วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วัดหายโศก หนองคาย ทิ้งทุกข์ลงแม่น้ำโขง

โดย รัก-ยม

"วัดหายโศก”...จังหวัดหนองคาย ติดชิดกับแม่น้ำโขงดูเข้มขลัง ราวกับว่าใครที่มามีเรื่องทุกข์ร้อนใจ เมื่อได้มาเยือนสักการะกราบไหว้ขอพร ก็จักหายโศก

เรื่องร้ายๆผ่านพ้น ให้คลาดแคล้ว...ไหลไปตามแรงกระแสของแม่น้ำโขง

วัดหายโศก...ชื่อนี้ ชาวบ้านเรียกขานกันมาเป็นเวลาเนิ่นนานนับร้อยปีแล้ว ตามประวัติเล่าสืบต่อๆกันมานั้น วัดนี้ตั้งอยู่ตรงข้ามประเทศลาว

จึงมีชาวไทยและชาวลาวเดินทางไปมาหาสู่กันอยู่เสมอมา ความสัมพันธ์สนิทใกล้ชิดเสมอเหมือนเป็นทองแผ่นเดียวกัน

เมื่อครั้งสงครามคอมมิวนิสต์ จีนแดงรบกับฝ่ายพันธมิตร ไทยเราเป็นกลาง ผลแห่งสงครามทำให้เกิดการอพยพหลบข้ามมาฝั่งไทย ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก ผู้ชายต้องเป็นทหารยามศึกสงคราม น้อยคนนักที่จะมีโอกาสกลับมาหาลูกเมีย ไม่น้อยก็ตายในสนามรบ ลูกเมียที่อยู่ฝั่งไทยก็มีแต่ความเศร้าโศกพอได้มาพบกันก็ร้องไห้...สุดอาลัยยากจะพรรณนา จนกระทั่งเป็นความทุกข์ กัดกินอยู่ในหัวใจ

ชาวลาวที่อพยพมาจึงร่วมกับพระภิกษุที่อยู่ในพื้นที่หาทางคลายทุกข์สาหัสในหัวใจ ดับทุกข์ให้ผู้คนที่สูญเสียทั้งจากภัยสงคราม ภัยจากโรคเจ็บไข้ได้ป่วย

พระท่านเทศน์โปรดด้วยหลักโลกธรรม ...“ความตาย” เป็นสิ่งธรรมดา ทุกชีวิตในโลกนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดหนีความตายได้พ้นเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา

ความตายเป็นเรื่องธรรมดา...เกิดแก่เจ็บตายไม่ว่าใครก็หนีไม่พ้น ฟังทุกวัน...รับรู้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันก็ทำให้ความทุกข์จางลงๆ...แผลในใจทุเลาเบาบางลงไป เมื่อผู้คนเริ่มเห็นแสงสว่างของชีวิตใหม่อีกครั้ง พระท่านจึงให้ชื่อสำนักสงฆ์แห่งนี้ว่า “วัดหายโศก”

และชื่อนี้ก็เรียกกันมาจนถึงวันนี้ ก็อาจเป็นประเด็นหนึ่ง ส่วนอีกเรื่องที่เล่าสืบต่อๆ กันมามีว่า เมื่อมีการตายเกิดขึ้นก็มีการทำพิธีเผาศพในเชิงตะกอนกลางแจ้ง ชาวบ้านเรียกว่าป่าช้า...ประกอบพิธีเสร็จเรียบร้อยก็เก็บกระดูกไปลอยอังคาร เหลือเก็บไว้บังสุกุลบ้างตาม สมควร

เมื่อครบ 1 ปี ก็นิมนต์ พระมาทำบุญบังสุกุล อุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับ

การลอยอังคาร ก็จะนำกระดูกห่อใส่ผ้าขาว ผูกเชือกด้วยด้ายสายสิญจน์แล้วเอาไปลอยลงแม่น้ำโขง บางห่อก็ลอยออกไปไกลถึงปลายปากแม่น้ำ...บางห่อก็อาจจะจมลึกอยู่ใต้น้ำ แน่นอนว่าจะลอยไปใกล้ไกลถึงที่แห่งหนตำบลใดก็เป็นได้ ไม่มีใครรู้แน่ชัด เป็นสัจธรรมสะท้อนความจริงให้คลายโศก

การตาย...การพลัดพรากจากของรักย่อมทำให้เศร้าโศกเป็นเรื่องธรรมดา ความเศร้าโศกเป็นเรื่องอันตรายสำหรับบางคนที่ผูกติดกับความเศร้าความอาลัยจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ไม่ว่าในอดีต...ปัจจุบันผู้คนบางคนก็มีความเศร้าถึงขั้นอยากจะลาโลกตัดความเศร้าทิ้งไปเสียให้เด็ดขาด

เทศนาคำสอนคลายความโศก...โปรดญาติโยม “การเกิด...แก่...เจ็บ...ตาย คลายความโศกให้คิดใหม่ ทำให้ตั้งต้นชีวิตใหม่ อย่าไปยึดติดอาลัยกับสิ่งที่ล่วงลับไปแล้ว อย่างไรก็คงไม่กลับคืนมาได้อย่างแน่นอน เมื่อคลายทุกข์ปลดความเศร้าโศกกันได้ จึงกลายเป็นว่าวัดนี้ทำให้ผู้คนหายโศก”

หนทางดับทุกข์ “วัดหายโศก” ฟังเทศนาธรรมกับพระในวัด นั่งถือศีล ภาวนาใต้ต้นไม้ ปฏิบัติธรรม นุ่มขาวห่มขาว ถือศีลกินเจ ก็ทำให้มีแรงใจให้หายโศก

เรื่องอย่างนี้มองเป็นวิทยาศาสตร์ก็ได้ แต่ใครที่จะมองให้เป็นเรื่องอภินิหารก็ได้เช่นกัน ท้ายที่สุด...ญาติโยมสบายใจ ปลดทุกข์ร้อนใจได้เป็นพอ

“ทุกข์”...ที่ไหม้อยู่ในใจต้องใช้ “ธรรมะ” ดับ...หรือนำธรรมมาชำระจิตใจ ความร้อนในใจหรือทุกข์จะค่อยๆมอดไหม้สลายดับไปเอง

วัดหายโศก...หายโศกด้วยโลกธรรม วัดแห่งนี้ยังมีความน่าสนใจด้วยมีพระอุโบสถอายุน่าจะราวๆ 300 ปีเห็นจะได้ เป็นโบสถ์มหาอุดมีประตูเข้าออกประตูเดียว คนโบราณจะใช้ในพิธีปลุกเสกเครื่องรางของขลังให้กับนักรบก่อนออกศึกสงคราม มีความเชื่อกันว่าสามารถป้องกันภัยอันตรายต่างๆได้

“ศรัทธา” นำมาซึ่ง “ปาฏิหาริย์” เชื่อไม่เชื่ออย่างไร ทั้งผู้มีทุกข์มาก ทุกข์น้อยหรือไม่มีทุกข์เลย...ถ้ามีโอกาสเชิญแวะไปพิสูจน์ศรัทธากันด้วยตัวเอง.

รัก–ยม