วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"จักรทิพย์" นำชุดคลี่คลายคดีแก๊งลายพรางฆ่ายกครัว

คดีสะเทือนขวัญแก๊งคนร้ายชุดลายพรางคล้าย “คนมีสี” ฆ่ายกครอบครัว นายวรยุทธ สังหลัง อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เหตุเกิดวันที่ 11 ก.ค. คนร้ายลงมือจ่อยิงเหยื่อที่เป็นลูก เมีย ญาติของนายวรยุทธ เสียชีวิตในบ้านที่เกิดเหตุ 5 ศพ มี นางดวงพร สังหลัง อายุ 30 ปี ภรรยานายวรยุทธ ด.ญ.เพชรดาว สังหลัง อายุ 11 ขวบ ลูกสาว น.ส.แอนนา บุตรเติบ อายุ 26 ปี น้องสาวนางดวงพร นายสุริยา พัฒนาแก้ว อายุ 38 ปี สามีของ น.ส.แอนนา และ นายสุทธิพงศ์ พริกดำ อายุ 28 ปี

มีคนเจ็บอีก 6 คน นำส่ง รพ.อ่าวลึก ต่อมาเสียชีวิต 3 ศพ คือ นายวรยุทธ ด.ญ.กิ่งเทียน สังหลัง อายุ 8 ขวบ และ ด.ญ.แพรไหมทอง อายุ 13 ปี ลูกสาวนายวรยุทธ ส่วน ผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน มี ด.ญ.รัญชิดา พริก-ดำ อายุ 13 ปี ด.ญ.รยิดาน์ พริกดำ อายุ 5 ขวบ ลูกสาวของนายสุทธิพงศ์ ทั้งคู่อาการสาหัส นางอัญชลี บุตรเติบ อายุ 30 ปี น้องสาวนางดวงพร ภรรยานายสุทธิพงศ์ กระสุนถากขมับขวาแกล้งทำเป็นเสียชีวิต จึงรอดมาได้

แต่เหยื่อที่รอดมายังมีอาการผวาคนแปลกหน้า โดยเฉพาะเด็กหญิง 2 คน มีเพียงนางอัญชลีพยานปากสำคัญคนเดียวที่อยู่ในเหตุการณ์ เป็นช่องทางเดียวที่ตำรวจพอใช้แกะรอยคนร้ายที่ก่อเหตุฆ่ายกครัว

แก๊งคนร้ายเลือกลงมือบุกมาฆ่าครอบครัวเหยื่อที่มีเด็กและผู้หญิงอย่างโหดเหี้ยม แทนที่จะดักยิงผู้ตายที่มีเหตุขัดแย้งกัน เป็นคดีใหญ่ที่ตำรวจต้องเร่งคลี่คลาย ลากตัวผู้ก่อเหตุ หรือ “ผู้อยู่เบื้องหลัง” มาดำเนินคดี

ทันทีที่เกิดเหตุ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมชุดสืบสวน ตร. ร่วม “ลงแขก” ที่มี พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ส. พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ศชต. พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์-ปิ่น ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม รรท.ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์-ม่วง ผกก.5 บก.ป. เข้าร่วม พล.ต.ต.วรวิทย์ ปานบำรุง ผบก.ภ.จ.กระบี่ พ.ต.อ.วิษณุ พ่วงพร้อม ผกก.สส.ภ.จ.กระบี่ และ พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐ ผบก.ศพฐ.ตร.

