วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เอกซเรย์ปฏิรูปตำรวจฉบับสีเขียว : ประชาชนต้องมาก่อน

รายได้ของตำรวจแต่ละชั้นยศเป็นอย่างไร

โครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติในต่างประเทศเป็นอย่างไร

เป็นหัวข้อที่คณะกรรมการการปฏิรูปตำรวจ ซึ่งมี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธาน จะถกในการประชุมครั้งต่อไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)

ก่อนจะหาสถานที่ประจำประชุม คาดจะเป็นที่สภาผู้แทนราษฎร เพราะสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศจะหมดหน้าที่ลง และสถานที่แห่งนี้มีห้องรองรับ 5 คณะอนุกรรมการ ประกอบด้วย ด้านการบริหารงานบุคคล พล.อ.บุญสร้าง เป็นประธาน จะออกแบบการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจให้เสร็จภายในวันที่ 31 ธ.ค.60 เพื่อบังคับใช้ในปี 61

ด้านการบังคับใช้กฎหมายและระบบการสอบสวนคดีอาญา นายธานิศ เกศวพิทักษ์ อดีตรองประธานศาลฎีกา เป็นประธาน รับผิดชอบการแยกงานสืบสวนสอบสวน ด้านหน้าที่อำนาจและภารกิจของตำรวจ นายมนุชญ์ วัฒนโกเมร อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน

ด้านรับฟังความคิดเห็น พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธาน จะเริ่มทำงานตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปจนครบ 9 เดือน เปิดรับข้อมูลทุกช่องทาง ด้านวิชาการ นายศุภชัย ยาวะประภาษ อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธาน

ที่ผ่านมาตามรูปการณ์ที่ได้ประชุมจนถึงครั้งล่าสุด กรรมการฯจากฝ่ายตำรวจผนึกเสียงกันแน่น เห็นว่าปฏิรูปตามแบบฉบับของตัวเองดีอยู่แล้ว พร้อมได้อธิบายถึงโครงสร้างและอำนาจการโยกย้าย ให้คณะกรรมการฯได้เห็น ขาดเพียงงบประมาณที่จะต้องเพิ่มขึ้น ทุกปัญหาในวงการสีกากีจบทันที

ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยชี้ให้เห็นถึงระบบการซื้อขายตำแหน่งยังมีอยู่ ประเด็นจึงแตกไปถึงการแต่งตั้งโยกย้ายให้ดูหลัก “อาวุโส ความรู้ความสามารถ ความซื่อสัตย์สุจริต” อย่างละ 33 เปอร์เซ็นต์ บางฝ่ายให้ดูหลักเฉพาะ “อาวุโสและความรู้ความสามารถ” อย่างละ 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้าอาวุโสลำดับหนึ่งมีตำหนิก็ให้ลำดับถัดไปขยับขึ้นแทน

ฉะนั้นหลังจากโหมโรงตีกรอบการปฏิรูปต้นธารกระบวนการยุติธรรม สังคมคงพอจะเห็นโฉมหน้าการปฏิรูปว่าจะเดินไปทิศทางไหน หากสังคมต้องการให้ตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชนจริงๆ พลังของประชาชนที่สะท้อนผ่านช่องทางต่างๆนั่นแหละ จะเป็นประกายและพลังให้คณะกรรมการฯถักทอเป็นกฎหมายฉบับปฏิรูปตำรวจในฝัน

เพื่อให้ตำรวจ “บริการดุจญาติ พิทักษ์ราษฎร์ดุจครอบครัว”

พูดง่ายๆคือยึดหลักประชาชนต้องมาก่อน

สุดท้ายพิมพ์เขียวการปฏิรูปตำรวจจะเป็นอย่างไร พล.อ.บุญสร้าง ให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง ว่า เมื่อผมเข้ามาแล้วต้องทุ่มเททำงานเต็มที่ ไม่หนักใจอะไรมาก เหนื่อยหน่อยไม่เป็นอะไร ทอทหารอดทน ในฐานะที่มีประสบการณ์การปฏิรูปที่ดี ทำมาทุกงานเรียบร้อยดี ย่อมช่วยให้เรามั่นใจว่า การปฏิรูปครั้งนี้คงไม่ถึงกับล้มเหลว

พร้อมได้ออกตัวการพูดคุยในแต่ละประเด็น ไม่อยากฟันธงร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะทำงานในรูปแบบคณะกรรมการ และจะเปิดรับฟังจากทุกฝ่ายให้มาก รวมถึงรับฟังตำรวจด้วย ไม่ใช่มีประธานเป็นทหารแล้วไปปฏิรูปตำรวจให้เป็นทหาร ปัญหามันคนละอย่าง

ตั้งแต่ประชุมนัดแรกจนถึงครั้งล่าสุด เชื่อว่าจะทำได้ทันเวลาตามรัฐธรรมนูญ จะสำเร็จตามเป้าหมายแค่ไหน ขึ้นอยู่ที่เราทุ่มเท จริงใจ โดยรับฟังความคิดเห็นหลายด้าน ไม่ใช่ปฏิรูปแล้วเลวร้ายลงกว่าเดิม

ขณะนี้อนุกรรมการแต่ละชุด และคณะกรรมการการปฏิรูปตำรวจได้เริ่มทำงานแล้ว เช่น ฝ่ายรับฟังความคิดเห็น มีคนสนใจเยอะมากที่จะเป็น เพราะได้ลงพื้นที่ไปพูดคุยกับประชาชน บางทีผมอาจจะไปด้วย

ขณะเดียวกัน ได้กำชับให้ 5 คณะอนุกรรมการไปจัดทำตารางผังงาน ซึ่งสามารถดูการปฏิรูปตำรวจได้อย่างละเอียด ทั้งในรูปแบบของแต่ละองค์กร รูปแบบตำรวจของแต่ละประเทศ แนวทางการศึกษาของแต่ละคนที่ได้ทำมา การปรับปรุงโครงสร้าง สตช. หลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้าย

ผลการศึกษาและการรับฟังจะเอามาทั้งหมด สมมติว่ามี 20 แหล่ง ผู้เชี่ยวชาญ สถาบันการวิจัย 10 แห่ง รูปแบบต่างประเทศมี 10 ประเทศ เราไม่ก๊อปปี้แบบประเทศอื่นแน่นอน เพราะโจทย์ไม่เหมือนประเทศไหน การประชุมครั้งหน้าจะเห็นว่าแต่ละประเทศเป็นอย่างไร ฝ่ายวิชาการจะสรุปออกมา อันไหนไม่ครบต้องหามาให้ครบ

ขอให้หาข้อมูลให้ได้มากที่สุด ไม่ต้องเร่งด่วนสรุป

ข้อมูลทุกด้านที่ได้มา การรับฟังที่รอบด้าน และในที่ประชุมให้พูดได้อย่างเปิดอก ความเห็นหลากหลาย ค่อยๆพิจารณาว่าความเห็นของใครมีเหตุมีผลอย่างไร สุดท้ายจะได้รับทราบคำตอบที่ดีที่สุด และไปแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง บางกรณีอาจจะต้องออกกฎหมายใหม่

2 เดือนนับจากนี้ไปคงได้เห็นทิศทางการปฏิรูปตำรวจ จากนั้นเป็นการทำกฎหมาย แก้ไขกฎหมาย ปรับปรุงกฎหมาย เตรียมรับฟังความเห็นเพิ่มเติม และเสนอร่างกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจ ทุกอย่างมีขั้นมีตอนตามกรอบเวลา 9 เดือน

สังคมจะเห็นผลสำเร็จของการปฏิรูปตำรวจตามสโลแกนของ สตช. บริการดุจญาติ พิทักษ์ราษฎร์ดุจครอบครัว ได้อย่างไรภายใน 9 เดือน พล.อ.บุญสร้าง บอกว่า ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวยังไม่ถึงภาคปฏิบัติ จะออกมาเป็นกฎหมาย หลังจากนั้นอีกนิดเดียวถึงบังคับใช้

จะทลายกำแพงวัฒนธรรมเดิมของตำรวจได้อย่างไร เพราะเป็นเรื่องที่ยากมาก พล.อ.บุญสร้าง บอกว่า คงไม่ถึงขั้นมีกำแพงวัฒนธรรมหรอก เป็นแค่ความเคยชินที่ทำแบบเดิม ไม่ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ความจริงการเรียนรู้ใหม่เป็นเรื่องที่ดี ทำให้ชีวิตมีรสชาติดีขึ้นและดีกับตำรวจ จะต้องค่อยๆบอกตำรวจ

แต่กรณีนี้เขาบอกกันเองได้ เพราะตำรวจคิดอยู่เรื่อยๆ เมื่อคณะกรรมการฯทำดี ตำรวจก็เห็นด้วย สุดท้ายย่อมดีกับประชาชน

สังคมจับตาดูปัญหาหลักทั้งการสอบสวน การแต่งตั้งโยกย้าย และงบประมาณ ในที่ประชุมได้สนทนาธรรมถึงปัญหาเหล่านี้อย่างไรบ้าง พล.อ.บุญสร้าง บอกว่า เรื่องพวกนี้มีการแลกเปลี่ยนในที่ประชุม เช่น การจัดสรรงบประมาณ รัฐบาลจะต้องดูให้สมเหตุสมผล

การปรับปรุง การโยกย้ายให้เป็นธรรมโดยไม่ใช้เงิน การสอบสวนก็มีผู้เสนอให้อัยการเข้ามามีบทบาทในคดีสำคัญที่เป็นปัญหาและที่ประชาชนสนใจในหลักการเห็นด้วย แต่จะต้องถกหาทางออกร่วมกัน

วันนี้มีการพูดถึง สตช.เมื่อปฏิรูปแล้วจะสังกัดหน่วยงานไหน และตามโครงสร้างใหม่จะต้องกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นอย่างไร พล.อ.บุญสร้าง บอกว่า อีกไม่นานจะทราบหลังออกแบบโครงสร้าง สตช.จบ เรื่องนี้ไม่หนักใจ เช่นเดียวกับการกระจายอำนาจตำรวจให้ขึ้นอยู่กับท้องถิ่น การแยกงานที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากตำรวจ เช่น งานจราจร ล้วนจะต้องพิจารณา แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถพูดได้

มีคนเสนออยากให้การแต่งตั้งโยกย้ายเหมือนกระทรวงกลาโหม สตช.จะทำแบบนี้ได้อย่างไร พล.อ.บุญสร้าง บอกว่า พื้นฐานไม่เหมือนกัน ตำรวจต้องทำให้ดีในแง่ของตำรวจ คงไม่เหมือนของกองทัพหรืออาจจะคล้ายกัน จะต้องรอดูผลสรุปของที่ประชุม ซึ่งนำผลศึกษาต่างๆรวมถึงแบบของต่างประเทศมาพิจารณา

อีกปมที่อำนาจการเมืองเข้ามาแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้าย จะออกแบบแก้ไขอย่างไร พล.อ.บุญสร้าง บอกว่า เป็นโจทย์ใหญ่อีกอันหนึ่งว่าจะมีวิธีการทำอย่างไรไม่ให้เป็นแบบนั้น คิดคนเดียวคิดไม่ออก จะต้องช่วยกันคิดเป็นทีม ดีที่สุดในกรอบนี้ถ้าทำไม่ได้ก็คิดอะไรใหม่ให้มากๆไปเลย ซึ่งอาจจะเสี่ยง อันนี้ต้องดูความรอบคอบและความที่น่าจะเป็นไปได้ด้วย

ทั้งหมดเรามีเป้าหมายให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ได้รับความยุติธรรม

ชีวิตตำรวจชั้นผู้น้อยดีขึ้น และการแต่งตั้งโยกย้ายดีขึ้นทีมข่าวการเมือง ถามว่า มาถึงวันนี้ประชาชนไม่มั่นใจว่าการปฏิรูปจะสำเร็จตามเป้าหมาย พล.อ.บุญสร้าง บอกว่า ประชาชนเจอเรื่องที่ไม่สำเร็จมาเยอะ แต่การปฏิรูปตำรวจจะต้องสำเร็จ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้สำเร็จ

เมื่อสำเร็จแล้วประชาชนจะชอบหรือไม่ ถึงเวลานั้นขอให้ดูอีกที

ระบบจะค่อยๆพัฒนาหลังจากมีกฎหมายที่มันเอื้อต่อการปฏิรูปตำรวจ

ประชาชนบางคนอาจจะไม่ชอบ

แต่เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่จะชอบ.

ทีมการเมือง