วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'เอนก' หนุน 'รถไฟกรุงเทพฯ-โคราช' สร้างพื้นฐานขนส่ง 'ยุคบูรพาภิวัตน์'

"เอนก" FB. เชื่อมั่นประเทศไทย ทำงานใหญ่ต่อไปได้ เร่ิมสตาร์ตโครงการ "รถไฟกรุงเทพฯ-โคราช" ชี้เป็นเพียงก้าวแรกสร้างพื้นฐานขนส่งโลจิสติกส์ใน "ยุคบูรพาภิวัตน์"

เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 60 นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวผ่านเฟซบุ๊ก "AnekLaothamatas" ระบุว่า "อ่านด้วยความพิศวง! ข่าวใหญ่ ! ไทยจะเริ่ม และ เร่ง ทำรางรถไฟความเร็วสูง กทม.-โคราช ได้แล้ว ในที่สุดลงทุนเองถึง 1.8 แสนล้าน และ คสช.ออก ม.44 ด้วย เพื่อจะเร่งทำกันอย่างรวดเร็ว เชื่อว่ารถไฟความเร็วสูง แล้วจะทำกันช้าๆ ยืดยาดเหยาะแหยะได้อย่างไร? คิดย้อนมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ นั่นเราเริ่มคิดตั้งแต่ตอนผมยังไม่เข้าเรียนจุฬาฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ยังอยู่โรงเรียนเตรียมทหาร กว่าจะเสร็จได้ก็ปี 2549 โน่น ผมอายุ 52 ปี แก่เลย ยังดีไม่ช้าจนคนรุ่นผมมาใช้สนามบินได้ก็เมื่ออายุ 60 แล้ว และระหว่างที่ทำและช่วงทำเสร็จใหม่ๆ ก็มีแต่เสียงตักเตือนเย้ยเยาะถากถางว่า ทำอะไรเสียใหญ่โตมโหฬาร รัฐบาลเพ้อเจ้ออยู่ พร่ำเพ้ออยู่หรือเปล่า

ตอนที่มาอธิบายว่าทำไมต้องใหญ่ขนาดนั้น ใครที่ไหนจะแห่มาใช้มากมายอย่างนั้น ความเป็นจริงตรงข้ามครับ ไม่ถึงสิบปีกลายเป็นว่าสุวรรณภูมินั้น "ใหญ่" ไม่พอเสียแล้วกรุงเทพฯ เรา โดยไม่คาดฝันกลายเป็นเมืองที่ผู้คนทั่วโลกบินมาลงมากที่สุด ยังคิดย้อนถึงอีกเรื่องคล้ายกันอีก ก็รถไฟลอยฟ้าในกรุงเทพฯ ที่เรียกบีทีเอสไงครับ เคยบ่นกันจัง เคยว่ากันจริง เช่น "ทำลายทัศนียภาพ" หรือสถานีบีทีเอสจะนำความ "พลุกพล่าน" และ "คนแปลกหน้า" มาให้วัด โรงเรียน และมหาวิทยาลัย ยังจำได้แม่น ศิษย์เก่าผู้ปกครอง ครู ร.ร.มาแตร์ฯ ออกมาต้านรถไฟกันเกรียวกราว แต่ผมเชื่อด้วยความบริสุทธิ์ใจ ต่อมาความจริงคือ : ทุกวันนี้กรุงเทพฯ เรามีทั้งบีทีเอส มีทั้งรถไฟใต้ดิน ใช้กันได้ดีทีเดียว ไม่แพง สะอาด สะดวก ปลอดภัย ไปไหนง่ายขึ้นเร็วขึ้น ติดใจ ควร "ขยาย" อีก ใครๆ ก็ไม่ค้าน รีบขยายเถิดประเทศไทยนั้นแปลกอธิบายยาก แต่ก็มาได้ดีครับ มองผิวเผินแล้วไม่น่าจะมารอด ไม่น่าจะมากันได้ไกลขนาดนี้ คนไทยเอง "งง" ว่า เราพากันมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร วิพากษ์วิจารณ์กัน ถกเถียงกันมาตลอด

