วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ล่า ‘แก๊งทมิฬ’ สังหาร8ศพ ซุกเมืองคอน

สอบรอบ2 เพื่อนผู้ใหญ่บัติ โทรคุยเหยื่อขณะถูกคุมตัว ให้การเป็นประโยชน์ไขคดี

เค้นอีกรอบเพื่อนสนิทของ “ผู้ใหญ่บัติ” เหยื่อ 1 ใน 8 ของทีมฆ่า ชุดสืบสวนกองปราบฯนำตัวไปสอบจนได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี คาดแหล่งกบดานของแก๊งทมิฬซุกตัวที่เมืองคอน เผยเบื้องหลังนำตัวมาเค้น เนื่องจากมีหลักฐานการพูดคุยโทรศัพท์กับผู้ใหญ่บ้านก่อนถูกสังหารเพียงไม่กี่นาที ส่วนปมสังหารเริ่มเทน้ำหนักไปเรื่องขัดแย้งโรงโม่หิน ขณะที่ ผบ.ตร.แจงเป็นการเชิญตัวมาสอบตามปกติไม่ใช่ผู้ต้องสงสัย

ชุดสืบสวนหลายหน่วยลงพื้นที่คลี่คดีฆ่ายกครัว 8 ศพสมาชิกครอบครัวและญาติของนายวรยุทธ หรือผู้ใหญ่บัติ สังหลัง อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้านเขางาม หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ โดยพุ่งเป้าขัดแย้งกับหุ้นส่วนโรงโม่หิน และก่อนหน้านั้น ได้นำตัวนายเชษฐ์ดนัย ถิ่นพังงา หรือโกเสริฐ อายุ 46 ปี เพื่อนสนิทของนายวรยุทธ ผู้บริหารโรงโม่หินบริษัท อ่าวลึก ศิลาทอง จำกัด มาสอบปากคำยืนยันว่าไม่มีส่วนในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแถมยังเกื้อกูลกันมาตลอด ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ลงพื้นที่คุมคดีเอง ส่วนปมสังหารยังไม่ตัดทิ้งประเด็นใดทั้งเรื่องโรงโม่หิน ไล่ที่ชาวบ้าน ขัดแย้งส่วนตัว การเมืองท้องถิ่น ยาเสพติด และชู้สาว

สำหรับความคืบหน้าคดีฆาตกรรมโหดยกครัววันที่ 14 ก.ค. ที่บ้านของนายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านเขางาม หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ที่เกิดเหตุยังมีตำรวจ สภ.อ่าวลึก 2 นายคอยเฝ้าตลอด 24 ชม. เพื่อไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไปในที่เกิดเหตุเกรงหลักฐานจะเสียหายหากต้องการเก็บเพิ่มเติม จากการสอบถาม 2 ตำรวจที่เฝ้าบ้านทราบว่าบรรยากาศเงียบมาก เพราะเส้นทางดังกล่าวไม่มีใครผ่าน ที่ผ่านมาได้ยินเสียงเหมือนมีคนอยู่ในบ้านคล้ายรื้อค้นหาสิ่งของ แต่เมื่อเข้าไปดูกลับไม่พบอะไร

ส่วนการตามล่าตัวแก๊งโหดนั้นชุดสืบสวนออกหาข่าว หาหลักฐานพยานแวดล้อมโดยเฉพาะกล้องวงจรปิด จากการตรวจสอบพบว่ามีกล้องวงจรปิดหลังจากซอยบ้านคนตายมีกล้องวงจรปิดหลายจุด อาทิ ทางเข้าบ้านทุ่งต้นไพ ริมถนนสายเซาเทิร์นเชื่อมกระบี่-ขนอม ขาเข้ากระบี่ 1 จุด หน้า อบต.บ้านกลาง 1 จุดและจุดยูเทิร์นกลับอีก 1 จุด เพื่อหา เส้นทางหลบหนีของกลุ่มคนร้ายที่ใช้พาหนะ 3 คันคือรถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ 1 คัน กับรถเก๋งโตโยต้ายาริส 2 คัน ซึ่ง 1 ใน 2 ของรถยาริสเป็นของคนตายพบวิ่งมุ่งหน้าไปทาง จ.สุราษฎร์ธานี

ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนพบประเด็นใหม่ที่คาดว่าอาจเป็นชนวนเหตุด้วยคือปมขัดแย้งในพื้นที่ เมื่อวันที่ 31 ม.ค.60 นายวรยุทธ สังหลัง นำชาวบ้านในตำบลบ้านกลางกว่า 100 คน ขับไล่ครูคนหนึ่งที่โรงเรียนใน ต.บ้านกลาง โดยกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมใช้อิทธิพลข่มขู่ครูในโรงเรียนเดียวกันจนครูขอย้ายออกไปแล้วหลายคน หลังชุมนุมได้มีการย้ายครูดังกล่าวเป็นการชั่วคราวโดยประเด็นนี้ถูกนำมาเป็นแนวทางการสอบสวนของคดีด้วย

ส่วน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. หลังลงมาควบคุมการสืบสวนคลี่คลายคดีด้วยตัวเองตั้งแต่เย็นวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา มีรายงานว่า เมื่อค่ำวันเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้เรียกประชุมชุดสืบสวนทั้งหมด อาทิ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษา (สบ 10) พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ส. พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ศชต. พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. โดยการประชุมมีการแบ่งงานการสืบสวนอย่างชัดเจน โดยกำหนดให้ตำรวจสันติบาลมีหน้าที่ในการแกะรอยหาข้อมูลของบุคคลต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับคดี ตำรวจนครบาลดำเนินการแกะรอยทางด้านเทคนิค กองปราบฯเน้นสืบสวนหาตัวพยาน และกล้องวงจรปิดในพื้นที่

รายงานข่าวชุดสืบสวนแจ้งว่า ชุดสืบสวนได้ให้ความสนใจแก๊งทมิฬกลุ่มนี้เป็นทหารนอกราชการ เนื่องจากข้อมูลการสืบสวนพบว่ามีกลุ่มทหารนอกราชการจำนวนหนึ่งที่เข้ามารับจ้างเฝ้าสวนปาล์มและสวนยางในพื้นที่ จ.กระบี่ และ จ.พังงา โดยกลุ่มทหารเหล่านี้มีการติดอาวุธเป็นที่รู้กันในหมู่ชาวสวนว่าเป็นทหารรับจ้างที่มาป้องกันขโมยในสวนยางและสวนปาล์ม อย่างไรก็ตาม ยังมีบางกลุ่มที่คอยเรียกเก็บเงินค่าคุ้มครองจากเจ้าของสวนด้วยและหากเจ้าของสวนไม่จ่ายเงินจะบุกเข้าทำลายสวนจนได้รับความเสียหายซึ่งมีคดีลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายครั้งในพื้นที่

นอกจากนี้ แก๊งเหล่านี้เมื่อได้ข่าวคนในพื้นที่รายใดได้เงินทอง หรือทรัพย์สินเป็นจำนวนมากจะวางแผนฉกชิงทรัพย์ โดยจะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ขอตรวจค้นเรื่องยาเสพติดในบ้านเป้าหมาย แต่จะมุ่งเอาทรัพย์สินเป็นเงินก้อนซึ่งพฤติกรรมของแก๊งฆ่า 8 ศพ มีลักษณะคล้ายคลึงกัน โดยแก๊งนี้อาจจะทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และคงเข้าใจว่านายวรยุทธ เพิ่งได้เงินจากนักลงทุนก้อนใหญ่จึงมาก่อเหตุซึ่งแก๊งเหล่านี้รู้จักกันในนามแก๊งตีกินหรือแก๊งตีไก่ที่เป็นพวกคนมีสีนอกแถวมารวมตัวกันรับงาน ทั้งนี้ชุดสืบสวนกำลังหาเบาะแสเกี่ยวกับทหารนอกแถวกลุ่มนี้ เพราะเชื่อว่าอาจจะรู้เห็นในการก่อเหตุ หรืออาจจะมีเบาะแสสำคัญที่จะนำไปสู่ตัวคนร้ายได้

