วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เขาเก่งไม่เป็นรองใคร! 'ทรงโปรด​ สิริสุขะ' มือปราบ ปคบ. สู่เก้าอี้ ตม.ชลบุรี

ในห้วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจที่เติบโตมากที่สุดคือธุรกิจอาหารเสริม​ เครื่องสำอางและสถานเสริมความงาม​ ผุดขึ้นมาทุกหย่อมหญ้า เรียกได้ว่ามีเงินหลักหมื่นก็สร้างแบรนด์เป็นของตัวเอง วางขายตามเพจเฟซบุ๊ก หรือเว็บไซต์โซเชียลมีเดียหลากหลายยี่ห้อจนเกลื่อนประเทศ 

กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่เข้มงวดในการลงพื้นที่ตรวจสอบ กวาดจับ ทำลายเครือข่ายผิดกฎหมายไม่ได้มาตรฐานทั่วทุกมุมประเทศ ชื่อของ "พ.ต.อ.ทรงโปรด​ สิริสุขะ​" ​ผู้กำกับการ 4​ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค​ รับผิดชอบเกี่ยวกับความผิดที่เกี่ยวกับอาหารและยา​ทั่วประเทศ เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ด้วยผลงานการจับกุมที่ต่อเนื่องออกสื่อหลายแขนง ชื่อชั้นของ "ทรงโปรด​ สิริสุขะ" ยังถูกพูดถึงสม่ำเสมอ การันตีด้วยรางวัลข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ดีเด่น ของ บช.ก. "ไทยรัฐออนไลน์​" โดย "Police community" พามาเปิดสัมภาษณ์แนวคิด มุมมองการทำงาน หลังคำสั่งแต่งตั้งล่าสุด โยกมา นั่งเก้าอี้ "ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมือง​ จังหวัดชลบุรี​"

หลายคนคงคุ้นหูกับนามสกุล "สิริสุขะ" ถูกต้องแล้วค่ะ ...  "ทรงโปรด สิริสุขะ" หรือโปรด มีน้องสาวแท้ๆ 2 คน คือ ปูเป้-รามาวดี นาคฉัตรีย์ และ เชอรี่-เข็มอัปสร สิริสุขะ ทั้งคู่เป็นดารานักแสดงที่โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิง "ทรงโปรด" เป็นลูกชายคนโต ของ พล.ท.ยุทธนา - เจ้านิรมิต สิริสุขะ ต่อมา 'ทรงโปรด' แต่งงาน กับ ลัลนารี สิริสุขะ บุตรสาว พลเอก พัฑฒะนะ พุธานานนท์ อดีตรองผู้บัญชาการทหารบก 

กว่าจะเป็น พ.ต.อ.ทรงโปรด​ สิริสุขะ​ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมือง​ จังหวัดชลบุรี

ผมอยากเป็นตำรวจเพราะว่าผมชอบอ่านหนังสือแนวสืบสวนสอบสวนอยู่แล้ว อีกอย่างคือเป็นตำรวจมันเท่ดี แถมยังได้ใช้สมองไขคดีต่างๆ ช่วยเหลือคน ตามประสาวัยรุ่นครับ กระทั่งผมปรึกษาครอบครัวว่าจะสอบเข้าเตรียมทหารนะ ทุกคนในบ้านเห็นด้วย

จากนั้นเรียนจบมัธยมศึกษาโรงเรียน​บดินทรเดชา (สิงห์​ สิงหเสนี) สอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารรุ่น​ 35​ นักเรียนนายร้อยตำรวจ​ 51 ก่อนที่ผมจะมาดำรงตำแหน่ง​ ผกก.ตม.จว.ชลบุรี​ ผมได้ดำรงตำแหน่ง​ผู้กำกับการ 4​ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค​ รับผิดชอบเกี่ยวกับความผิดที่เกี่ยวกับอาหารและยา​ ทั่วประเทศ