ย้อนกลับไปแต่ยุคที่ฝรั่งล่าอาณานิคมในสุวรรณภูมินั้นมีสามชาติใหญ่ พม่านั้นแข็งแกร่งกว่าเราชัดเจน ตีกรุงศรีฯ แตกได้ถึงสองครั้ง ส่วนเวียดนามนั้นแข็งแกร่งทัดเทียมกัน รบกันในเขมรถึง 15 ปี ไม่แพ้ไม่ชนะ ในที่สุดแล้วพม่าและเวียดนามนั้นต้อง "สูญชาติ" ลาว เขมร มลายู นั้นไม่ต้องพูดถึงอ่อนกว่ามาก ย่อมถูกฝรั่งยึดครองยิ่งง่ายดาย ส่วนไทยกลับยัง "อยู่ยั้งยืนยง" จีนซึ่งใหญ่กว่าเรามากมายก็หวิด "สูญชาติ" โดยเฉพาะจากการรุกรานเหี้ยมหาญของ ญี่ปุ่น ประเทศเกาหลีที่วัยรุ่นไทยวันนี้ยกย่องนับถือ ยังต้องตกเป็นของญี่ปุ่นในตอนนั้น และภารตประเทศ หรืออินเดีย มารดาแห่งพุทธและพราหมณ์ของเราแท้ๆ ยังตกเป็นของอังกฤษ แต่เราสยามทายาทนั้นยังคงอยู่รอด"

นายเอนก ระบุต่อว่า "ต่อมา เกาหลี พม่า เวียดนาม และอินเดีย ที่กล่าวมาวันนี้กลับมามีเอกราชได้อีก แต่ไม่แน่ดอกถ้าไม่มีสงครามโลกที่เจ้าอาณานิคมรบกันสองครั้ง ยับเยินไปทั้งสองฝ่าย ทุกวันนี้จะไม่มีสามสี่ประเทศนี้ในแผนที่โลก จีนและอินเดียทุกวันนี้กลับมารุ่งเรืองยิ่งใหญ่ได้ แต่กล่าวได้ว่าประวัติศาสตร์สองชาตินี้ผ่านช่วง "ขาลง" ที่เจ็บปวดมาแล้ว ชาติต่างๆ ในโลกย่อมจะมีทั้ง "ขาขึ้น" และ "ขาลง" แต่ประวัติศาสตร์ไทยนั้น ยังไม่มี "ขาลง" หนักๆ ก็น่าดีใจ แต่ก็ไม่ควรประมาท กรุงแตกสองครั้งนั้นจัดเป็น "ขาลง" แต่ก็เพียงช่วงสั้นๆ ครั้นในยุคฝรั่งอาณานิคมเขาสูญชาติกันเกือบทั้งทวีป เอเชีย แอฟริกา และละตินอเมริกา เราก็ "รอด" ได้อย่างไม่น่าเชื่อ สงครามโลกครั้งที่สองที่สุดจะนองเลือดเหี้ยมโหด ก็อยู่รอดปลอดภัยจากการคุกคามของกองทัพญี่ปุ่น และแสนยานุภาพของเครื่องบิน ฝรั่ง เหลือเชื่อ แทบจะไม่มีคนไทยเจ็บตาย ต่อมาสงครามเย็น ช่วงปี พ.ศ. 2489-2532 นั้น เขารบกันป่นปี้สามสี่สิบปีในแถบเอเชียอาคเนย์นี้ เราก็แทบไม่เสียหาย กลับเอาช่วงเวลานั้นมาพัฒนาเศรษฐกิจจนล้ำหน้าคนอื่น

และที่สำคัญไม่น้อยกว่านั้นอีกเรื่องหนึ่ง ในช่วงปี 2508-2525 ที่สู้รบอย่างหนักกับพรรคคอมมิวนิสต์นั้น รัฐบาลก็สงบศึกนั้นได้อย่างน่าทึ่ง "วิกฤติต้มยำกุ้ง" ซึ่งอุบัติที่ประเทศเราและส่งผลลบออกไปทั่วเอเชีย ยี่สิบปีที่แล้วหนักหน่วงที่สุด เงินบาทค่าตกเรี่ยดิน แต่เราก็เอาตัวรอดมาได้ และยังมี "วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์" เมื่อสิบปีที่แล้ว เกิดที่อเมริกา ความเสียหายลุกลามไปทั่วโลก เราก็เสียหายน้อยมากจากวิกฤติโลกเที่ยวนั้น ประเทศไทยทุกวันนี้ไม่ "ธรรมดา" แล้วครับ แน่นอนปัญหายังมีไม่น้อย เสียงบ่น ตักเตือน วิจารณ์หลายเรื่องมีมูล ต้องรีบแก้ไข บางเรื่องน่าเป็นห่วง แต่ภาพใหญ่เรามาถึงจุดที่ไกลกว่าเดิมมากมายแล้ว เราเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับบนครับ คนส่วนใหญ่ไม่ใช่คนจนแล้ว เป็นคนชั้นกลางแล้ว แบบมั่นคงหรือไม่ถกเถียงกันได้ แต่ขนาดเศรษฐกิจของประเทศใหญ่เป็นอันดับที่ 22 ของโลก นับด้วยกำลังซื้อที่เป็นจริงนะครับ กรุงเทพฯ ของเราก็เป็นเมืองสำคัญของโลกด้วยอย่างแน่นอน ทำไม? ก็เพราะมีคนทั่วโลกมาเยือน มาทำงาน มาพักผ่อน มารักษาตัว รวมกันแล้ว มากที่สุดในโลก"

นายเอนก ระบุต่อว่า "ถ้าเราไม่มีอะไรดี อะไรปลอดภัย อะไรน่าอยู่ น่าเที่ยว น่าพักผ่อน น่ารักษาตัว ใครในโลกจะแห่กันมามากมายอย่างนี้ คำแนะนำอย่าเชื่อแต่เสียงวิจารณ์ หรือเสียงบ่นของเรากันเองแต่เพียงอย่างเดียว จำนวนคนต่างชาติสามสิบกว่าล้านคนต่อปีที่มาเยือนไทย อาจถือเป็น "ประชามติ" อ้อมๆ จากโลกว่า "ไทยแลนด์นี้ดี" คำแนะนำต่อไป ฉะนั้นจงมั่นใจในประเทศเราและทำงานใหญ่ต่อไป รถไฟที่จะเชื่อมโยงกับจีนในไม่ช้าก็จะเชื่อมไทยเข้ากับประเทศเพื่อนบ้านได้หมด ลงใต้ไปจนถึงสิงคโปร์ ในห้าปีสิบปีนี้เราจะเป็นศูนย์กลางของเออีซี ของเออีซีบวกจีน ภายในสิบถึงสิบห้าปี เราอาจจะ "ยืด" ตัวเองด้วยทางรถไฟและด้วยทางหลวงลงใต้ต่อไปอีก ไปจนถึงเกาะสุมาตราและเกาะชวาของอินโดนีเซีย

ภายในสิบปีเราอาจเชื่อมผ่านพม่าไปต่อกับอินเดียผ่านทางบกได้ และเราอาจทำแลนด์บริดจ์ตะวันตก-ตะวันออกยาวเหยียด จากทวายมากาญจน์ ราชบุรี มาลงอ่าวไทยที่สมุทรสงคราม หรือศรีราชา หรือมายังกรุงเทพฯ แล้วต่อไปถึงพนมเปญ ไปสุดทางที่โฮจิมินห์ หากทำเช่นนั้นได้ เราก็จะเชื่อมต่อมหาสมุทรอินเดียเข้ากับมหาสมุทรแปซิฟิกได้ ยังมีงานใหญ่กว่านี้รออยู่มากครับ แต่รถไฟกรุงเทพฯ-โคราช ย่อมเป็นเพียงก้าวแรกในการสร้างพื้นฐานการขนส่งคมนาคมและโลจิสติกส์ในยุคบูรพาภิวัตน์ ในห้วงเวลาอันเป็นสิริมงคลยิ่งคือการเริ่มรัชสมัยของรัชกาลที่ 10 ที่รัฐบาลควรจะทำให้ช่วงนี้เต็มไปด้วยความหวังใหม่ เปี่ยมไปด้วยอนาคตใหม่สำหรับคนไทย สำหรับพสกนิกรทั้งมวลไทยเราจะต้องก้าวต่อไปครับ ไม่หยุดยั้ง อย่างเร่งรีบจริงจัง แต่ก็ไม่ผลีผลามรอบคอบที่สุด ยอมปรับปรุงแก้ไขได้มากหรือน้อย ทั้งต้องน้อมใจรับฟังกันได้เสมอ เชื่อใจกันได้ ทนได้ ชื่นชมได้ ต่อทุกเสียงและทุกความคิดเห็น