วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ก่อนจะเป็น KAAN พันล้าน โชว์ยิ่งใหญ่ที่ “พัทยา”

โดย ซูม

ทีมงานซอกแซก กับ ยงยุทธ ทองกองทุน และ ปวีณ ภูริจิตปัญญา 2 ผู้กำกับโชว์ยิ่งใหญ่ KAAN ที่พัทยา.

ซอกแซกสัปดาห์นี้ยังคงอยู่ที่โชว์ระดับโลก “KAAN” ฝีมือคนไทยที่ยังเปิดแสดง อยู่ที่โรงละครสิงห์ ดีลักษณ์ ซีเนมาติก เธียเตอร์ ถนนเทพประสิทธิ์ พัทยา ที่ทีมงานเขียนถึงด้วยความชื่นชมไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

เพราะทีมงานซอกแซกได้มีโอกาสสัมภาษณ์พูดคุยกับคนสำคัญ (น่าจะที่สุด) ของการแสดงชุดนี้มาด้วยหลายสิบนาที ได้ข้อมูล ได้ความรู้สึกตลอดจนเบื้องหลังและเบื้องลึกติดสมุดบันทึก และเทปกลับมาเยอะพอสมควร...เยอะเสียจนรู้สึกเสียดาย หากจะเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้อ่านเพียงคนเดียว

ในเอกสารแจกสำหรับสื่อมวลชนเมื่อวันเปิดแสดงรอบปฐมทัศน์ ใช้คำว่า การแสดงชุดนี้ถือเป็นการรวมตัวของ “ทีมชาติ” ฝ่ายบันเทิง หรือ Dream Team of entertainment ถึงกว่า 600 ชีวิต ภายใต้การนำของกัปตันทีมชาติบันเทิง ที่ชื่อ “สิน” หรือ ยงยุทธ ทองกองทุน หนึ่งในผู้กำกับชื่อดังของ GTH ยุคก่อน ที่แปลงร่างมาเป็น GDH 559 ในปัจจุบันนั่นเอง

ยงยุทธ ทองกองทุน บอกกับทีมงานซอกแซกว่า โปรเจกต์นี้เริ่มจากเป็นวุ้น และค่อยๆเป็นตัวอ่อนครั้งแรกเมื่อ 3 ปีก่อนโน้น เมื่อเขาได้รับการทาบทามให้ไปรับหน้าที่ ผู้อำนวยการผลิต ซึ่งเปรียบเสมือนผู้ควบคุมโครงการทั้งหมด ก็รู้สึกตื่นเต้นจนนอนไม่หลับทั้งคืน

“ผมเป็นคนทำหนังมาก่อน พี่ก็ทราบ...แล้วจู่ๆวันหนึ่งก็มีโอกาสจะได้ทำอะไรบางอย่างที่เป็นสิ่งใหม่ของเมืองไทย ผมก็ต้องตื่นเต้นเป็นของธรรมดา”

“แต่ประสาคนที่ชอบการท้าทาย ผมก็เอาเลย ระดมพรรคพวกมาช่วยกันคิด รวมทั้งตัวเองก็คิดด้วย ทำการบ้านอย่างหนักมาก เพราะโจทย์ข้อแรกเลย เราจะทำอะไรให้มันแตกต่างจากโชว์ดังๆที่มีอยู่แล้วได้ยังไงบ้าง ส่วนโจทย์ข้อสอง ซึ่งก็ยากอีก เราจะหาวัตถุดิบอะไรที่เป็นของไทยๆมานำเสนอในระดับสากล ที่ไม่ว่าคนเชื้อชาติไหนมาดูก็สามารถเข้าใจได้”

“ยังมีอีกหลายโจทย์ครับ เช่น ทำอย่างไรให้คนดูดูแล้วอยากไปเรียนรู้ต่อเพิ่มเติม...รวมไปถึงทำอย่างไรถึงจะให้คนที่มาเที่ยวเมืองไทยคิดถึงโชว์ของเราเป็นอันดับแรก...ก็เลยเป็นการบ้านทั้งยาก ทั้งยิ่งใหญ่ แต่ก็สนุกและมีความท้าทายอยู่ในตัว”

โชคดีเป็นของยงยุทธที่ได้ ปวีณ ภูริจิตปัญญา หรือ “กอล์ฟ” ผู้กำกับหนัง โด่งดังอีกคนของ GTH เช่นกัน มาเป็นมือขวา และรับหน้าที่เป็นผู้กำกับการแสดง หรือ Show Director สำหรับการแสดงชุดนี้

จากนั้นมา ทั้ง 2 ก็ผลัดกันเดินทางไปดูโชว์แทบจะทั่วโลก เพื่อเป็นการหาความรู้และทิศทางการแสดงโชว์ยุคใหม่ ว่าเป็นอย่างไร และจะนำอะไรมาประยุกต์ใช้กับของเราได้บ้าง

ดูแล้วก็กลับมาระดมสมอง พร้อมกับขยายวงออกไปกว้างขวางขึ้นเรื่อยๆ

ในที่สุดก็ออกมาเป็น KAAN เรื่องราวของเด็กหนุ่มที่ไม่ขยันเรียนหนังสือ แต่วันหนึ่งไปนอนหลับในห้องสมุด แล้วก็เดินเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการ และมีโอกาสได้พบเหตุการณ์และเรื่องราวในวรรณคดีไทยถึง 5 เรื่อง ได้แก่ รามเกียรติ์, พระอภัยมณี, สังข์ทอง,พระสุธน มโนราห์ และ ไกรทอง ดังที่เล่าไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