พล.ต.อ.จักรทิพย์สั่งให้ชุดกองพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บรายละเอียดในที่เกิดเหตุ และเร่งผลการตรวจชันสูตรศพผู้เสียชีวิต เนื่องจากผู้ตายเป็นอิสลาม ต้องทำพิธีฝังตามศาสนา เป็นเรื่องที่ยุ่งยากในการคลี่ปมศพผู้ที่เสียชีวิต เร่งสอบสวนปากคำเหยื่อที่รอดชีวิต นำมาประมวลหาความเชื่อมโยงประเด็นฆ่าและกลุ่มผู้ที่อยู่ในทีมสังหาร

เป็นการ “ลงแขก” ชุดสืบสวนแบ่งหน้าที่กันทำให้ชัดเจน กองปราบปราม ตำรวจพื้นที่ เค้นหาพยานแวดล้อม หาปมเหตุขัดแย้ง เร่งหาความเชื่อมโยงปมขัดแย้งที่ทำให้แก๊งคนร้ายเข้ามาฆ่าครอบครัวผู้ใหญ่บ้านคนดัง

วันเกิดเหตุกลุ่มคนร้าย 6-7 คน ใช้รถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์สีดำ เข้ามาในหมู่บ้าน หนึ่งในคนร้ายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ โชว์หมายศาล คนร้ายสวมกางเกงลายพราง รองเท้าคอมแบต รัดท็อป คล้ายคนมีสี ถือหมายค้นอ้างคดียาเสพติด มารอเหยื่อที่บ้านตั้งแต่ช่วงบ่ายยันค่ำ ไม่มีเกรงกลัวกฎหมาย มีคน “สวมโม่งคลุมหน้า” เป็นผู้ชี้เป้าหมาย คุมตัวคนในบ้านไม่ให้ออกไปไหน รอจนผู้ใหญ่กลับมาตอนหัวค่ำ จับล็อกกุญแจมือ

กลุ่มคนร้ายที่เป็นหัวหน้าทีมพยายาม เค้นถามหาสิ่งของหรือมาทวงเงินคนอื่นที่ผู้ตายรับมาก่อนตาย มีการรื้อค้นสิ่งของ ก่อนหัวหน้าแก๊งไล่ยิงเหยื่อเรียงคนอย่างเลือดเย็น ไม่เว้นแม้แต่เด็กและผู้หญิงที่ไม่ได้รู้เรื่องราวอะไร โดยก่อนหลบหนีคนร้ายได้ตัดกล้องวงจรปิด และดึงเซิร์ฟเวอร์ของกล้องวงจรปิด และนำรถผู้ตายไปด้วย

ประเด็นเสียชีวิตเป็นได้ทุกเรื่อง ซึ่งผู้ตายรู้ตัวดีจนต้องพกปืนติดตัวเป็นประจำ ทั้งเรื่องโรงโม่หินพื้นที่หมู่ 2 ต.บ้าน-กลาง ที่ผู้ตายรับเงินกลุ่มนายทุนต่างพื้นที่ขอสัมปทานโรงโม่หินกว่า 50 ล้านบาท แต่ถูกชาวบ้านคัดค้านโรงโม่เปิดไม่ได้ และผู้ตายชักชวนคนมาซื้อที่ดินโดยรอบพื้นที่โรงโม่หินหลายสิบล้าน มีทั้งนักการเมือง ผู้มีอิทธิพล คนมีสี สูญเสียผลประโยชน์ กันหมด ยกเว้นผู้ตายที่ได้รับเงินวิ่งโรงโม่หิน และซื้อขายที่ดิน เป็นโจทก์ฟ้องขับไล่ชาวบ้านบุกรุกที่ดิน แกนนำร้องเรียนเรื่องปลอมแปลงเอกสาร และธุรกิจสีเทาที่ช่วงหลังผู้ตายร่ำรวยผิดปกติ

เป็นงานหนักของชุดสืบสวนที่ยังไม่ได้ให้น้ำหนักประเด็นใด คดีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งให้นำตัวคนร้ายมาติดคุกให้ได้

พล.ต.อ.จักรทิพย์ นำชุดสืบสวนมือดีที่สุดของ ตร.เข้ามา “ลงแขก” ร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจพื้นที่และกองปราบปราม ลงพื้นที่คุมคดีด้วยตัวเอง เนื่องจากแผนประทุษกรรมกลุ่มคนร้ายที่ลงมือฆ่ายกครอบครัวโหดเหี้ยมที่ต่างจากคดีอื่น กลุ่มคนร้ายสวมชุดลายพราง ไม่ปิดบังใบหน้า แถมยังถือหมายค้นยาเสพติดเดินตามหาบ้านเหยื่อ ทำลายหลักฐานกล้องวงจรปิด สวมถุงมือ คนร้ายมีความชำนาญ และไม่เกรงกลัวกฎหมาย