ถ้าจะให้บอกเล่าถึงความสำคัญของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค​ อย่างที่รู้กันดีว่า​ ธุรกิจที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในห้วงหลายปีที่ผ่านมาคืออาหารเสริม​ เครื่องสำอางและสถานเสริมความงาม​ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ​ กก.4​ บก.ปคบ.ทั้งหมด​ เมื่อมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว​ การที่จะดูแลให้ได้มาตรฐาน​ และมีความปลอดภัยต่อประชาชนจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผมจับกุมอาชญากร​คดีฆ่าคนตายสักคนหนึ่งไม่ได้​ และเค้าออกไปอยู่ในสังคมก็อาจมีคนที่ตกเป็นเหยื่ออีกหนึ่งคน​ สองคน​ หรือสามคนหรืออาจมากกว่านั้น​

"แต่ถ้าผม​เป็น​ ตำรวจ ปคบ.แล้วปล่อยให้มีผลิตภัณฑ์อันตราย เช่นอาหารเสริมลดความอ้วนที่ใส่สารต้องห้ามที่มีฤทธิ์รุนแรงสักหนึ่งผลิตภัณฑ์ออกไปสู่ตลาด​ ที่มีผู้บริโภคเป็นล้านๆ คน​ อาจทำให้มีคนตายเป็นร้อ​ย หรือสะสมเพื่อป่วยและตายในวันข้างหน้าอีกเป็นพันก็เป็นได้.... " 

ตำแหน่ง "ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมือง​ จังหวัดชลบุรี" รับผิดชอบดูแลด้านไหนบ้าง 

ต้องเรียนให้ทราบก่อนว่า ตม.จว.ชลบุรี มีพื้นที่รับผิดชอบจังหวัดชลบุรี ๔,๓๖๓ ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยประมาณ ๑๖๐ กิโลเมตร และมีเกาะสำคัญ ๔๖ เกาะ รับผิดชอบ ๑๑ อำเภอ ประชากร ๑.๔๕ ล้านคน และประชากรแฝงประมาณ ๑.๔ ล้านคน และสถิติจากกรมการท่องเที่ยวปี ๒๕๕๘ พบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติมาท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรีประมาณ ๗ ล้านคน ใช้จ่ายรวมกันประมาณ ๓ หมื่นล้านบาทเศษ และเชื่อว่าในปี ๒๕๕๙ และ ปี ๒๕๖๐ มีสถิติที่สูงขึ้นครับ

พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ ให้อำนาจเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองในการควบคุมคนต่างด้าวตั้งแต่การเข้าเมือง, การพำนักอยู่ในราชอาณาจักรตามที่ได้แจ้งไว้ต่อเจ้าพนักงาน, การแจ้งการเข้าพักของคนต่างด้าวโดยเจ้าบ้านที่พักอาศัย, การพิจารณาคำขออนุญาตให้อยู่ต่อในราชอาณาจักร, การรายงานตัวทุก ๙๐ วันต่อเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมือง (หากได้รับอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรระยะยาว) เพื่อยืนยันว่าอยู่ตามวัตถุประสงค์แห่งการได้รับอนุญาต, การผลักดันและส่งกลับคนต่างด้าวที่ถูกเพิกถอนการอนุญาต หรือถูกจับกุมเมื่อการอนุญาตสิ้นสุด ตม.จว.ชลบุรี เราก็มีหน้างานครบทุกกระบวนการตามที่กฎหมายได้ให้อำนาจไว้ครับ

วิธีจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว ในนิคมอุตสาหกรรม จ.ชลบุรี 

ในจังหวัดชลบุรี มีนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมด ๙ แห่ง และที่กำลังพัฒนาอีก ๖ แห่ง (ข้อมูลจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย) มีโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับอนุญาตประมาณ ๕ พันโรง และมีแรงงานต่างด้าว ๓ สัญชาติที่ขึ้นทะเบียนกับจัดหางานจังหวัด จำนวนเกือบ ๗ หมื่นคน เป็นแรงงานสัญชาติกัมพูชามากกว่าครึ่ง ดังนั้นเมื่อเรามีข้อมูลแรงงานต่างด้าวโดยละเอียดแล้ว

