วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนามพระ 16/07/60

โดย สีกาอ่าง

พระท่ามะปรางค์ กำแพงเพชร เนื้อชินเงิน ของ แป๊ะ ร้านอาหารบ้านแสงจันทร์ จ.แพร่.

ธรรมะ สนามพระวิภาวดี ระหว่างเข้าพรรษา จากหลวงปู่ชา สุภัทโท มีว่า “อยู่ที่ไหนก็ปฏิบัติได้ เพราะใจอยู่ที่เรา นั่งอยู่ นอนอยู่ คิดดีก็รู้ คิดชั่วก็รู้ ให้ดูจิตของเรา” เป็นแนวคิดเหมือนการใช้พระเครื่องของข้าพเจ้า ที่เขียนข่าวสังคมพระเครื่อง แต่ใครถามใครขอดู ว่า สีกาอ่าง ใช้พระอะไรก็จะแปลกใจ เพราะไม่มีพระเครื่องติดตัวเลย และตอบว่า พระอยู่ที่ใจ--แต่จริงๆคือไม่มีเงินเช่า เพราะพระที่อยากได้ก็ล้วนแต่ราคาไฮโซ หรือไม่ก็ไม่ใช่แนว

อย่างองค์แรกวันนี้ พระท่ามะปรางค์ กรุวัดบรมธาตุ กำแพงเพชร ต้นตระกูลพระพิมพ์ชื่อลือลั่น ค้นพบทั้งเนื้อชินเงิน เนื้อดิน ครั้งแรกที่วัดท่ามะปรางค์ เมืองพิษณุโลก ราวปี พ.ศ.๒๔๔๐ โดยการลักลอบขุด มีดีด้านแคล้วคลาด คงกระพัน

ถึงปี พ.ศ.๒๔๔๕ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงแต่งตั้งให้ สมเด็จเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) เป็นแม่ทัพหลวง นำกำลังทหารกำแพงเพชร พิษณุโลก สุโขทัย ไปปราบกบฏไทยใหญ่ (เงี้ยว)

ข้าหลวงเมืองเหนือ จึงนำพระกรุวัดท่ามะปรางค์ไปให้ท่าน พอทราบเป็นพระดี จึงสั่งให้เปิดกรุ นำพระมาแจกทหารใช้ติดตัวไปรบกับเงี้ยว เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ

โดยให้ พระสีห์สงคราม (โพธิ์ เนติโพธิ์) เป็นทัพหน้าเปิดศึกยุทธการ (เขาพลึง) ปะทะทหารเงี้ยว ที่นำโดย พกาหม่อง กับ สล่าโปยชัย รุกไล่ทหารเงี้ยวจนแตกพ่าย

เชื่อกันว่าอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ในองค์พระ มีส่วนช่วยชนะศึก เงี้ยวทิ้งอาวุธหนีกระเจิง จึงยกความดีความชอบให้พระ และให้ฉายาว่า “เงี้ยวทิ้งปืน”

จากนั้น ก็ค้นพบพระพิมพ์นี้ในกรุเมืองพิษณุโลกอีกหลายครั้ง คือกรุวัดพระศรีฯ วัดเจดีย์ยอดทอง กรุพระอัฐารส กรุวัดอรัญญิก กรุวัดโพธิ์ (โรงทอ) แต่ พระกรุวัดใหญ่ งดงามที่สุด

ต่อมา พบในกรุพระเมืองกำแพงเพชร ที่กรุวัดบรมธาตุ วัดสี่อริยาบถ วัดพิกุล พิมพ์เดียวเนื้อเดียวกับของเมืองพิษณุโลก จึงเรียก พระท่ามะปรางค์ เหมือนกัน พบทั้งชนิด เนื้อชินเงินสนิมดำตีนกา และผิวปรอท เนื้อดินผสมว่าน แต่สมบูรณ์กว่าของเมืองพิษณุโลก องค์นี้ของ เสี่ยแป๊ะ ร้านอาหารบ้านแสงจันทร์ เมืองแพร่

