บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

7 ทศวรรษ “ห้างเซ็นทรัล” เป็นที่หนึ่งในใจคนไทย เพราะซื่อสัตย์และจริงใจ!!

สิริเกศ - นิตย์สินี - ยุวดี

ภายใต้การกุมบังเหียนของซีอีโอหนุ่มไฟแรง “ทศ จิราธิวัฒน์” กำลังพา “เซ็นทรัล กรุ๊ป” พุ่งทะยานไปสู่เป้าหมายการพลิกโฉมเซ็นทรัลสู่ยุคดิจิทัล 4.0 เต็มตัว เพื่อเสริมใยเหล็กให้ธุรกิจค้าปลีกอันดับหนึ่งแข็งแกร่งยิ่งกว่าใคร โดยมีสามนางสิงห์แห่งกลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล “ยุวดี-นิตย์สินี-สิริเกศ จิราธิวัฒน์” เป็นทัพหลังคอยขับเคลื่อนความฝันให้เป็นจริง!!

ในโอกาสครบรอบ 70 ปี ห้างเซ็นทรัล ซึ่งจะจัดกิจกรรมฉลองยิ่งใหญ่ต่อเนื่องตลอด 7 เดือนเต็มข้างหน้า (กดปุ่มสตาร์ตตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค.2560) สามผู้บริหารหญิงสุดแกร่งตระกูลจิราธิวัฒน์ เปิดใจให้สัมภาษณ์ทีมข่าวหน้าสตรีไทยรัฐ ถึงพันธกิจในการบรรลุเป้าหมาย “ต้องเป็นที่หนึ่งในใจลูกค้า” ท่ามกลางการแข่งขันขับเคี่ยวรุนแรงของธุรกิจค้าปลีก และการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เต็มไปด้วยความปั่นป่วน

ทำธุรกิจค้าปลีกยุคนี้เหนื่อยหนักไหม การแข่งขันสูงขนาดไหน

ยุวดี : เหนื่อยมาก การแข่งขันสูงมาก เรายังต้องเข้าใจลูกค้ารุ่นใหม่ๆด้วยว่าชอบอะไรต้องการอะไร เพราะพวกเขาคือกำลังซื้อหลักตอนนี้ แต่ถึงจะเหนื่อยยังไง ก็มองปัญหาเป็นสิ่งท้าทายนะคะ เพราะทำให้ตื่นตัว ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเองตลอดเวลา

อะไรคือกุญแจสำคัญที่ทำให้ “ห้างเซ็นทรัล” ครองใจคนไทยมายาวนาน 7 ทศวรรษ

นิตย์สินี : พวกเรารักธุรกิจนี้มาก และเชื่อว่ารีเทลเป็นเรื่องของดีเทล ความพิถีพิถันในรายละเอียดคือเคล็ดลับสำคัญของเซ็นทรัล นอกจากนี้ เรายังเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น ตรงนี้สำคัญมาก เพราะทำให้เซ็นทรัลสามารถสร้างความแตกต่างจากคนอื่นได้ ใครมาเดินเซ็นทรัลแล้วต้องเห็นอะไรใหม่ๆ และได้ประสบการณ์ใหม่ๆ อยากให้เซ็นทรัลเป็นบ้านหลังที่สองของลูกค้า บ้านหลังที่สองของพนักงานและบ้านหลังที่สองของคู่ค้า

สิริเกศ : เรามีความจริงใจกับลูกค้ามาก ไม่ว่าทำอะไร ต้องมีความซื่อสัตย์กับลูกค้า ทำยังไงให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงสุด และเกิดความไม่พึงพอใจน้อยสุด สิ่งนี้คือสิ่งที่พวกเรายึดมั่นมาตลอด

ยุวดี : การทำห้างสรรพสินค้าให้ประสบความสำเร็จ ลูกค้าคือหัวใจในการคิดโจทย์ ตลอด 70 ปี “ห้างเซ็นทรัล” ถือเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวคนไทยที่มีความผูกพันกันมายาวนาน ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปเร็วขนาดไหน แต่เป้าหมายของเราคือ ต้องเป็นที่หนึ่งในใจลูกค้า ธุรกิจของเรามีบิสเนสยูนิต 9 ยูนิต เวลาลูกค้านึกถึงอะไรอยากทำอะไรก็ขอให้นึกถึง “เซ็นทรัล กรุ๊ป” เป็นที่แรก ขณะเดียวกัน ธุรกิจเราก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง เรามีส่วนสำคัญมากในการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจไทยมาช้านาน และก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ทศวรรษเซ็นทรัลยังอยากมีส่วนร่วมพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย พัฒนาสังคมและพัฒนาเมือง ควบคู่ไปกับการทำธุรกิจของเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณพ่อวางรากฐานไว้ และทำให้เซ็นทรัลเป็นเซ็นทรัลได้อย่างทุกวันนี้

ได้เคล็ดวิชาบริหารธุรกิจค้าปลีกจากคุณพ่อเยอะไหมคะ

ยุวดี : คุณพ่อให้ความสำคัญกับการรักษาสายสัมพันธ์กับคู่ค้ามาก คุณพ่อเรียนไม่สูงจบแค่พาณิชย์ แต่ชอบอ่านแมกกาซีนต่างประเทศ เพื่อนำมาปรับปรุงธุรกิจ ท่านไม่ได้จบสถาปัตย์ แต่รู้เรื่องการออกแบบอาคารดี และสามารถเจรจาธุรกิจการค้ากับฝรั่งสบายๆ พวกเราซึมซับสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่เด็ก รู้ว่าทุกคนมีหน้าที่ต้องช่วยงานที่บ้านให้ดีที่สุด

แล้วอะไรทำให้ “เซ็นทรัล กรุ๊ป” เหนือกว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรม

ยุวดี : การเป็นที่หนึ่งไม่ใช่เรื่องยาก แต่การรักษาความเป็นที่หนึ่งเป็นเรื่องยากยิ่งกว่า ความสำเร็จของเราต้องยกให้ทีมแมนเนจเมนต์และพนักงานทุกคน ซึ่งตั้งใจทำทุกอย่างเต็มที่จริงๆ คนที่ทำงานด้วยใจยังไงผลลัพธ์ต้องออกมาดี ถึงจะมีล้มลุกคลุกคลานบ้างตามเหตุการณ์บ้านเมือง แต่เราก็สามารถกลับมาได้เสมอ

นิตย์สินี : ในอินดัสทรีนี้เราไม่แพ้ใครในโลก จุดแข็งของเราอยู่ที่การวางแปลน ความต่อเนื่องของการเดินซื้อสินค้า เรามีสินค้าให้เลือกครบ และยังมีสินค้าหลากหลายไม่เหมือนใคร เราทำทุกอย่างโดยคิดแทนลูกค้าว่าเวลาเดินซื้อของ ลูกค้าอยากได้อะไร จะเดินซื้อของยังไง เราริเริ่มอะไรใหม่ๆเยอะ ตั้งแต่ยุคคุณพ่อก็เป็นคนแรกที่นำสินค้าต่างประเทศเข้ามาวางขายในไทย งานรีเทลไม่มีอะไรที่หยุดนิ่ง ต้องคิดสิ่งใหม่ตลอดเวลา

สิริเกศ : จุดแข็งของเราคือเรื่องบริการลูกค้า ถึงเซ็นทรัลจะเปิดมา 70 ปี แต่เราก็ยังพัฒนาบริการเพื่อรักษาความโดดเด่นมาตลอด โดยมุ่งเน้นการให้บริการที่เป็นเลิศเกินความคาดหมายของลูกค้าเสมอ

เท่าที่สัมผัสมานาน ลูกค้ายุคนี้เปลี่ยนไปจากยุคก่อนอย่างไร

ยุวดี : ยุคนี้ลูกค้าวัยรุ่นเยอะ ชอบพวกดิจิทัล และซื้อของทางออนไลน์ ก็ต้องเร่งพัฒนาเรื่องออนไลน์ให้ดีที่สุด แต่สุดท้ายเราเชื่อว่าการทำธุรกิจค้าปลีก จะทำออฟไลน์หรือออนไลน์อย่างเดียวไม่เวิร์กต้องทำแบบผสมผสานควบคู่กัน จากผลวิจัยของอเมริกาชี้ว่า คนที่ซื้อสินค้าผ่านหลายๆช่องทาง เป็นลูกค้าที่ดีที่สุด และเป็นลูกค้าที่ซื้อเยอะที่สุด โจทย์สมัยก่อนกับสมัยนี้ก็เหมือนเดิมคือ เราจะให้ลูกค้าเป็นหัวใจในการคิดโจทย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเลือกซื้อสินค้า การออกแบบร้าน การวางโฟลว์ร้าน จะเดินช็อปปิ้งอย่างไร เราจะคิดถึงลูกค้าเราก่อนอื่นใดเลย

นิตย์สินี : สมัยนี้ลูกค้าชอบดูนิทรรศการศิลปะ ชอบดูอีเวนต์ใหม่ๆสนุกๆ เราก็ต้องพยายามหาสิ่งนั้นมาให้ลูกค้า อะไรคือเทรนด์ใหม่ อะไรคือความต้องการใหม่ เราต้องพยายามเซิร์ฟให้ได้

สิริเกศ : ลูกค้าเซ็นทรัลเป็นกลุ่มคนที่มีความชัดเจน และพิถีพิถัน มองหาเฉพาะสินค้าและบริการที่เป็นเลิศจริงๆ

ปีนี้ฉลอง 70 ปีแล้ว ในฐานะห้างเก่าแก่อันดับหนึ่งของไทย “เซ็นทรัล” จะสร้างปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่อะไรบ้าง

นิตย์สินี : ห้างเซ็นทรัลจะมีการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ใหม่ในหลายมิติ เพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของโลกยุคปัจจุบัน ตั้งแต่ฟอนต์ตัวอักษรของโลโก้ และภาพดอกกุหลาบ เพื่อสื่อให้เห็นถึงความหนักแน่น ตั้งใจและมุ่งมั่น ในการบริการลูกค้า เราให้สัญญากับลูกค้าว่าจะให้แต่สิ่งดีๆเท่านั้น ห้างเซ็นทรัลยังเปิดตัวแอพพลิเคชั่น Central โฉมใหม่ ที่จะทำให้การช็อปปิ้งทั้งออนไลน์และออฟไลน์เป็นเรื่องง่ายขึ้นอย่างไร้รอยต่อ ทั้งการให้ข้อมูลแบบอินเตอร์แอ็กทีฟ โปรโมชั่น ที่สามารถเลือกได้ตามความต้องการเฉพาะบุคคล พร้อมคอนเทนต์อัพเดตเทรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์

ได้ยินมาว่ายังมีอะไรจะเซอร์ไพรส์เยอะเลย

นิตย์สินี : อยากให้ลูกค้าทุกคนร้อง “ว้าว!” ตลอด 7 เดือนเต็มนับจากนี้ จึงคิดปรากฏการณ์ว้าวๆขึ้นมาหลายอย่าง มีทั้งว้าว โปรโมชั่น, ว้าว คอลเลกชั่น และว้าว แอ็กทีวิตี้ นอกจากนี้ ยังมีความว้าวแบบซึ้งๆในคอนเซปต์ “ความสุขของทุกหัวใจ ไม่มีวันสิ้นสุดที่ห้างเซ็นทรัล” ผ่านหนังสั้นฝีมือกำกับ “โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล” ผู้กำกับชื่อดังจาก “แฟนเดย์...แฟนกันแค่วันเดียว” สำหรับบรรยากาศภายในห้างก็จะปรับปรุงใหม่ อย่างน้อยพื้นที่ขาย 20% ต้องเป็นพื้นที่กิจกรรม เพื่อให้ลูกค้าเข้ามาแล้วได้ไลฟ์สไตล์และประสบการณ์ใหม่กลับไป ไม่รู้สึกเหมือนแค่มาเดินห้าง เราจะมีร้านอาหารมากขึ้น และมีป็อปอัพแอเรียมากขึ้น

ไม่ว่าโลกจะหมุนเหวี่ยงแรงเร็วขนาดไหน แต่ “ความซื่อสัตย์และจริงใจ” ยังคงเป็นอาวุธลับตลอดกาล ที่ทำให้ “ห้างเซ็นทรัล” ครองใจคนไทยมายาวนานกว่า 7 ทศวรรษ.

ทีมข่าวหน้าสตรี