การที่เราจะจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวนั้น ก็อย่างที่เรียนไว้นะครับว่ากฎหมายท่านให้อำนาจเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองในการควบคุมกำกับดูแลคนต่างด้าวไว้ครบถ้วน ที่เหลือคงเป็นหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และทั้งนี้คงต้องพูดคุยขอความร่วมมือกับทางผู้ประกอบการนายจ้างให้ช่วยดำเนินการจัดระเบียบที่พักอาศัย และจัดหาสินค้าอุปโภคบริโภคอันเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตให้แก่พวกเค้าอีกส่วนหนึ่งครับ เพื่อที่พวกเค้าจะได้พักอาศัยและดำรงชีวิตในโซนพื้นที่ตามที่นายจ้างจัดไว้ให้และสะดวกต่อการตรวจสอบโดยเจ้าพนักงานครับ

วิธีลดจำนวนแรงงานต่างด้าวเถื่อนในเขตพื้นที่ 

รัฐบาลโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้เสนอออกกฎหมาย พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560โดยกำหนดบทลงโทษสูงขึ้น โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 มิ.ย.2560​ แต่มีคำสั่ง​ คสช.ที่ 33/2560 ลง​ 4​ ก.ค.60​ เลื่อนการบังคับใช้เฉพาะในมาตรา​ 101 102 119 122 ให้มีผลบังคับใช้​ในวันที่ 1​ ม.ค.61 เนื่องจากบทลงโทษในมาตราดังกล่าวมีโทษปรับในอัตราที่สูงมาก จึงต้องมีการให้โอกาสทั้งนายจ้างและแรงงานได้มีเวลาในการเตรียมตัวเสียก่อน​

เมื่อกฎหมายบังคับใช้จริงๆ แล้ว​ น่าจะส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่อยากจะจ้างแรงงานต่างด้าวเถื่อนเพราะเสี่ยงต่อการต้องโทษตามกฎหมาย และอีกประการหนึ่ง ทางกระทรวงแรงงานก็ได้ออกประกาศกระทรวงแรงงาน กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตทำงานและการอนุญาตให้ทำงานฯ เนื้อหาคือการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถนำแรงงานต่างด้าวที่ทำงานกับตนแบบผิดกฎหมาย มายื่นคำขออนุญาตทำงานให้ถูกต้องตามกฎหมายได้จนถึงสิ้นปีนี้ครับ ซึ่งก็น่าเชื่อว่าจะทำให้แรงงานต่างด้าวเถื่อนลดจำนวนลงได้​ แต่จะมีผลต่อด้านเศรษฐกิจ​ สังคมในด้านอื่นๆ หรือไม่ก็ต้องติดตามดูกันต่อไป

มองสังคมตำรวจยุคปัจจุบันแตกต่างจากเมื่อ 20 ปีก่อน 

ในความเห็นผม... ตำรวจในยุคปัจจุบันต่างจากตำรวจเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว ในด้านเทคโนโลยีต่างๆ ที่มีการพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก​ ซึ่ง​ ตร.ก็ต้องเรียนรู้ในการที่จะนำมาปรับใช้ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนในเรื่องที่ไม่ต่างกับ​ 20​ ปีก่อนก็คือตำรวจเรามีทั้งตำรวจที่ดี และตำรวจที่ไม่ดี เพียงแต่ในยุคปัจจุบันมีเทคโนโลยีทันสมัยขึ้น มีช่องทางการสื่อสารของประชาชนมากขึ้น มีอุปกรณ์ในการตรวจสอบมากขึ้น ทำให้ภาพลักษณ์ต่างๆ ของตำรวจทั้งด้านดี (น้อยหน่อยเพราะยังอ่อนการประชาสัมพันธ์) ​และด้านไม่ดี (เยอะหน่อย​ เพราะตำรวจเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย​ที่ใก้ลชิดประชาชน​ จึงถูกจับตาอย่างมาก)​ ปรากฏให้สังคมได้เห็นตามสื่อสังคมออนไลน์ดังที่เห็นครับ


" ดังพระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ .....ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครทำทุกคนให้เป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อยจึงไม่ใช่อยู่ที่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากอยู่ที่การส่งเสริมคนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้ ... ดังนั้นหากเราสามารถปฏิบัติตามได้ โดยให้ตำรวจที่ดีควบคุมตำรวจที่ไม่ดีไม่ให้ก่อความเดือดร้อน หรือกำกับดูแลตำรวจที่ไม่ดีให้กลายเป็นคนดีได้ สังคมก็จะได้รับผลที่ดีตามไปเช่นกันครับ และผมก็เชื่อว่าสังคมในทุกๆ องค์กรก็เป็นเช่นเดียวกันครับ" 

ตำรวจไม่ต้องปฏิรูปอะไรเลย แค่ประชาชนรักษากฎหมาย 

จริงๆ แล้วเราจะไม่ต้องปฏิรูปอะไรเลยนะครับ ถ้าทุกคนเคารพกฎหมาย ประชาชนจะไม่กระทำผิดกฎหมาย ก็จะไม่มีใครต้องกลัวตำรวจ เพราะตำรวจมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ถ้าตำรวจไม่ต้องบังคับใช้กฎหมายกับใคร ไม่ต้องไล่จับใคร ประชาชนก็คงจะรักตำรวจ​ แต่ในความเป็นจริงก็คงเป็นไปไม่ได้

​ถ้าเสนอได้ในส่วนที่อยากจะให้รัฐบาลพิจารณา คือการแทรกแซงตำรวจของฝ่ายการเมืองซึ่งมีมาทุกยุคทุกสมัยถ้ามันหมดไปได้​ก็คงดี แต่ถ้ายังเป็นไปไม่ได้เนื่องจากทุกรัฐบาลก็ต้องใช้ตำรวจเป็นเครื่องมือให้รัฐบาลมีความมั่นคง​ ก็คงขอให้สนับสนุนงบประมาณสำหรับค่าครองชีพและสวัสดิการในการทำงานของข้าราชการตำรวจให้เพียงพอมั้งครับ ซึ่งหากตำรวจได้รับการจัดสรรความเป็นอยู่ที่ดีตามสมควรแล้ว กิเลสในความอยากได้อยากมีก็คงจะน้อยลง ภาพลักษณ์ในสายตาประชาชนก็คงดีขึ้น

ยึดแนวทำงานตามแบบตำรวจ 2 ท่านนี้ 


คนแรก พล.ต.อ.จักรทิพย์​ ชัยจินดา​ ผบ.ตร. เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาท่านตั้งแต่สมัยผมเป็น​ รองสารวัตรกองปราบปราม​ และท่านเป็นรองผู้การ​ เห็นมาตั้งแต่ตอนนั้นว่าท่านมีอะไรพิเศษ​ เป็นคนเก่งในทุกด้าน​ สนองนโยบายผู้คับบัญชาได้อย่างดี​ แต่ที่จำได้ดีที่สุดคือ​ "เอ็งไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุดในทุกเรื่อง​ มันเป็นไปไม่ได้​ แต่ขอให้รู้งานในภาพรวมให้ดี​ บริหารคนให้เป็น​ ลูกน้องเก่งๆ ในด้านไหนมองให้ออกและใช้ให้ถูกกับงาน​ ไม่อิจฉาริษยาลูกน้อง​ คนเก่งคนดีต้องสนับสนุน​ ทำงานด้วยความซื่อสัตย์​ ยุติธรรมและมีคุณธรรม​ ความเจริญก้าวหน้าก็จะมาหาเอง"..... นี่แหละครับที่ท่านสอน​ และผมก็นำมาใช้ในการทำงานทุกวันนี้