ตามมาด้วย พระกำแพงลีลา เชยคางข้างเม็ด กรุวัดบรมธาตุ ลานทุ่งเศรษฐี อ.เมืองกำแพงเพชร ซึ่งมีบันทึกบอกเล่าเก้าสิบต่อเนื่องกันมาจากอดีต ในยุคที่นิยมพระกรุพระเก่า (ปัจจุบันซึ่งเป็นยุคของพระเบญจภาคี พระเกจิอาจารย์) ว่าสร้างไว้โดย สมเด็จพระธรรมราชาลิไท ราวปี พ.ศ.๑๙๐๐ บรรจุไว้ในองค์พระเจดีย์ อยู่ยาวมาถึงปี พ.ศ.๒๓๙๒ ก็มีนักหาสมบัติขุดพบครั้งแรก ในองค์พระเจดีย์วัดบรมธาตุ ลานทุ่งเศรษฐี รวมอยู่กับพระดังอื่นๆ

ลักษณะเป็นพระศิลปะสุโขทัยปางลีลา แยกพิมพ์ตามขนาดและความแตกต่างในรายละเอียดได้เป็น พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก เนื้อพระเป็น ชินเงิน (สนิมดำตีนกา ไขขาวแซม) ชนิดเดียว ไม่มีเนื้อดิน

ถึงปี พ.ศ.๒๔๙๘ มีการค้นพบพระอีกครั้งใน กรุพระวัดอาวาสน้อย วัดกะโลทัย และคราวเปิดกรุพระปรางค์ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ปี พ.ศ.๒๔๕๖ และกรุองค์พระเจดีย์วัดราชบูรณะ ปี พ.ศ.๒๕๐๐ ก็พบอีก--องค์นี้ของ เสี่ยสมปอง หงษ์ศรีเมือง

ยังป้วนเปี้ยนอยู่แถวทุ่งเศรษฐี กำแพงเพชร เพราะอีกองค์ คือ พระกำแพงซุ้มกอ พิมพ์กลาง ของ เสี่ยช้าง ท่าดินแดง

เป็นพระสภาพสมบูรณ์ ที่ผ่านการสัมผัสใช้มามาก เห็นได้จากเปลือกผิวที่ลอกหลุดทั่วองค์ ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมชาติของพระเนื้อดินโบราณ ไม่ถึงกับทำให้พิมพ์พระเสียหาย และยังคงสภาพสวย และได้เห็นเนื้อใน ทั้ง ราดำ จุดแดง (ว่านดอกมะขาม) ทั่วองค์ชัดเจน ที่สำคัญเป็นพิมพ์ที่คนทุนน้อย แต่อยากรวยมาก อยากได้ เพราะมีคำการันตีว่า “มีกูไม่จน”

ต่อด้วย พระดีพิธีประวัติศาสตร์พระ ๒๕ พุทธศตวรรษ เนื้อทองคำ จัดสร้างโดยรัฐบาล เป็นที่ระลึกปีกึ่งพุทธศตวรรษ ที่สร้าง พุทธมณฑล เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของโลก เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๐

ครั้งนั้นระดมอาราธนา พระเกจิอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงเกียรติคุณทั่วประเทศ ทั้งที่จาริกธุดงค์อยู่ในป่าเขา และอยู่ประจำวัด ทุกรูปนั่งปรกประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกในลานพิธีท้องสนามหลวง จัดสร้างวัตถุมงคล เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมทำบุญบูชา เป็นทุนสร้างพุทธมณฑลสถาน

โดยเฉพาะเหรียญรุ่นนี้ มีทั้ง เนื้อทองคำ นาค เงิน ชินตะกั่ว ซึ่งในยุคเริ่มสร้าง ถือเป็นพระเครื่องที่มีมาก มีเกือบทุกบ้าน แต่ถึงยุคนี้เริ่มเป็นพระหายาก ทุกเนื้อราคาขยับขึ้น อย่าง เนื้อธรรมดา เล่นกันตามพิมพ์ มีเข็ม ไม่มีเข็ม จากหลักสิบเป็นหลักร้อย หลักพัน ส่วนเนื้อพิเศษหลักหมื่น ขึ้นเป็นหลักแสน ที่ไปแรงสุดก็ เนื้อทองคำ สภาพสวยผิวเดิม เส้นสายลายศิลป์คมกริบแบบเหรียญนี้ของ เสี่ยพรรค คูวิบูลย์ศิลป์ ราคาเหยียบล้านแล้ว ขอบอก