ด้านการสอบปากคำพยานซึ่งได้รับบาดเจ็บ เริ่มได้ข้อมูลคืบหน้ากว่าเดิม โดยพยานที่รอดชีวิตคนหนึ่งให้การว่า หลังถูกจับอยู่ในบ้าน กระทั่งผู้ใหญ่บัติมาถึง คนร้ายได้เจรจากับผู้ใหญ่บัติในห้องเป็นการส่วนตัว เหมือนกับว่าตกลงผลประโยชน์กันไม่ได้ จากนั้นคนร้ายที่มีอยู่ 5-6 คน ได้ทยอยยิงผู้เสียชีวิตทีละคนโดยใช้เวลาเพียง 2 นาที ปืนมาจ่ออยู่ที่หัวตัวเองแต่กระสุนพลาด ประกอบกับพยานเป็นลมหมดสติไป ทั้งนี้ ยังคงยืนยันว่าคนร้ายพูดภาษากลางมีเพียงคนเดียวที่สวมหมวกไหมพรมน่าจะเป็นคนในพื้นที่ กลัวถูกจำหน้าได้เลยฆ่ายกครัว

รายงานชุดสืบสวนระบุด้วยว่า ขณะนี้การสืบสวนเริ่มแคบเข้ามาเรื่อยๆ น้ำหนักของคดีมุ่งไปสู่ปมความขัดแย้งเรื่องโรงโม่หินที่มีข้อมูลว่าผู้ใหญ่บัติไปรับเงินจากกลุ่มทุนกลุ่มหนึ่งเพื่อนำมาเคลียร์ให้กับชาวบ้านที่ต่อต้านโรงโม่ แต่นายวรายุทธ ไม่สามารถจัดการปัญหานี้ได้จึงเกิดความขัดแย้งกับกลุ่มทุนขึ้น ส่วนที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากนั้นเป็นเพราะญาติเดินทางเข้าไปในบ้านของนายวรยุทธโดยไม่คาดคิดว่าจะมีเหตุร้าย จึงทำให้กลุ่มมือปืนตัดสินใจฆ่าปิดปากเพราะกลัวว่าจะจำหน้าได้

ล่าสุดมีรายงานว่า ชุดสืบสวนของตำรวจกองปราบปรามนำโดย พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. ได้นำตัวเพื่อนสนิทของผู้ใหญ่บัติไปสอบสวนในสถานที่แห่งหนึ่ง โดยก่อนนำตัวไปเค้น ชุดสืบสวนได้ขยายผลสอบปากคำพยานที่รอดชีวิตในที่เกิดเหตุให้การว่า หลังผู้ใหญ่บัติกลับเข้ามาที่บ้านเวลาประมาณ 20.00 น. ในวันเกิดเหตุและถูกควบคุมตัวไว้ ระหว่างนั้นเวลาประมาณ 21.30 น. ผู้ใหญ่บัติได้พูดคุยโทรศัพท์กับเพื่อนคนดังกล่าวก่อนเหยื่อทั้งหมดถูกจ่อยิงอย่างเหี้ยมโหด

ต่อมาชุดสืบสวนกองปราบฯได้ตรวจสอบโทรศัพท์พบว่า ช่วงเวลาประมาณ 21.30 น. วันเกิดเหตุ ผู้ใหญ่บัติได้ติดต่อทางโทรศัพท์กับเพื่อนสนิทมีการพูดคุยกันนานเกือบ 10 นาที ชุดสืบสวนจึงเชื่อว่าเพื่อนของผู้ใหญ่บัติคนนี้น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารจึงควบคุมตัวไว้สอบปากคำอีกครั้ง จากการสอบปากคำครั้งนี้ชุดสืบสวนได้ข้อมูลเป็นที่น่าพอใจ หลังได้ข้อมูลชุดสืบสวน กก.5 บก.ป.นำกำลังลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เชื่อว่าเป็นแหล่งกบดานของทีมสังหารคาดจะมีการเข้าค้นจุดต้องสงสัยเพื่อจับกุมแก๊งทมิฬต่อไป ส่วนเพื่อนสนิทของผู้ใหญ่บัติหลังการสอบปากคำได้รับการปล่อยตัวกลับไปก่อน หากมีข้อสงสัยหรือข้อมูลเพิ่มเติมเจ้าหน้าที่จะเชิญตัวมาสอบถามอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าจะมีการคุมตัวผู้ต้องสงสัยคนนี้ ชุดสืบสวนกองปราบปรามได้นำชุดลายพรางของทหารบกและรองเท้าคอมแบต รวมทั้ง หมวกเหล็กมาจำลองเหตุการณ์เพราะเป็นชุดที่คนร้ายสวมใส่ในวันก่อเหตุตามคำให้การของพยานและนำไปให้พยานดูเพื่อเปรียบเทียบความเหมือนและแตกต่างเพื่อเป็นแนวทางในการติดตามตัวคนร้ายด้วย ทั้งนี้ แหล่งข่าวชุดสืบสวนระบุว่าได้เรียกตัวเพื่อนอีกคนของผู้ใหญ่บัติมาสอบปากคำจนทราบว่าในระยะแรก ผู้ใหญ่บัติมีฐานะที่ร่ำรวยผิดหูผิดตาแต่ในช่วงที่ผ่านมากลับติดหนี้สินโดยนำที่ดินไปจำนองกับผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งในพื้นที่เพราะมีปัญหาด้านการเงินอย่างรุนแรง ก่อนตายมีการติดต่อยืมเงินจากเพื่อนสนิทคนหนึ่ง 5 แสนบาท นอกจากนี้ผู้ใหญ่บัติยังมีความเครียดเพราะถูกข่มขู่ให้นำเงินมาไถ่ถอนที่ดินอีกด้วย

ต่อมาเวลา 15.30 น. วันเดียวกัน พล.ต.อ.สุเทพ เดชรักษา รอง ผบ.ตร. เดินทางมาที่ บก.ภ. จ.กระบี่ เรียกทีมพนักงานสอบสวนคลี่คลายคดี 8 ศพ เข้าประชุมพร้อมให้สัมภาษณ์ว่ายังไม่ทราบเรื่องการจับกุมผู้ต้องสงสัยแต่ตนมาตามดูสำนวนสอบสวนของคดี ส่วนการออกหมายจับต้องเรียกพนักงานสอบสวนทั้งหมดทั้งจากส่วนกลางและในพื้นที่มาประชุมสรุปอีกรอบ สำหรับวัตถุพยานหลักฐานต่างๆ ได้ส่งไปตรวจสอบและเริ่มมีผลออกมาทั้งพยานวัตถุของแข็งและของเหลวบ้างแล้ว

กระทั่งเวลา 18.45 น. ที่ บก.ภ.จ.กระบี่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เดินทางมาประชุม ชุดสืบสวนเพื่อสรุปผลการสืบสวนของแต่ละฝ่ายว่าคืบหน้าไปถึงไหน โดยก่อนเข้าประชุม พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้แถลงข่าวว่า วันนี้ได้นำตัวเพื่อนสนิทของผู้ใหญ่บ้านไปสอบปากคำเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมแต่ไม่ใช่เป็นการจับกุมผู้ต้องสงสัยแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมอาจเชิญไปสอบปากคำอีก