บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คลายปมโหด 8 ศพ ล็อกแล้ว 5 ผบ.ตร.บินเค้นเอง

เข้าค่ายทหารขยายผลปิดเกม ยึด ‘ฟอร์จูนเนอร์’ ทีมสังหาร พบชนวนขัดแย้งซื้อขายที่ดิน

รวบแล้ว 5 แก๊งทมิฬฆ่ายกครัวผู้ใหญ่บ้าน 8 ศพ ผบ.ตร.บินด่วนร่วมสอบปากคำในค่ายทหาร พร้อมยึดของกลางรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ และเก๋งยาริสที่ใช้ก่อเหตุ เผยชนวนสั่งตายมาจากความขัดแย้งเรื่องซื้อขายที่ดิน ลุยค้นพื้นที่เป้าหมายหลายจังหวัด ขณะที่ญาติผู้ตายและชาวบ้านผวาจะไม่ปลอดภัย วอนตำรวจเร่งลากคอคนร้าย ส่วน “โกเก่ง” หุ้นส่วนโรงโม่หินถูกเพ่งเล็งเป็นชนวนสั่งตาย ผวามือที่สามสวมรอย วิ่งโร่ขอกำลังตำรวจคุ้มครอง

ตำรวจยังคงเดินหน้าแกะรอยไล่ล่าแก๊งฆาตกรชุดลายพรางบุกบ้านนายวรยุทธ สังหลัง หรือผู้ใหญ่บัติ อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 เลขที่ 14/3 หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ จ่อยิงนายวรยุทธ พร้อมลูกเมียและญาติอย่างเลือดเย็น มีผู้เสียชีวิตรวม 8 ศพ บาดเจ็บ 3 คน หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. คุมทีมสืบสวนลงพื้นที่ร่วมคลี่คลายคดี ให้น้ำหนักปมขัดแย้งการดำเนินการเพื่อขอเปิดโรงโม่หิน ที่นายวรยุทธรับเงินมาเคลียร์ปัญหาแต่ไม่สามารถเปิดโรงโม่ได้ โดยนำตัวนายเชษฐ์ดนัย ถิ่นพังงา หรือโกเสริฐ อายุ 46 ปี เพื่อนผู้ตาย เป็นผู้บริหารโรงโม่หินบริษัท อ่าวลึกศิลาทอง จำกัด มาสอบปากคำ ส่วนประเด็นอื่นทั้งเรื่องฟ้องไล่ที่ชาวบ้าน ขัดแย้งส่วนตัว การเมืองท้องถิ่น ยาเสพติด และชู้สาวยังไม่ตัดทิ้ง นอกจากนี้ชุดสืบสวนกระจายกำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาจุดหมายปลายทางที่คนร้ายหลบหนี รวมทั้งหารถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์สีดำ กับรถเก๋งโตโยต้ายาริส 2 คัน หนึ่งในนั้นเป็นของผู้ตาย ที่วิ่งมุ่งหน้าไปทาง จ.สุราษฎร์ธานี

ความคืบหน้าการสอบสวนคลี่คดีฆ่า 8 ศพ เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 ก.ค. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ (บก.ภ.จ.กระบี่) พล.ต.อ.สุเทพ เดชรักษา รอง ผบ.ตร. ได้รับมอบหมายให้ดูแลสำนวน พร้อมด้วย พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผบช.ภ.9 ยังปักหลักควบคุมการทำงานของพนักงานสอบสวนอย่างใกล้ชิด โดย พล.ต.อ.สุเทพเปิดเผยว่า ได้ส่งชุดสืบสวนลงหาข่าวในพื้นที่ จ.ตรัง ภูเก็ต ระนอง และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อหาเบาะแสเกี่ยวกับร้านจำหน่ายเครื่องแบบทหาร หรือร้านที่จำหน่ายเสื้อผ้าเลียนแบบทหาร ตามที่พยานระบุแต่ยังไม่สามารถจำแนกรายละเอียดว่าเป็นชุดลายพรางชนิดใด และอยู่ระหว่างเก็บตัวอย่างให้พยานดูเพื่อยืนยัน ขณะนี้ทราบเบาะแสกลุ่มที่ชอบแต่งกายด้วยเครื่องแบบลายพรางทหารแล้ว แต่ยังไม่ยืนยันว่าเป็นคนในเครื่องแบบจริงๆ นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้มีการสืบสวนหากลุ่มทหารที่เข้ามารับจ้างเฝ้าสวนปาล์มในพื้นที่กระบี่และใกล้เคียงด้วย

