วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ล็อกชั้นสองนักการเมืองโกง หนีต้องหนีตลอดชีวิต

ก็เป็น กฎหมายใหม่ ที่สะเทือนขวัญ นักการเมืองขี้โกง เมื่อ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติเสียงท่วมท้น 176 เสียง ผ่าน ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้ศาลประทับรับฟ้องและพิจารณาคดีลับหลังจำเลยที่หลบหนีได้ แก้ปัญหา นักการเมืองคอร์รัปชันหลบหนีไปอยู่ต่างประเทศ เพื่อ รอให้คดีหมดอายุความ แล้วกลับมาเสวยสุขกันต่อ

คดีทุจริตของนักการเมือง มีอายุความ 15 ปีเท่านั้น แป๊บเดียวก็กลับมาแล้ว

สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ เป็นการ “ล็อกตาย” นักการเมืองทุจริต ที่ใช้วิธีหลบหนีคดีจนหมดอายุความ แล้วกลับมาใช้ชีวิตร่ำรวยตามปกติ จากนี้ไป ถ้าจะหนีก็ต้องหนีตลอดชีวิต กลับเมืองไทยเมื่อไหร่ก็ถูกดำเนินคดีเมื่อนั้น คดีไม่มีการหมดอายุความแค่ 15 ปีเหมือนกฎหมายเก่า

กรณีผู้ต้องหาหลบหนีคดี กฎหมายบัญญัติให้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง สามารถ ประทับรับฟ้องได้ และ พิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้ เพื่อให้สามารถดำเนินคดีได้จบสิ้น ไม่ต้องเก็บไว้รกคาศาล เพราะจำเลยหลบหนีคดี

คุณสุพจน์ ไข่มุกด์ รองประธานกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า เมื่อกฎหมายประกาศใช้แล้ว จะมีผลใช้บังคับกับคดีทุจริตของนักการเมืองที่ยังอยู่ในศาล หรือ คดีที่ศาลจำหน่ายคดีชั่วคราว (เพราะจำเลยหลบหนี) ได้ทันที สามารถพิจารณาคดีลับหลังได้ และไม่นับอายุความกรณีที่นักการเมืองคนนั้นหลบหนีไป

คุณสุพจน์ กล่าวว่า เป้าหมายของกฎหมายฉบับนี้คือ การคืนความยุติธรรมให้กับคนในชาติ ไม่ได้ต้องการเช็กบิลใคร กฎหมายฉบับนี้บังคับใช้กับนักการเมืองทุกคน เป็นไปตามหลักการสากล ประเทศฝรั่งเศสก็ใช้ เพราะความเสียหายที่เกิดจากการทุจริตของนักการเมืองนั้น มีมูลค่ามหาศาล ประเด็นนี้เป็นความจริงอย่างยิ่ง เช่น คดีทุจริตขายข้าวจีทูจีปลอมกับจีน แค่ลอตเดียวความเสียหายสูงถึง 20,000 กว่าล้านบาท

ไปดูเนื้อหาที่น่าสนใจในกฎหมายฉบับนี้กันหน่อยนะครับ

1.ศาลประทับรับฟ้องคดีได้ แม้จะยังไม่ได้ตัวผู้ถูกกล่าวหามาขึ้นศาลก็ตาม

2.พิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้ กรณีที่ศาลได้รับฟ้องแล้ว และมีหมายเรียก แต่จำเลยไม่มาศาล มีการออกหมายจับ แต่ไม่สามารถจับจำเลยได้ภายใน 3 เดือนนับตั้งแต่ออกหมายจับ ให้ศาลมีอำนาจพิจารณาคดีได้ โดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลย

3.หนีคดีไม่มีการขาดอายุความ ไม่ว่าจำเลยจะหนีในชั้นพิจารณาคดี หรือหลังจากที่ศาลมีคำพิพากษาแล้ว ในกรณีที่จำเลยหลบหนีไประหว่างถูกดำเนินคดี หรือระหว่างการพิจารณาคดีของศาล ไม่ให้นับอายุความ ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำเลย ถ้าจำเลยหลบหนีระหว่างต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ ไม่นับอายุความ

4.ถอนฟ้องคดีไม่ได้ เมื่อศาลประทับรับฟ้องแล้ว ห้ามมิให้ศาลอนุญาตให้ถอนฟ้อง

5.อุทธรณ์ได้ง่ายกว่าเดิม ไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานใหม่ ให้อุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ ศาลฎีกาได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา

6.จะยื่นอุทธรณ์ได้ จำเลยต้องมาศาล

ร่างกฎหมายฉบับนี้มี บทเฉพาะกาล ให้บังคับใช้กับ คดีที่มีอยู่ก่อนร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ประกาศใช้ ซึ่ง คุณเข็มชัย ชุติวงศ์ รองอัยการสูงสุด อธิบายว่า กฎหมายฉบับนี้คือ “วิธีพิจารณา” ทำให้มีผลทันที และมีผลไปถึงคดีที่เกิดก่อนกฎหมายฉบับนี้ใช้บังคับ ส่วนที่ไม่ให้มีผลย้อนหลัง เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับโทษทางอาญา

ผมเห็นด้วยครับ เป็นการ ปิดทางนักการเมืองเจ้าเล่ห์ ที่ชอบใช้ ช่องโหว่กฎหมาย หลบเลี่ยงคดีหนีความผิด เช่นเดียวกับคดีอาญาอื่นๆ

เมื่อ กฎหมายฉบับนี้ใช้กับนักการเมืองทุกคน ก็ควรจะรวมถึง นักการเมืองที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่ ได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งการเมือง ด้วย จึงจะยุติธรรมเท่ากัน.

“ลม เปลี่ยนทิศ”