วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เอกชน เล็งร้องหน่วยงานรัฐ เอาผิด 'อธิบดีกรมอุทยานฯ' ผิด ม.157

เอกชน ร้อง "คสช.-ป.ป.ช.-ป.ป.ท." จี้เอาผิดอธิบดีกรมอุทยานฯ ม.157 บกพร่องประกาศพื้นที่ป่าทับที่เอกชน พร้อมยกคำวินิจฉัย "กฤษฎีกา-กรมบัญชีกลาง-กรมป่าไม้-ผู้ตรวจการแผ่นดิน" ระบุชัดเจ้าหน้าที่รัฐผิด ใช้สิทธิ์รัฐโดยไม่สุจริต ควรเยียวยาเอกชน พร้อมค้านนโยบายชวนปลูกป่า

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 60 น.ส.เมรี รัตนราชชาติกุล ผู้บริหารบริษัท สวนอุทยานทองผาภูมิ จำกัด กล่าวว่า เตรียมยื่นหนังสือร้องเรียนการประพฤติผิดมิชอบของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ต่อเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการป้องกันการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) เนื่องจากปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จึงขอให้ดำเนินการตรวจสอบและเอาผิด เนื่องจากฝ่าฝืน พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 มาตรา 6

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้รับอนุญาตปลูกป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อเดือน ก.ย. 2529 เพื่อปลูกสร้างสวนป่าเนื้อที่ 702 ไร่ และเพื่อจัดตั้งวนอุทยาน เนื้อที่ 401 ไร่ รวมเนื้อที่ 1,104 ไร่ ใน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เป็นเวลา 15 ปี โดยรัฐบาลขณะนั้นมีนโยบายส่งเสริมเอกชนปลูกป่าเศรษฐกิจในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม แต่ต่อมาปี 2534 กรมอุทยานฯ ประกาศเขตอุทยาน ทับพื้นที่บริษัทฯ และปฏิเสธจ่ายค่าชดเชยอันเป็นธรรมที่บริษัทฯ ควรได้จากการลงทุนปลูกสวนป่าไม้สัก

ต่อมา ในปี 2548 อุทยานแห่งชาติเขาแหลม และผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ในสมัยนั้น ได้ยอมรับว่าปัญหาดังกล่าวเกิดจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ที่ไม่ทำการบินสำรวจและเดินสำรวจทางพื้นดินในพื้นที่จริง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ก่อนประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งใหม่ จึงมีหนังสือเห็นควรให้ความเป็นธรรมและเยียวยาต่อบริษัทฯ แต่กรมอุทยานฯ กลับนิ่งเฉย และต่อมาปี 2549 บริษัทฯ ได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรมจากความเสียหายที่เกิดขึ้น จำนวน 116 ล้านบาท จากมูลค่าไม้สักนับแสนต้น กระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลางได้พิจารณาปัญหาดังกล่าวแล้ว มีความเห็นว่าเป็นความบกพร่องของทางราชการ เนื่องจากเอาผลประโยชน์จากการปลูกต้นไม้ที่บริษัทฯ ได้ลงทุนไปเป็นของรัฐ โดยไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

น.ส.เมรี กล่าวต่อว่า ได้รวบรวมหลักฐานคำวินิจฉัย อาทิ สำนักงานกฤษฎีกา กรมป่าไม้ กรมบัญชีกลาง และผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ได้พิจารณาปัญหาดังกล่าวแล้ว มีความเห็นว่าเป็นความบกพร่องของกรมอุทยานฯ ควรจ่ายชดเชยค่าเสียหายให้แก่บริษัทฯ โดยยึดหลักจำนวนเงินที่บริษัทฯได้ลงทุนรวมกับค่าธรรมเนียมที่ชำระให้แก่รัฐ คิดคำนวณดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี ตั้งแต่มีการลงทุนและจ่ายค่าธรรมเนียมจนปัจจุบัน ขณะนี้เวลาล่วงเลยมากว่า 26 ปีแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นสาเหตุที่ออกมาร้องเรียน เพราะต้องการเป็นกรณีศึกษาถึงความผิดพลาดบกพร่องของกรมอุทยานฯ ต่อการดำเนินนโยบายปลูกป่า จึงออกมาคัดค้านนโยบายล่าสุดของภาครัฐที่จะเชิญชวนภาคเอกชนมาร่วมปลูกป่าไม้สักในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ดังนั้นจึงอยากขอความเป็นธรรมจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ในฐานะรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการปราบปรามการทุจริตภาครัฐ เพื่อให้พิจารณาเรื่องดังกล่าว