ตามมาด้วย พระพุทธรูปยืน พุทธศิลปะสมัยอยุธยา ปางประทานพร ระยะนี้มีมาให้ชมบ่อย เพราะเจ้าของ เสี่ยโต้ง บางแค เป็นมืออาชีพที่นิยมสะสม พระพุทธรูปบูชา--องค์นี้ สูง ๑๖๕ ซม. เป็นพระแท้ อายุถึงยุค ถึงศิลป์ เห็นแล้วอิ่มตาอิ่มใจ

อีกสำนักไม่ค่อยได้ดูกัน คือ พระพุทธกวัก กรุวัดท้ายตลาด นามเดิมวัดพุทไธ-ศวรรค์ หรือวัดโมลีโลก-ยาราม เขตบางกอก ใหญ่ กรุงเทพฯ

พระกรุนี้ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ขุน) จัดสร้างด้วย เนื้อผงพุทธคุณ เมื่อราวปี พ.ศ.๒๓๖๒ และบรรจุกรุไว้ จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๘๐ ถึง “กรุแตก” พบพระพิมพ์พุทธศิลป์รัตนโกสินทร์ยุคต้น ฝีมือช่างหลวงจำนวนมาก แยกได้เป็นแบบพิมพ์ต่างๆถึง ๔๖ พิมพ์

ทุกพิมพ์เป็น เนื้อผงผสมมวลสารว่านยา ใบลานเผา สีเนื้อเทาแกมดำ ชนิดเดียวกันทั้งหมด ด้านหลังองค์พระ ปรากฏอักขระเลขยันต์ต่างๆ เป็นเส้นนูนกดปั๊มจมลงลึกในเนื้อเป็นสัญลักษณ์

จำนวนพระประมาณการว่ามีถึง ๘๔,๐๐๐ องค์ ทำให้แม้จะแสวงหากันมาก แต่จำนวนพระที่มีมาก ทำให้ราคาทรงตัวอยู่ที่หลักพันปลายถึงหลักหมื่นต้น ตามความหายากง่ายของพิมพ์พระ

แต่ก็มีบางพิมพ์ ที่หายากราคาหลักแสน อย่าง พิมพ์นิยมบัว สองชั้น เป็นพิมพ์สร้างชื่อ เทียบชั้นพระยอดนิยมอื่นๆ อย่าง พิมพ์พุทธกวัก ก็ไม่ธรรมดา นับเป็นหนึ่งในพระพิมพ์นิยม สภาพงามๆระดับห้าดาว ของเสี่ยวิรัตน์ หันหาบุญ ราคาต้องว่ากันที่หลักหมื่นปลายถึงแสน

อีกรายการก็ไม่ค่อยมาสนามนี้ คือ เหรียญสวัสดิกะ กลมใหญ่ รุ่นแรก หลวงพ่อโอภาสี สำนักสงฆ์บางมด เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ เหรียญพระเกจิอาจารย์ยอดนิยม หายากราคาแพง

ด้วยวัตรปฏิบัติ ที่เอาจริงเอาจังในการเจริญภาวนากรรมฐาน “กสิณไฟ” จนเกิดอิทธิฤทธิ์ สร้างศรัทธาให้มีผู้เคารพศรัทธาท่านมาก ขนาดท่านจาริกออกจากวัดบวรนิเวศ ครั้งดำรงฐานะ “มหาชวน” ไปสร้างอาศรม จำพรรษาอยู่ในพื้นที่สวนส้ม ในบางมด ซึ่งในสมัยนั้นยังทุรกันดาร เดินทางด้วยรถไปต่อเรือ แต่ยังมีศิษย์ตามไปปรนนิบัติรับใช้หลายสิบคนจนถึงร้อยทุกวัน ถ้าวันพิธีใหญ่ (บูชาไฟ) ไปกันเป็นพัน

พระเครื่องวัตถุมงคลที่ท่านสร้างทุกรุ่นทุกชนิด ไม่เคยพอกับความต้องการ โดยเฉพาะรุ่นแรกๆที่สร้างน้อย อย่างเหรียญรุ่นแรก หลังยันต์สวัสดิกะ แบบเหรียญนี้ของ เสี่ยวิรัตน์ หันหาบุญ ถือเป็นสุดยอดปรารถนาของศิษย์สายตรง--สวยสภาพเดิมแบบนี้ สู้ราคากันหลายแสน

อีกสำนัก เป็นเหรียญรุ่นแรก พ.ศ.๒๔๘๖ เนื้อทองแดง หลวงพ่อเต๋ (คงทอง) วัดสามง่าม อ.ดอนตูม นครปฐม พระเกจิอาจารย์ผู้เลื่องลือด้านวิชาพุทธาคมระดับสูงสุด ในยุคหลังปี พ.ศ.๒๕๐๐

ตอนอายุ 7 ขวบ หลวงพ่อแดง วัดกาหลง สมุทรสาคร ซึ่งเป็นหลวงลุง เห็นแววแสดงความเป็นผู้มีสติปัญญา จึงขอพ่อแม่ท่าน นำท่านไปอยู่ด้วยเพื่อให้เรียนหนังสือ

ซึ่งท่านก็เรียนรู้ได้รวดเร็ว โดยเฉพาะวิชาพุทธาคม เวทมนตร์คาถา ท่านจะมุ่งมั่นเป็นพิเศษ

พออายุได้ ๑๕ ปี เรียนสำเร็จ ก็บรรพชาเป็นสามเณร และได้ร่วมมือกับหลวงลุงสร้างวัดที่บ้านดอนตูม จากนั้นก็บวชเป็นพระ โดยมีหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อเทศ วัดทุ่งผักกูด เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับนามฉายา คงสุวัณโณ (คงทอง)

ท่านจึงเป็นศิษย์ของพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงแห่งยุค ซึ่ง หลวงพ่อเต๋ ได้เป็นทายาทสืบทอดวิชา เท่านั้นยังไม่พอ ท่านยังได้ออกแสวงหาเรียนวิชากับพระและฆราวาสที่มีชื่อเสียง อย่าง หลวงพ่อ-แช่ม วัดตาก้อง

ท่านเริ่มสร้างพระเครื่องวัตถุมงคลตั้งแต่สงครามอินโดจีน ที่สร้างชื่อเสียงสุดก็คือ ตะกรุด ๓ ห่วง กับกุมารทอง ที่รับถ่ายทอด วิชามาจาก พระอาจารย์แดง (ลุง)

ถึงปี พ.ศ.๒๔๘๖ จึงได้สร้าง เหรียญรุ่นแรก นี้ ขึ้นด้วย เนื้อเงิน กับทองแดง ลักษณะรูปแบบอย่างเหรียญนี้ของ เสี่ยอ้วน นครปฐม ราคา ๓-๕ แสน แต่ต้องระวังเหรียญปลอม ที่ทำได้แสบไส้ใกล้เคียง
มาก

และต้องรู้ลึกระวังเหรียญสร้างเสริม รุ่นสอง ที่รูปแบบ ด้านหน้าเหมือนกันเป๊ะ จะสังเกตความแตกต่างได้ก็ที่ ด้านหลัง เพราะรุ่นสองเสริม จะ ไม่มีเส้นแตกขนานแขน และ ข้างเหรียญ จะ หนากว่ารุ่นแรก จำไว้นะโยม

วันนี้มีพระใหม่มารับเข้าพรรษากันหนึ่งสำนัก เปิดตัวมาก็ดังเพราะไม่ค่อยมีการจัดสร้าง คือ พระนารายณ์ทรงครุฑ และ ขุนแผน ชินบัญชร หลวงพ่อสิน เจ้าอาวาสวัดละหารใหญ่ รุ่น ดวงเศรษฐี

หลวงพ่อสิน อายุ ๗๖ ปี บวชมา ๕๓ พรรษา เป็นศิษย์ หลวงพ่อรัตน์ พระอธิการเพ่ง หลวงปู่เพ่ง และ หลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกระบอก เจ้าตำรับแพะเมตตาอันลือลั่น ท่านจึงมีวิชาพุทธาคมเข้มขลัง ถือเป็นพระเกจิแถวหน้าแห่งยุค

เมื่อจัดสร้างรุ่น ดวงเศรษฐี ขึ้น จึงเกรียวกราวน่าดู เพราะพระเกจิ ที่ร่วมพิธีปลุกเสก ที่วัดละหารใหญ่ มีทั้งหลวงปู่ฮก หลวงพ่อชาญ หลวงปู่ฟู หลวงพ่ออ่อง หลวงพ่อทวน พระครูวิจิตรธรรมาภิรัตน์ หลวงพ่อนัส หลวงพ่อรัตน์ และหลวงพ่ออิฐ

นอกจากพิธีขลัง เนื้อหาก็เข้ม เพราะพระขุนแผน ชินบัญชร ได้นำมวลสารรุ่นเก่าๆของหลวงพ่อสินมาผสม รวมทั้งว่านเกสรดอกไม้ 108 ผงตะไบเก่า มวลสารผงเก่าสมเด็จวัดระฆัง พลอยเสก และเกศาหลวงพ่อสิน ฝังตะกรุดเสกทุกองค์

ส่วน พระนารายณ์ทรงครุฑ จัดสร้างให้มีอานุภาพทาง คุ้มครอง ป้องกัน มีอำนาจ หนุนดวงเสริมดวง เพราะเป็นรูปจำลอง เทพเจ้าสูงสุด และยังมีคุณด้านมหาปราบ ขจัดทำลายอุปสรรค เคราะห์กรรม เสริมบารมีด้วยพญาครุฑ

รายได้จะนำไปสร้างศาลาโรงครัวให้วัดเนินตากแดด อ.บ่อไร่ จ.ตราด--สอบถามที่วัด หรือ 08-5359-5915 และ 08-7936-3168

วันนี้ลากันด้วยเรื่องฮาๆ ที่เกิดในงานศพ ขณะที่ญาติกำลังช่วยกันบรรจุศพผู้ตายวัย ๙๒ กันชุลมุน ภรรยาผู้ตายวัย ๘๕ ได้นำถุงผ้ากำมะหยี่มีของข้างในมาวางบนศพสามี บอกเป็นของรักของหวง

เจ้าหน้าที่กลัวจะเป็นของต้องห้ามประเภทโลหะ ที่ห้ามนำเข้าเตาเผา จึงขอเปิดดู เห็นเป็นพระเครื่อง ๓ องค์

เสี่ยไช้ นักสะสมพระเครื่อง ซึ่งอยู่ตรงนั้นด้วย เห็นปุ๊บก็ตาวาว เพราะเป็น ๓ ใน ๕ ชุดเบญจภาคี มี นางพญา พิมพ์สังฆาฏิ พระซุ้มกอ พิมพ์ขนมเปี๊ยะ และพระรอด พิมพ์ต้อ แม้เป็นพระสภาพใช้ ไม่สวย แต่แท้ทุกองค์

เสี่ยไช้ ก็นึกเสียดาย บอกกับภรรยาว่า ป้าอย่าใส่ไปเลยเสียดาย แต่ป้ายืนยันว่าต้องใส่ เพราะเป็นของรักของหวงของสามี

เสี่ยไช้ ดูท่าแล้วจะกล่อมยาก จึงใช้ไม้ตาย งั้นผมขอซื้อ ๓ องค์ ๑ ล้าน แต่ป้ากลับเงียบกริบ เสี่ยไช้ กลัวว่าราคาจะไม่ถูกใจ และรีบบอก ถ้าถูกไปยังไง ก็เพิ่มให้ได้อีกนิดหน่อย

ป้ารีบโบกมือ แล้วถามว่า เป็นเงินสดเลยไหม พอ เสี่ยไช้ พยักหน้า ป้าก็หันไปยกมือไหว้ร่างสามี บอกเสียงดังลั่นเมรุ ไม่ต้องเอาไปแล้วนะ เขาห้าม ฉันจะขาย แล้วเอาเงินไปทำบุญ กรวดน้ำไปให้ก็แล้วกันนะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง