วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลุ้นขึ้น 1,585 จุด!!

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 14 ก.ค.60 ปิดที่ 1,577.79 จุด ลดลง 1.62 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 34,740.29 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 386.44 ล้านบาท

หุ้นที่ซื้อขายสูงสุด ADVANC ปิด 189.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท, PTT ปิด 374 บาท ลบ 2 บาท, AOT ปิด 48.75 บาท ลบ 0.25 บาท, KBANK ปิดที่ 202 บาท ลบ 1 บาท และ CPF ปิด 24.60 บาท บวก 0.30 บาท

บล.เอเซีย พลัสประเมินตลาดสัปดาห์หน้าเป็นบวก โดยมีโอกาสสูงมากที่ดัชนีจะปรับขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,585 จุด จากนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่มีแนวโน้มผ่อนคลายลง ทำให้คาดว่าจะมีกระแสเงินทุนไหลกลับเข้ามาตลาดหุ้นเกิดใหม่ แนะกลยุทธ์ลงทุนเลือกเก็งกำไรหุ้นรายตัวในกลุ่มที่คาดว่าผลประกอบการจะออกมาดี ชอบหุ้นรับเหมา และหุ้นรายตัวที่มีข่าวเฉพาะตัวเข้ามากระตุ้น เช่น JWD-LH

ปิดท้าย งานเสวนาเชิงวิเคราะห์ หัวข้อ “อนาคตแรงงานไทย ยุค 4.0 ผลกระทบ และการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรม” “ไพบูลย์ นลินทรางกูร” นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน ระบุว่า เห็นด้วยกับ พ.ร.ก. การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว เพราะเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำ เพื่อการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว ซึ่งปัจจุบันมีการแรงงานต่างราว 4 ล้านคน แบ่งเป็นมีใบอนุญาต 1.3 ล้านคน ประเภทที่ขอผ่อนผัน 1.3 ล้านคน และประเภทที่ผิดกฎหมายมากกว่า 1 ล้านคน

ระยะสั้นยอมรับว่า อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องใช้แรงงานต่างด้าว เช่น ก่อสร้าง เกษตร ประมง และอาหาร พบว่าครึ่งปีแรกมีร้านอาหารปิดให้บริการไปแล้วกว่า 1,200 แห่ง และกระทรวงพาณิชย์คาดว่าครึ่งปีหลังจะปิดเพิ่มอีก 1,000 แห่ง มากกว่าปี 59 ที่ร้านอาหารปิดตัวไป 1,000 แห่ง สะท้อนผลกระทบการขาดแคลนแรงงาน รวมถึงจะส่งผลต่อกำลังซื้อที่หายไปจากแรงงานที่ย้ายกลับประเทศพอสมควร

คาดหวังว่า 180 วัน ที่รัฐบาลขยายเวลา จะสามารถนำแรงงานกลับเข้าระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในระยะยาวจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจ หากแรงงานต่างด้าวได้สวัสดิการที่ดี จะทำให้ความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายภายในประเทศดีขึ้นตามไปด้วย

ด้าน “เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม” ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส กลุ่มที่ได้ผลกระทบคือ กลุ่มรับเหมาก่อสร้างและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงกลุ่มเกษตรและอาหาร

ขณะที่ประเมินกำไรบริษัทจดทะเบียนปีนี้ไว้ที่ 990,000 ล้านบาท โตจากปีก่อน 7.1% ไม่ได้รับผลกระทบ เพราะกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมีสัดส่วนกำไรน้อยมากเมื่อเทียบกับภาพรวมตลาด!!

อินเด็กซ์ 51