วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หฤโหดคุมตัว 8 ชม. 1 ไอ้โม่ง 1 สายปริศนาโทรออก ย้อนเหตุเจาะปมฆ่ายกครัว 8 ศพ

ยังคงมีคำถามคาใจว่าเพราะเหตุใดต้อง ยิงเรียงตัว ตัดรากถอนโคน ครอบครัว นายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ พร้อมครอบครัวและญาติๆ ภรรยา รวม 8 ศพ คดีนี้ความเหี้ยมโหดระดับเกินมนุษย์ ถึงขนาดเด็ก ผู้หญิง ก็ไม่ละเว้น เหลือเพียงเด็กน้อยไม่กี่เดือน ที่ยังไม่รู้ประสีประสา จึงรอดมาได้

เหตุการณ์เริ่มต้นตั้งแต่บ่ายวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยกลุ่มมือปืนแต่งชุดลายพรางคล้ายทหาร ทำทีขอค้นบ้าน โดยมีเด็กน้อยคนหนึ่งมาเปิดประตูให้ จากนั้นจึงเริ่มจับตัวประกันทีละคนสองคน จนกระทั่งผู้ใหญ่บ้านกลับมาในช่วงหัวค่ำ ก่อนจะจบลงด้วยเสียงปืน และโศกนาฏกรรมในเวลา 8 ชม. 

รายงานข่าวระบุว่า กลุ่มมือปืนได้ทำการพูดคุยกับผู้ใหญ่บ้าน เพื่อตกลงอะไรบางอย่าง แล้วตัวผู้ใหญ่บ้านไม่ยอม จึงได้ลงมือข่มขู่ก่อนจะทำร้ายคนในบ้าน สุดท้ายจึงบังคับให้ตัวผู้ใหญ่บ้านปลิดชีพคนอื่นๆ แต่ผู้ใหญ่บ้านไม่ยอม จึงถูกเด็ดชีพโดยแก๊งทมิฬทั้งหมด โดยตัวผู้ใหญ่บ้านถูกจ่อยิงเป็นคนสุดท้าย...

แน่นอน...หลังเป็นข่าว พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ก็อยู่เฉยไม่ได้ ต้องยกขบวนทีมงานจากกองปราบปรามลงพื้นที่ไปช่วย เพื่อไล่ล่าคนร้าย ซึ่งก็มีความคืบหน้าต่อเนื่องทุกวัน

ตั้งธงสืบ 4 ประเด็นสังหาร

1.ขัดแย้งกับนักการเมืองท้องถิ่น ซึ่งเป็นถึงระดับนายก อบต.แห่งหนึ่ง (อบต.บ้านกลาง)
2.เรื่องการร้องเรียนการสร้างโรงโม่หิน ซึ่งมีกรณีพิพาทกัน และทวีความรุนแรงมากว่า 1 เดือน (ประเด็นนี้ตำรวจพุ่งเป้ามากที่สุดในขณะนี้)
3.ปัญหาความขัดแย้งเรื่องการบุกรุกที่ดิน ที่ทางนายวรยุทธ ผู้ใหญ่บ้าน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องไล่ที่ชาวบ้านจำนวน 8 ราย ขณะนี้เรื่องยังอยู่ในชั้นศาล
4.ปมความขัดแย้งเรื่องยาเสพติด

หลักฐานที่พบ ข้อสันนิษฐานของญาติ และคำให้การของคู่ขัดแย้ง

ที่เกิดเหตุ พบปืน .38 ตกอยู่ 1 กระบอก เป็นปืนของนายวรยุทธ ผู้ใหญ่บ้าน ภายในลูกโม่พบปลอกกระสุนที่ยิงไปแล้ว 3 ปลอก และปลอกกระสุนปืนตกกระจายตามห้องต่างๆ ที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอีก 8 ปลอก จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน คาดว่าคนร้ายเป็นแก๊งนักฆ่ามืออาชีพที่เตรียมวางแผนปฏิบัติการโหดมาเป็นอย่างดี ใช้ปืนของนายวรยุทธจ่อยิงศีรษะเหยื่อทั้งหมด โดยไม่ได้ใช้ปืนของตัวเอง เพื่อไม่ให้เป็นหลักฐานมัดตัว นอกจากนี้ ยังพบว่าคนร้ายได้ถอดเอาเซิร์ฟเวอร์ของกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ภายในบริเวณบ้านออกไปทั้งกล่อง เพื่อไม่ให้ตำรวจเปิดดูภาพวงจรปิดได้

จากการสอบปากคำหนึ่งในผู้ที่รอดชีวิตให้การว่า ตนสามารถจดจำใบหน้าและลักษณะของคนร้ายได้ 4 คน อีกทั้งยังได้ยินคนร้ายพูดถึงเรื่องเงินที่เคยมอบให้กับผู้ใหญ่บ้าน โดยเสียงนั้นเป็นเสียงของ “คนภาคกลาง” และยังจำได้อีกว่ามีคนร้ายหนึ่งคนมีการสวมไอ้โม่งปกปิดใบหน้า ส่วนคนที่เหลือไม่ได้ใส่ไอ้โม่ง เชื่อว่าคนร้ายที่ใส่ไอ้โม่งน่าจะเป็นคนที่ผู้ใหญ่บ้าน หรือคนในบ้านรู้จักหรือคุ้นหน้ามาก่อน นอกจากนี้ มีข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่ได้รายละเอียดของผู้ต้องสงสัย 1 ราย เป็นผู้ร่วมลงทุนทำธุรกิจกับผู้ตาย เชื่อว่าจะมีส่วนรู้เห็นกับเหตุฆ่าโหดที่เกิดขึ้น ซึ่งอยู่ระหว่างตามตัวมาสอบสวน

นายจเร บุตรเติบ อายุ 54 ปี พ่อตาของนายวรยุทธเผยว่า ชนวนฆ่ายกครัวเชื่อว่ามาจากความขัดแย้งเรื่องการทำงานของลูกเขย โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ใหญ่บ้านดำเนินการทวงคืนที่ดิน นสล. หรือหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง บริเวณทุ่งหนองเขียด ที่ถูกชาวบ้านหลายครอบครัวบุกรุกพื้นที่กว่า 100 ไร่ เพื่อจะนำกลับมาเป็นของรัฐ และได้ฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงนักการเมืองท้องถิ่นหลายคนในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ยอมร่วมมือนำที่ดินผืนดังกล่าวกลับคืนมา กับอีกประเด็นเรื่องที่ผู้ใหญ่บ้านให้การสนับสนุนโรงโม่หินแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 2 ต.บ้านกลาง แต่ถูกชาวบ้านคัดค้านจนมีการฟ้องร้องกันอยู่ในขณะนี้ ส่วนประเด็นอื่นก็เป็นความขัดแย้งเรื่องการทำงาน เพราะผู้ใหญ่บ้านเป็นคนพูดจาโผงผางตรงไปตรงมา ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งคลี่คลายคดีติดตามจับกุมคนร้ายและผู้บงการให้ได้โดยเร็ว

ด้านนายมนัส ชูบุตร นายก อบต.บ้านกลาง ซึ่งถูกระบุว่า มีความขัดแย้งกับนายวรยุทธ ผู้ตาย โดยถูกนายวรยุทธฟ้องร้องกล่าวหากระทำความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ยอมให้ความร่วมมือในการนำที่ดิน นสล. หรือที่ดินหลวง เนื้อที่ประมาณเกือบ 100 ไร่ ที่ชาวบ้านบุกรุก อาจเป็นหนึ่งในชนวนสังหาร โดยนายมนัสกล่าวว่า ตนทำไปตามหน้าที่ ไม่ได้ละเลย มีการสอบสวนสิทธิตามกฎหมายขั้นตอนปฏิบัติทุกประการ ซึ่งต้องใช้เวลาในการดำเนินการ ส่วนการขัดแย้งนั้นเป็นเรื่องปกติที่การทำงานย่อมต้องมีบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นต้องทำร้ายใดๆ

รายงานล่าสุด คาดแก๊งมือปืนหนีลงใต้กบดาน

ขณะที่ รายงานล่าสุดของชุดสืบสวนของตำรวจกองปราบปราม นำโดย พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. ได้เชิญตัวเพื่อนผู้ตาย 1 คน โดยนำไปสอบปากคำที่สถานที่แห่งหนึ่ง นอกจากนี้มีรายงานด้วยว่า ชุดสืบสวน กก.5 บก.ป. ได้นำกำลังลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเชื่อว่าเป็นแหล่งกบดานของมือปืนทีมสังหาร โดยคาดว่าจะมีการเข้าค้นจุดต้องสงสัยภายในเย็นวันนี้

ทั้งนี้ แหล่งข่าวชุดสืบสวนระบุว่า ได้เรียกตัวเพื่อนคนหนึ่งของ นายวรยุทธ มาสอบปากคำจนทราบว่า ในระยะแรก นายวรยุทธมีฐานะที่ร่ำรวยผิดหูผิดตา แต่ในช่วงที่ผ่านมา นายวรยุทธติดหนี้สิน โดยมีการนำที่ดินไปจำนองกับผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งในพื้นที่ เพราะมีปัญหาด้านการเงินอย่างรุนแรง ก่อนตายมีการติดต่อยืมเงินจากเพื่อนสนิทคนหนึ่ง จำนวน 5 แสนบาท นอกจากนี้ยังมีความเครียด เพราะถูกข่มขู่ให้นำเงินมาไถ่ถอนที่ดินอีกด้วย

จากกรณีนี้ ชุดสืบสวนจึงได้ขยายผลสอบปากคำพยานที่รอดชีวิตในที่เกิดเหตุให้การว่า นายวรยุทธ ได้กลับเข้ามาที่บ้านพักเวลาประมาณ 20.00 น. และถูกควบคุมตัวไว้ ชุดสืบสวนกองปราบฯ จึงตรวจสอบทางเทคนิคพบว่า หลังถูกควบคุมตัวแล้วเมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. ของวันเดียวกัน นายวรยุทธ ได้มีการติดต่อทางโทรศัพท์กับเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่เป็นหุ้นส่วนโรงโม่หิน และมีการพูดคุยกันนานเกือบ 10 นาที ชุดสืบสวนจึงเชื่อว่าเพื่อนของนายวรยุทธคนนี้น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารโหดอย่างแน่นอน จึงควบคุมตัวไว้สอบปากคำ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าที่จะมีการรวบตัวผู้ต้องสงสัย ชุดสืบสวนกองปราบปรามได้นำชุดลายพรางของทหารบก และรองเท้าคอมแบต รวมทั้งหมวกเหล็ก มาจำลองเหตุการณ์ เพราะเป็นชุดที่คนร้ายสวมใส่ในวันก่อเหตุ ตามคำให้การของพยาน และนำไปให้พยานดูเพื่อเปรียบเทียบความเหมือนและแตกต่าง ทั้งนี้เพื่อเป็นแนวทางในการติดตามตัวคนร้ายด้วย

ในคดีนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ถึงขนาดยกเลิกการกลับกรุงเทพฯ และอยู่ต่อเพื่อติดตามคดี ซึ่งท่านเองได้พูดตอนหนึ่งว่า “ผมมั่นใจว่าจะจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้แน่นอน เพราะหาก ผบ.ตร.ไม่มั่นใจ ประชาชนจะอยู่กันอย่างไร อย่างไรก็ตามทุกอย่างอยู่ในสำนวน ไม่สามารถบอกได้ ทั้งๆ ที่อยากจะบอกใจแทบขาด เพราะหากบอกไป เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติงานจะทำงานกันลำบาก"

หวังว่าคงมีข่าวดีเร็วๆ นี้.