รอง ผบ.ตร.กล่าวอีกว่าการก่อเหตุครั้งนี้ ไม่น่าจะเป็นการทำงานของซุ้มมือปืนรับจ้าง แต่เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มบุคคลมุ่งเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สิน เป็นไปได้ทั้งในเรื่องรับจ้างทวงหนี้ หรือปล้นทรัพย์ รีดทรัพย์ เพราะรู้ว่าผู้ใหญ่มีทรัพย์สินหรือเงินทอง ต้องวิเคราะห์สาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง เบื้องต้นยังไม่พบว่าผู้ใหญ่เป็นหนี้ใคร ต่อข้อถามถึงความเป็นไปได้ที่นายวรยุทธอาจเข้าไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มสมาชิกองค์กรอิสลามแห่งหนึ่งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ มีความเกี่ยวพันกับขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ พล.ต.อ.สุเทพกล่าวว่าประเด็นนี้กำลังตรวจสอบอยู่เช่นกัน

ขณะเดียวกันนายชัยวุฒิ บัวทอง นายอำเภออ่าวลึก นำข้าวสารและกาแฟไปมอบให้นายจเร บุตรเติบ อายุ 58 ปี พ่อตานายวรยุทธ ผู้ตาย ที่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ สถานที่จัดพิธีศพผู้ตาย ยังมีการตั้งเต็นท์จัดเลี้ยงอาหารแขกเหรื่อที่มาแสดงความเสียใจอย่างไม่ขาดสาย ส่วนลูกสาววัย 3 เดือนของนายวรยุทธ อยู่ที่บ้าน ดังกล่าวญาติๆช่วยกันเลี้ยงดู นายจเรกล่าวกับนายอำเภออ่าวลึกว่า ยังรู้สึกหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากให้ตำรวจเร่งจับกุมคนร้ายให้ได้ อย่างไรก็ตามขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร.ที่ให้ความสำคัญกับคดีนี้

จากนั้นนายจเรได้ขอให้นายชัยวุฒิหาทางช่วยเหลือกรณีที่นายวรยุทธ ผู้ตาย รวมทั้งญาติๆและชาวบ้านกว่า 10 ราย นำที่ดินไปขายฝากไว้กับนายทุนเงินกู้รายหนึ่ง แต่นายทุนคนดังกล่าวกลับนำที่ดินไปเป็นหลักทรัพย์เปิดโอดีกับธนาคาร นำเงินออกมากว่า 10 ล้านบาท ขณะนี้ที่ดินกำลังจะถูกธนาคารยึด นายวรยุทธนำเรื่องปรึกษาทนายความเพื่อฟ้องนายทุน กลายเป็นปมขัดแย้งที่อาจเป็นชนวนสังหารโหด ตำรวจได้เชิญตัวนายจเรไปสอบสวนขยายผลแล้ว

นายชัยวุฒิ บัวทอง นายอำเภออ่าวลึก กล่าวว่าขณะนี้ชาวบ้านยังหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อความสบายใจและความปลอดภัยของชาวบ้าน ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ อส.อ่าวลึก ชุดละ 8 นาย เข้ามาคอยดูแลในพื้นที่ตลอด 24 ชม. และมอบอาวุธปืนลูกซองเพิ่มเติมอีกหลายสิบกระบอกให้อาสาสมัครประจำหมู่บ้านไว้คอยดูแลเป็นการป้องกันตนเองด้วย

ต่อมาทนายที่ได้รับมอบหมายให้จากนายวรยุทธ ให้ฟ้องร้องนายทุนเงินกู้ว่า ชาวบ้านได้นำที่ดินไปขายฝากกับนายทุนมีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.พังงา ทำสัญญาซื้อขายและตกลงกันว่าหากชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยครบจะโอนที่ดินคืนให้ ลักษณะของคดีเข้าข่ายการทำนิติกรรมอำพราง หลอกลวง แล้วนายทุนนำที่ดินไปจำนองกับธนาคาร ได้ยื่นฟ้องแล้ว 2 แปลงเมื่อเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากมีการชำระหนี้คืนให้นายทุนครบถ้วนแล้ว แต่ไม่ยอมโอนที่ดินคืน

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวออกสำรวจแผงจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือลอตเตอรี่ ย่านถนนมหาราช กลางเมืองกระบี่ เป็นย่านการค้า มีบรรดาพ่อค้า แม่ค้าลอตเตอรี่ตั้งแผงขายกว่า 20 แผง พบประชาชนมาเลือกซื้อลอตเตอรี่เสี่ยงโชคไม่ขาดสาย เพราะใกล้วันหวยออก พบว่าเลขที่เกี่ยวข้องกับคดีสังหารโหดครอบครัวผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ทั้งเลขที่บ้าน 14/3 และเลขทะเบียนรถเก๋งโตโยต้ายาริสของผู้ตาย เลข 5338 ถูกเลือกซื้อไปเกลี้ยงแผง