มีพยานสำคัญผู้รอดชีวิตจดจำใบหน้าคนร้ายได้ ได้ยินเสียงคนร้ายพูดถึงเงินที่เคยมอบให้ผู้ใหญ่บ้าน สำเนียงไม่ใช่คนใต้ มีคนร้ายหนึ่งคนสวมไอ้โม่งปิดใบหน้า คาดว่าจะเป็นคนที่ผู้ใหญ่หรือคนในบ้านคุ้นเคยมาก่อน ชุดสืบสวนยังเชื่อว่าเป็นเรื่องหักผลประโยชน์ คนร้ายมาทวงเงินหรือสิ่งของจากผู้ตาย ไม่คิดที่จะฆ่ายกครัว

คนร้ายอยู่ในที่เกิดเหตุนานกว่า 8 ชม. น่าจะมีการเจรจากับผู้ใหญ่ หรือหากจะคิดฆ่าผู้ใหญ่คงดักรอฆ่าช่วงใดช่วงหนึ่งแล้วหลบหนีไปแต่สถานการณ์ช่วงเกิดเหตุที่มีน้องเขยของผู้ตายเข้ามาช่วงห้าทุ่มเกิดการต่อสู้ คนร้ายยิงเสียชีวิต ทำให้เหยื่อเด็กผู้หญิงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ ทำให้คนร้ายต้องตัดสินใจฆ่ายกครอบครัว ตัดตอนผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งจำหน้าตาคนร้ายได้ชัดเจน

คนร้ายทำงานเป็นระบบ มืออาชีพ เก็บทำลายพยานหลักฐานไป ตำรวจเชื่อว่าทุกที่เกิดเหตุต้องเหลือร่องรอยของคนร้ายเป็นงานถนัดของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ที่เติบโตมา
กับงานสืบสวน ใช้ความรอบคอบในการเก็บพยานหลักฐานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด คราบเลือด ปลอกกระสุน ร่องรอยของคนร้ายบางส่วนที่ ทิ้งไว้นำไปเก็บหาดีเอ็นเอที่ตกค้าง

ชุดสืบสวนแกะรอยภาพวงจรปิดรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ไล่กล้องหาเส้นทาง เชื่อมโยงโทรศัพท์ เส้นทางการเงิน เชื่อมโยงผู้ตายกับกลุ่มผู้เสียประโยชน์ เริ่มเห็นตัวละครในคดี

ล่าสุด พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้ลงพื้นที่อยู่ทำงานร่วมกับชุดสืบสวนพบปม “มีเจ้าภาพ” ที่อยู่เบื้องหลัง น่าจะมีเหตุขัดแย้งกับตัวผู้ตาย จ้างวานแก๊งคนมีสีมาทวงหนี้ หรือฆ่าสวมรอยซ้อนแผน “จัดฉาก” ให้คนมุ่งไปในเรื่องขัดแย้งโรงโม่หินที่ผู้ตายมีปัญหาชัดเจน

“ทีมข่าวอาชญากรรม” เชื่อว่า ยุค พล.ต.อ.จักรทิพย์ มีมือสืบสวนข้างกายจำนวนมาก ที่ผ่านมาปิดคดีดังมานับไม่ถ้วน งานนี้จึงถือเป็นงานวัดฝีมือ ผบ.ตร.นักสืบมือปราบอีกครั้ง ในการไล่ล่าทีม สังหารโหดยกครัว

ไม่ค่อยจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในประ-เทศไทย ปล่อยไว้ไม่ได้.

ทีมข่าวอาชญากรรม