“มีคนบอกว่าเราก๊อปการแสดงของ เซิร์ค ดู โซเลย์ (Cirque du Soleil) โชว์ดังระดับโลกของแคนาดามาหรือเปล่า? ผมคงต้องบอกว่าไม่ก๊อปเลย แต่ก็ยอมรับว่าได้ความคิดมาจากของเขาอยู่บ้างบางส่วน...อย่าลืมนะว่า เซิร์คน่ะ

ใช้พื้นฐานกายกรรมเป็นหลัก แล้วเติมศิลปะการแสดงเข้าไป แต่ของเราใช้ศิลปะการแสดงเป็นหลัก แล้วมีกายกรรมห้อยโหนโยนตัวประเภทเหาะเหินเดินอากาศเข้ามาแซมบ้าง” ยงยุทธกล่าวถึงคำวิพากษ์วิจารณ์จากคนดูบางส่วน

“พี่ดูแล้วก็คงเห็นด้วยกับผม มันไม่ใช่กายกรรมกับศิลปะการแสดงเท่านั้น ของเรารวมไว้ทั้งหมดเลย ทั้งกายกรรม นาฏยศิลป์ ยิมนาสติก การเต้นรำร่วมสมัย การเต้นแบบสตรีทแดนซ์ ศิลปะการต่อสู้ (มวยไทย ระหว่างชาละวัน กับไกรทอง) แล้วยังใช้เทคนิคทันสมัยแบบเต็มพิกัด, มีทั้งภาพยนตร์ การฉายภาพเชิงสร้างสรรค์แบบ HD, แอนิเมชั่น, หุ่นยักษ์, แสง สี เสียง”

“ผมถึงใช้คำว่าทีมชาติด้านความบันเทิงไง เราได้ผู้กำกับละครมือ 1 ของประเทศอย่างคุณ บอย ถกลเกียรติ จากซีนาริโอ มาร่วมในการกำกับตั้งแต่ต้น เราได้ Baan Rig ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสลิง และสเปเชียลเอฟเฟกต์ต่างๆ มาเป็นพาร์ตเนอร์ รวมทั้งได้ Xtreme Plus บริษัทชั้นนำด้านอินเตอร์แอคทีฟ มัลติมีเดีย เทคโนโลยี”

“เพลงประกอบทั้งชุดการแสดง รวมทั้งเพลงไตเติ้ล ก็เป็นฝีมือของคุณ ชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์ นักประพันธ์เพลงภาพยนตร์มือระดับรางวัลนับไม่ถ้วน (นางนาก, พี่มาก, ก้านกล้วย, จันดารา, กวน มึน โฮ ฯลฯ) มาดูแลดนตรีประกอบให้กับโชว์ทั้งหมด”

“ถ้ารวมโรงละครด้วย พี่คงทราบแล้วว่าโรงละครของเราได้ชื่อว่าเป็นโรงละครลอยได้ และรอบๆโรงละครก็ออกแบบไว้อย่างโมเดิร์นมาก นี่ก็ออกแบบโดย A49 บริษัทสถาปนิกผู้นำความคิดทางด้านสถาปัตยกรรมของประเทศไทย...”

ฟังดูแล้วก็คงจะเป็นทีมชาติในทุกๆด้าน อย่างที่ว่า จึงไม่แปลกอะไรที่คนดูจะเริ่มมีความสุขตั้งแต่เข้าสู่บริเวณโรงละครกับการถ่ายรูป โดยมีโรงละครอยู่ด้านหลัง และเลิกแล้วก็ยังขลุกอยู่กับห้องขายของที่ระลึก รวมทั้งขอถ่ายรูปกับดารานักแสดงต่างๆอยู่เป็นนานแสนนาน

ก็มาถึงคำถามสุดท้ายที่ทีมงานซอกแซกไม่ได้ถาม แต่มีผู้สื่อข่าวอื่นๆเคยถามไว้ว่า ลงทุนไปตั้ง 1,000 ล้านบาท เมื่อไรจะได้คืน?

ยงยุทธ ทองกองทุน ตอบว่า “ตอนเริ่มต้นเรากะไว้ว่า 600 ล้านบาทก็พอแล้ว เอาเข้าจริงๆกลายเป็น 1,000 ล้านบาท...จะคืนเมื่อไรยังไม่รู้เลย แต่โชว์นี้ตั้งใจทำให้ทั้งคนไทยและคนต่างชาติ นักท่องเที่ยวดู...ถ้าคนไทยมาดูคนละครั้ง ในเวลา 10 ปี ผมก็ว่าคืนทุนแล้วนะ”

ทีมงานซอกแซกขอเอาใจช่วยเต็มที่...คนไทยจะมาดูบ้างก็ได้ไม่มาก็ได้ แต่นักท่องเที่ยว ต้องมาดูมากๆ และถ้ามากเต็มทุกที่นั่งไปเรื่อยๆ น่าจะได้ทุนคืนก่อน 10 ปีแน่นอน

แต่ถ้าไม่เต็ม และที่นั่งว่างเป็นส่วนใหญ่ไปเรื่อยๆ และไปนานๆ ก็ตัวใครตัวมันละน้องเอ๊ย!

“ซูม”