ด้านการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหา จุดหมายปลายทางของคนร้าย ชุดสืบสวนคลี่คลายคดี รวมทั้งตำรวจพื้นที่ใกล้เคียงระดมตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร กลับสร้างปัญหากระทบกระทั่งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายณัฐพงษ์ เนียมสม นายกเทศมนตรี ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง เข้าพบ พ.ต.อ.เอกณรงค์ สวัสดิกานนท์ ผกก.สภ.เมืองตรัง เพื่อขอแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากมีตำรวจชุดสืบสวน ภ.จ.ตรัง และ สภ.เมืองตรัง เข้าไปฉกเอาข้อมูลกล้องวงจรปิดบริเวณป้อมตรวจสี่แยกบ้านนาขา ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง โดยไม่มีการประสานงานมาก่อน

พล.ต.ต.สมพงษ์ ทองใบ ผบก.ภ.จ.ตรัง รีบเดินทางมาชี้แจงกับนายณัฐพงษ์ การตรวจสอบกล้องวงจรปิดดังกล่าว เพื่อหาเส้นทางที่คนร้ายคดีฆ่านายวรยุทธกับครอบครัว ที่ จ.กระบี่ ใช้หลบหนีตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา พร้อมขอโทษและจะปรับปรุงการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชาใหม่ ทำให้นายณัฐพงษ์คลายความไม่พอใจ กล่าวย้ำว่าตนพร้อมให้ความร่วมมือกับทางราชการอยู่แล้ว ขอเพียงให้มีการประสานงานให้ถูกต้องตามขั้นตอน

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า สี่แยกบ้านนาขา เป็นเส้นทางผ่านจาก จ.กระบี่ ไปยังบ้านของนายนรินทร์ เก่งธนทรัพย์ หรือโกเก่ง เจ้าของ หจก.โรงโม่หินตรังภูทอง และเป็นหุ้นส่วนบริษัท อ่าวลึกศิลาทอง จำกัด ของนายเชษฐ์ดนัย หรือโกเสริฐ ถิ่นพังงา ที่ตำรวจเพ่งเล็งเป็นหนึ่งในความขัดแย้งที่อาจเป็นชนวนสังหารโหดครอบครัวนายวรยุทธ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 และจุดนี้ยังเป็นทางผ่านไปยังโรงโม่หินตรังภูทองของโกเก่งด้วย นอกจากนี้ ตำรวจยังไปเก็บข้อมูลกล้องวงจรปิดในเขตเทศบาลตำบลลำภูรา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เป็นเส้นทางผ่านไปยัง จ.นครศรีธรรมราช คาดว่าคนร้ายกบดานอยู่

เวลา 18.00 น. ที่ บก.ภ.จ.ตรัง นายนรินทร์ เก่งธนทรัพย์ หรือโกเก่ง เข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ต.สมพงษ์ ทองใบ ผบก.ภ.จ.ตรัง เพื่อขอกำลังคุ้มกันดูแลความปลอดภัยตนเองและครอบครัวเกรงว่ามือที่สามจะอาศัยจังหวะลงมือสังหาร หลังจากมีข่าวคดีฆ่า 8 ศพ พุ่งเป้าไปที่ความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์โรงโม่หินอ่าวลึกศิลาทอง จ.กระบี่ โดยนายนรินทร์กล่าวว่า เรื่องที่เป็นข่าวไม่เป็นความจริง ตนกับผู้ตายไม่มีความสนิทสนมกัน เบอร์มือถือก็ยังไม่มี ที่ผ่านมาตนลงทุนไปกว่า 30 ล้านบาท ในการขอประทานบัตร และจากข่าวที่ออกมาว่าตนให้เงินผู้ใหญ่บ้านในการไปเคลียร์กับชาวบ้านในพื้นที่ ก็ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด และไม่มีความจำเป็นต้องไปให้ผู้ใหญ่บ้านเพราะไม่ใช่หุ้นส่วนสัมปทาน ทั้งนี้ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย ในส่วนของการขอเปิดสัมปทานโรงโม่คงต้องสู้กันต่อไป

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้ประชุมชุดสืบสวนของ บก.ป. สืบสวนภาค 8 และสืบสวน ภ.จ.กระบี่ วางแนวทางคลี่คลายคดีฆ่า 8 ศพ ชุดสืบสวนประสานข้อมูลชุดสืบสวนของ ตร.ที่มีการระดมมือสืบสวนที่มีประสบการณ์เข้ามาช่วยคลี่คลายคดี มี พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษา (สบ 10) พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ส. พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.ภ.7 พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ศชต. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. คดีความคืบหน้าไปมาก ผบ.ตร.ได้สั่งให้ชุดสืบสวนทำให้ทุกประเด็นที่สงสัยเป็นชนวนสังหาร ทั้งคดีขัดแย้งโรงโม่หิน ซื้อขายที่ดิน และประเด็นขัดแย้งอื่นๆ โดยในวันที่ 16 ก.ค. นัดประชุมสรุปผลการสืบสวน คาดทุกอย่างจะมีความชัดเจนในเรื่องของกลุ่มผู้ต้องสงสัย และปมสังหาร ส่วนรายละเอียด ผบ.ตร.เป็นผู้ให้รายละเอียดเองทั้งหมด