ส่วนคนที่ 2 คือ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์​ หักพาล​ ผบก.บก.สปพ. รู้จักท่านมาสมัยเป็นรอง​ สว.ผ.1กก.2​ ป.เช่นกัน​ ตอนนั้นท่านเป็นสารวัตรทางหลวงชลบุรี (ส.ทล.2​ กก.3​ บก.ทล.)​ มีโอกาสทำงานร่วมกัน​และเห็นอะไรที่พิเศษในตัวท่าน​ ต่อมาผมได้มีโอกาสไปเป็นสารวัตรทางหลวงชลบุรี​ อีกสามปีต่อจากท่าน​ได้รับมรดกอันยอดเยี่ยมของหน่วยที่ท่านพัฒนาไว้​ รวมถึงศักยภาพและวินัยของตำรวจที่ท่านฝึกอบรมไว้เป็นอย่างดี​ ลูกน้องมักจะพูดถึงท่านในทำนองว่าท่านดุมาก​ แต่ท่านเก่งงานทุกด้าน​

แนวทางการปกครองลูกน้อง

ผมปกครองลูกน้องด้วยความยุติธรรม และคุณธรรม โดยเราต้องเป็นทั้ง​ boss และ leader คือ สั่งการเมื่อจำเป็น​ ทำให้ลูกน้องเห็นในบางกรณี...

ที่ผ่านมาผมพยายามดูแลสวัสดิการของผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดีที่สุด สิทธิสวัสดิการพึงมีพึง​ได้ของลูกน้อง ต้องได้ไม่มีเบียดบัง​ ถ้าลูกน้องยังลำบากอยู่ คงยากที่เขาจะมีแรงกายแรงใจทำงานช่วยเหลือชาวบ้านได้อย่างเต็มที่ ทำงานดีต้องชมเชย มีรางวัล​ให้เค้า ขวัญและกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ

แต่ถ้าทำผิดก็ต้องลงโทษ​ ผมไม่ชอบดุด่าลูกน้องโดยใช้อารมณ์​ จะพูดคุยกันตั้งแต่ต้นว่าอะไรควรทำ อะไรห้ามทำ... ถ้านอกกรอบที่กำหนดโดยตั้งใจ​ เตือนครั้งสองครั้งไม่เชื่อก็ถือว่าทำงานด้วยกันต่อไปไม่ได้​ ผมไม่ใช่คนโหดร้าย แต่อะไรที่ต้องเด็ดขาดก็ต้องเด็ดขาด

น้องสาวเป็นดาราทั้งคู่ นามสกุลสิริสุขะ ทำให้เราดังตามน้องด้วย 

ก็มีส่วนนะครับ ตอนนั้นน้องก็ค่อนข้างดังแบบแพ็กคู่ นามสกุลเราเลยเป็นที่รู้จักของคนหลายสาขาอาชีพ เพราะเค้าดูละครช่อง 3 กัน ตอนนั้นผมภูมินะครับ สมัยเค้าเด็ก ผมมีเป็นห่วงบ้าง เพราะน้องสาวสวยทั้งคู่ และทำงานในวงการบันเทิงทั้งคู่ แต่พอโตขึ้นก็หายห่วง เพราะน้องๆ เป็นเด็กดี วางตัวดี ไม่เคยทำให้ที่บ้านต้องไม่สบายใจ

สุดท้ายนี้ ผู้กำกับทรงโปรด บอกเราด้วยว่า

"ผมไม่ได้คิดว่าเราเป็นตำรวจไฟแรงที่มีความเจริญก้าวหน้าอะไรมากมาย และไม่ได้วางแผนอนาคตอะไรไกลๆ ว่าจะต้องได้เป็นตำแหน่งนั้นตำแหน่งนี้อะไรแบบนั้น ผมอยู่กับปัจจุบัน​ตั้งใจทำทุกอย่างให้ดีที่สุด แบบที่ท่านพุทธทาสท่านกล่าวไว้ว่า ถ้าวันนี้ถูกต้อง ก็ไม่ต้องกลัวพรุ่งนี้ วันนี้ผมตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดแค่นั้น อนาคตมันจะออกมาเป็นยังไงก็สุดแล้วแต่ครับ" 

"Police community"