ออุ้มเกษตรกรสหรัฐฯกระนั้นเหรอ.

สะ–เล–เต