บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โสมแดงเพิ่มเค้าเดิมพัน เสี่ยงแตกหักเพื่อคุมเกม

เผชิญหน้า-แฟ้มภาพเมื่อเดือน เม.ย. นายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ (ซ้าย) และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ซึ่งตกอยู่ในภาวะเผชิญหน้าสุดตึงเครียด หลังโสมแดงทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปสำเร็จ (เอพี)

“เกาหลีเหนือ” ยังพยศไม่หยุด หลังทดสอบ “ขีปนาวุธข้ามทวีป” (ไอซีบีเอ็ม) “ฮวาซอง-14” สำเร็จเป็นครั้งแรก เมื่อ 4 ก.ค. ตรงกับ “วันชาติสหรัฐฯ” พอดี แถมคุยโวว่ามันติดหัวรบนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ได้แล้ว!

การทดสอบไอซีบีเอ็ม ซึ่งเชื่อว่ามีพิสัยไกล 5,500-8,000 กม. และยิงได้ไกลถึงรัฐอลาสกาของสหรัฐฯ ยังมีขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ พบปะเจรจากับประธานาธิบดีมูน แจ-อิน แห่งเกาหลีใต้ ไม่กี่วัน และก่อนการประชุมยอดผู้นำ “จี 20” ที่เยอรมนีแค่ 3 วัน!

นี่เป็นจังหวะเวลาที่โสมแดงจงใจ โดยมีเป้าหมาย “เพิ่มเค้าเดิมพัน” และต้องการเป็น “ผู้คุมเกม” การเจรจาต่อรองกับสหรัฐฯ และพันธมิตรในอนาคต ยิ่งถ้าทดสอบ “ระเบิดนิวเคลียร์” ลูกที่ 6 อีก เค้าเดิมพันจะยิ่งสูงขึ้นจนอาจถึงขั้นวิกฤติ เป็นการ “ปิดประตู” การเจรจาโดยสันติ

ตั้งแต่สงครามเกาหลียุติลงใน พ.ศ.2496 โดยมีแค่ “ข้อตกลงพักรบ” (Armistice) ยังไม่มีสนธิสัญญาสันติภาพ นายคิม อิล-ซุง ผู้นำผู้ก่อตั้งเกาหลีเหนือ ก็มีนโยบายว่าจำเป็นต้องมี “อาวุธนิวเคลียร์” เป็นไพ่ตายเท่านั้นเพื่อป้องกันถูกศัตรูรุกราน นโยบายนี้ถูกยึดมั่นเคร่งครัดในยุคนายคิม จอง-อิล และคิม จอง-อึน ผู้นำ รุ่นที่ 2 และ 3 โดยโสมแดงเห็นตัวอย่าง “อิรัก” และ “ลิเบีย” ซึ่งผู้นำถูกบุกโค่นล้มง่ายๆ เพราะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์คุ้มกะลาหัว

ปีหลังๆ การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธของโสมแดงก้าวหน้าไปเร็วมากจนทดสอบไอซีบีเอ็มสำเร็จ และกำลังเร่งพัฒนาระบบย้อนกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ (Re-entry) เพื่อให้ใช้งานได้จริง และอาจย่อส่วนหัวรบนิวเคลียร์ให้มีขนาดเล็กลงจนติดขีปนาวุธได้ภายใน 2-3 ปีนี้ นั่นทำให้สหรัฐฯและพันธมิตรขวัญผวาว่าขีปนาวุธของโสมแดงจะยิงได้ไกลถึงแผ่นดินใหญ่สหรัฐฯทั้งหมด

แต่สหรัฐฯจะชิงโจมตีเกาหลีเหนือก่อนก็ไม่กล้า เพราะถ้าถูกตอบโต้ด้วยปืนใหญ่ จรวดและขีปนาวุธพิสัยใกล้และกลางเป็นห่าฝน จะเกิดหายนะสุดคาดคิด ผู้คนล้มตายเป็นเบือ โดยเฉพาะเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ไปจนถึงเกาะกวมที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ ในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งอยู่ในพิสัยการยิงของเกาหลีเหนือ นี่ยังไม่นับขีปนาวุธติดหัวรบอาวุธเคมีและชีวภาพซึ่งเชื่อว่าโสมแดงมีอยู่ไม่น้อย

จากการคำนวณของผู้เชี่ยวชาญ ขีปนาวุธของโสมแดงจะยิงถึงกรุงโซลของเกาหลีใต้ในเวลาแค่ 0-6 นาที กรุงโตเกียวของญี่ปุ่น 10- 11 นาที เกาะกวม 15 นาที ส่วนในสหรัฐฯ จะยิงถึงนครซานฟรานซิสโกใน 30-34 นาที นครนิวยอร์กและกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ใน 30-39 นาที เมืองซีแอตเติล และนครลอสแอนเจลิสใน 30 นาที!

ความท้าทายอันยิ่งใหญ่จึงตกอยู่กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ว่าจะเอายังไงดี ขณะที่การกดดันให้ “จีน” ช่วยสยบเกาหลีเหนือก็ยังไม่สำเร็จ เพราะจีนอ้างว่าช่วยเท่าที่จะทำได้แล้ว จีนและ “รัสเซีย” ยังยืนยันให้แก้ปัญหาด้วยการเจรจา ซึ่งนั่นก็ “เข้าทาง” โสมแดง ที่หวังใช้ความแตกแยกของประชาคมโลก “ซื้อเวลา” เพื่อพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธให้สมบูรณ์

จริงๆแล้วจีนไม่ยอมให้เกาหลีเหนือล่มสลายเด็ดขาด เพราะกลัวว่าผู้ลี้ภัยหลายล้านคนจะทะลักเข้าดินแดนจีน อีกทั้งสหรัฐฯจะส่งทหารจำนวนมากเข้าไปตรึงกำลังในเกาหลีที่ถูกรวมชาติใหม่...จ่อคอหอยจีน

ไอซีบีเอ็มติดหัวรบนิวเคลียร์ของโสมแดงเป็น “ฝันร้าย” ที่สหรัฐฯหวั่นวิตกมาก เพราะจนถึงขณะนี้ สหรัฐฯพึ่งพา “ระบบป้องกันขีปนาวุธภาคพื้นดิน” (Ground-based Missile Defense system) หรือ “จีเอ็มดี” เป็นหลักในการสกัดขีปนาวุธข้ามทวีป โดยมันถูกติดตั้งไว้ใต้ดินที่ฐานทัพอากาศแวนเดนเบิร์กในรัฐแคลิฟอร์เนีย และฐานทัพฟอร์ท กรีลี ในรัฐอลาสกา แต่มีอยู่แค่ 36 ลูก จะเพิ่มเป็น 44 ลูกในสิ้นปีนี้ ถ้าสภาคองเกรสอนุมัติจะเพิ่มอีก 28 ลูก

ระบบจีเอ็มดีเพิ่งยิงทดสอบทำลายขีปนาวุธข้ามทวีปจำลองสำเร็จครั้งแรกเมื่อเดือน พ.ค.ปีนี้ แต่ยังไม่เคยใช้ในสถานการณ์จริง จึงรับประกันไม่ได้ว่าจะป้องกันไอซีบีเอ็มได้ 100%

สหรัฐฯ ยังมี “ระบบป้องกันขีปนาวุธนำวิถีเอจีส” (AEGIS) ซึ่งติดตั้งในเรือรบและบนพื้นดิน แต่มันมีศักยภาพแค่ยิงสกัดขีปนาวุธพิสัยใกล้ และมี “ระบบป้องกันขีปนาวุธในชั้นบรรยากาศสูงระยะปลาย” (THAAD) หรือ “ธาด” ซึ่งเพิ่งส่งไปติดตั้งในเกาหลีใต้ปีนี้ แต่สามารถยิงสกัดขีปนาวุธพิสัยใกล้และกลางในระยะสุดท้าย สหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ยังมีระบบป้องกันขีปนาวุธพิสัยใกล้ “แพททริ-อ็อต-13” ชั้นก้าวหน้า แต่ก็มีอานุภาพจำกัด

สำนักงานป้องกันขีปนาวุธแห่งชาติสหรัฐฯ (เอ็มดีเอ) เผยว่า การทดสอบเท่าที่ผ่านมา “จีเอ็มดี” มีอัตราประสบผลสำเร็จแค่ 55% ส่วน “เอจีส” สูงหน่อยที่ 83% ขณะที่ “ธาด” ซึ่งทดสอบแล้ว 14 ครั้งตั้งแต่ปี 2549 และครั้งล่าสุดเพิ่งทดสอบเมื่อ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ประสบผลสำเร็จถึง 100%

แต่ระบบป้องกันขีปนาวุธข้ามทวีปของสหรัฐฯเหล่านี้ยังมีจำกัด ถ้าโสมแดงพัฒนาขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์สำเร็จ และระดมยิงพร้อมกันหลายสิบหรือนับร้อยลูก...จะรับมือไหวหรือไม่? เพราะแค่ขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ลูกเดียวหลุดรอดตาข่ายป้องกันเข้าไปถล่มดินแดนสหรัฐฯได้ ก็วินาศสันตะโรแล้ว!

สหรัฐฯคงไม่รอให้มีวันนั้น ขณะที่อยากโจมตีโสมแดงเต็มแก่แต่ทำไม่ได้ แต่จะทำยังไงยังเป็นโจทย์ที่แก้ไม่ตก ซึ่ง “ทางออกสุดท้าย” อาจอยู่บนโต๊ะเจรจานั่นเอง!

บวร โทศรีแก้ว