แหล่งข่าวแจ้งว่า ในด้านการตามหาเบาะแสคนร้าย ชุดสืบสวนมุ่งไปที่กลุ่มทหารนอกรีตและอดีตทหาร เชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มกองกำลังรับจ้างเฝ้าสวนปาล์ม-สวนยาง ให้นายทุนใน จ.กระบี่ และ จ.พังงา เนื่องจากลักษณะการแต่งกายของกลุ่มคนร้าย อาวุธที่ใช้ รวมทั้งวิธีการก่อเหตุคล้ายผู้ผ่านการฝึกมาเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ชุดสืบสวนได้นำข้อมูลที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จ.กระบี่ และทหารจาก กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 เข้าจับกุมตัวอดีตครูฝึกจากมณฑลทหารบกที่ 43 ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร ต.กะปาง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมอดีตทหารพรานรวม 16 คน มารับจ้างข่มขู่กลุ่มชาวบ้านที่เข้ามาทำกินภายในสวนปาล์มน้ำมันที่หมดสัมปทานของบริษัทแห่งหนึ่ง โดยยึดปืนได้รวม 19 กระบอก และกระสุนเกือบ 1,000 นัด ไปวิเคราะห์ข้อมูลด้วย

ส่วนปมความขัดแย้งที่อาจเป็นชนวนสังหาร ชุดสืบสวนให้น้ำหนักเพิ่มเติมในเรื่องความขัดแย้งการติดต่อซื้อขายที่ดินใกล้โรงโม่หิน และที่ดินมูลค่าสูงในพื้นที่ จ.กระบี่ ผู้ตายเป็นตัวกลางในการติดต่อซื้อขายที่ดินให้กลุ่มคนนอกพื้นที่ และผู้มีอิทธิพลในพื้นที่มูลค่าหลายสิบล้านบาท ชุดสืบสวนได้ปมขัดแย้งผู้มีอิทธิพลมอบหมายให้นายวรยุทธติดต่อซื้อขายที่ดิน แต่ทำไม่ได้ตามที่ตกลงทั้งที่มีการโอนเงินไปให้แล้ว จนมีการตามทวงเงินคืนแต่ถูกบ่ายเบี่ยง คู่กรณีรายนี้มีความสนิทกับผู้กว้างขวางที่เป็นคู่แข่งทางการเมืองของนายวรยุทธ และมีความเคลื่อนไหวน่าสงสัยในช่วงก่อนและหลังเกิดเหตุ เป็นปมที่ชุดสืบสวนเชื่อว่าอาจเป็นประเด็นสาเหตุการเสียชีวิตของนายวรยุทธ โดยมีผู้มีอิทธิพล และนักธุรกิจหลายคนเข้ามาเกี่ยวข้อง จนเกิดการลงขันฆ่าทวงหนี้สินที่ติดค้าง หรือลงมือฆ่านายวรยุทธให้พ้นเส้นทาง

เย็นวันเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. บินด่วนลงพื้นที่ จ.กระบี่ หลังจากเพิ่งเดินทางกลับกรุงเทพฯ เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา โดยร่วมประชุมกับชุดสืบสวนสอบสวนในค่ายทหาร ร.15 พัน. 1 อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ชุดสืบสวนนำตัวผู้ต้องสงสัย 5 รายมาสอบสวนขยายผล พร้อมของกลางรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์สีดำ และรถเก๋งโตโยต้ายาริส พาหนะที่ใช้ก่อเหตุ ส่วนเก๋งยาริสของผู้ตาย สอบเบื้องต้นอ้างว่าเผาทำลายหลักฐานไปแล้ว ส่วนชนวนมรณะมาจากความขัดแย้งเรื่องการซื้อขายที่ดินในพื้นที่ ซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ สั่งเปิดยุทธการลุยค้นเป้าหมายหลายจังหวัด ที่ชุดสืบสวนเข้าประกบเป้าหมายไว้ก่อนแล้ว

ต่อมาเวลา 23.00 น. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ควบคุมกลุ่มผู้ต้องสงสัยไว้แล้ว 5 ราย อาศัยคำสั่ง หน.คสช.จากการซักถามเบื้องต้นทราบว่ามีมูลเหตุจูงใจเบื้องต้นเกี่ยวกับข้อพิพาทที่ดินและหนี้สิน ขณะนี้สามารถยึดรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุได้แล้ว 2 คัน พร้อมอาวุธปืน หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย