วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ ผุดเฟซบุ๊ก 'PAGE IR' ไขข้อข้องใจ-รับฟังเสียงสะท้อนประชาชน

นายกฯ เผย รบ.เปิดเฟซบุ๊กบริการ ปชช.ชื่อ "PAGE IR" ไขข้อข้องใจ-รับฟังเสียงสะท้อน สร้างการสื่อสารสองทาง พร้อมชวน ปชช.ร่วมภารกิจสร้างความปรองดอง บนเวทีสาธารณะ ป.ย.ป. 17-20 ก.ค.นำสู่สัญญาประชาคมฉบับสมบูรณ์ แนบแนวปฏิบัติ ไม่ก่อวุ่นวายซ้ำอีก

เมื่อวันที่ 14 ก.ค.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า ส่ิงที่รัฐบาลนี้พูดชี้แจงหวังแต่เพียงให้เข้าใจร่วมมือ ไม่ต้องการจะมาบิดเบือนหรือไปให้ร้ายใครทั้งสิ้น แต่ก็มีฝ่ายบิดเบือนสร้างความไม่เข้าใจอยู่อีก ก็ขอให้ประชาชนช่วยทบทวนดูด้วย ซึ่งเจตนารัฐบาล คสช.ต้องการจะมอบความรู้ สร้างความเข้าใจ และแสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในรูปแบบประชารัฐอย่าแบ่งแยกแบ่งฝ่ายกันต่อไปอีก โดยเฉพาะในช่วงการเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่ "ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" ตลอดไป และปัจจุบันตนมั่นใจคนไทยรู้จักคำศัพท์ใหม่ๆ ได้ไม่มาก ก็น้อย อาทิ ยุทธศาสตร์ชาติ การปฏิรูป ประชารัฐ เศรษฐกิจฐานราก การบูรณาการ ไทยแลนด์ 4.0 ห่วงโซ่มูลค่า สตรองเกอร์ ทูเกตเตอร์ และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เป็นต้น

ขณะที่ช่องทางการสื่อสารของหน่วยงานภาครัฐ รัฐบาลพยายามพัฒนารูปแบบ วิธีการ เพื่อเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม บนพื้นฐานของความเป็นจริง ไม่ต้องไปพึ่งพาช่องทางอื่น ที่อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด หรือคำตอบสุดท้ายของสังคม ควบคู่กับการศึกษาผลโพล หรือคำติชมต่างๆ ทุกสำนักเพื่อปรับปรุงการประชาสัมพันธ์ภาครัฐ รวมถึงศึกษารูปแบบสื่อและโฆษณาประชาสัมพันธ์ ที่จะได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน ที่เน้นเสริมเพลง ดนตรี ผู้มีชื่อเสียง ดารา ผู้นำความคิด เป็นผู้นำเสนอ เพื่อเป็นโจทย์ให้งานประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลปรับตัว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า โดยปัจจุบันนอกจากช่องทางสื่อสารเดิมที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้ว รัฐบาลได้สร้างกลไกการประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม อาทิ เครือข่าย ID-IA-IRChat เชื่อมสื่อทุกประเภทของกรมประชาสัมพันธ์ ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ สื่อออนไลน์ กับโฆษกรัฐบาล โฆษกกระทรวง องค์กรมหาชน และรัฐวิสาหกิจ ในการตอบประเด็นปัญหาสังคม ทุกเรื่อง ทุกมิติ ที่เน้นความถูกต้อง-ทันเวลา ภายใน 1 วันหรือเร็วที่สุด รวมถึงปัจจุบันได้เปิดให้บริการเฟซบุ๊กชื่อ "PAGE IR" เพื่อนำคำตอบไขข้อข้องใจ และรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนโดยตรง เป็นการสื่อสาร 2 ทาง โดยตนหวังว่าจะเป็นแหล่งข้อมูลให้สื่อโซเชียล-สื่อกระแสหลัก สามารถนำไปใช้อ้างอิงขยายผลและลดความเข้าใจผิด ลดความขัดแย้งในสังคม พร้อมอาศัยเครือข่ายวิทยุกระจายเสียง หอกระจายข่าว วิทยุชุมชน โดยกรมประชาสัมพันธ์ กสทช. กระทรวงมหาดไทย ทำงานร่วมกันนำประเด็นใน IR Chat ไปขยายผลให้ตรงกลุ่มเป้าหมายในแต่ละพื้นที อย่างปัจจุบันทันด่วนแล้ว เล่าข่าวโดยคนในท้องถิ่น ด้วยภาษาถิ่น ทำให้เข้าใจได้ง่ายมากขึ้น สำหรับการสื่อสารกันเองในหน่วยงานราชการ

พร้อมย้ำตนเน้นการสร้างความเข้าใจให้กับข้าราชการทุกคนทุกระดับในนโยบายต่างๆ เพื่อการนำไปสู่การปฏิบัติจะต้องไม่มีอุปสรรค และต้องสามารถทำความเข้าใจพี่น้องประชาชนได้อย่างชัดเจน โดยได้สั่งการให้รัฐมนตรีและปลัดกระทรวง อธิบดีต่างๆ ได้เน้นย้ำให้ผู้บริหารลงพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้ปฏิบัติและประชาชนโดยตรง เลี่ยงการทำงานบนโต๊ะ เน้นการชี้แจงการสร้างการรับรู้ให้มากที่สุดให้ถี่ ให้ถึงทุกพื้นที่ ข้าราชการระดับล่างจะได้มีกำลังใจด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ข่าวสารสำคัญในช่วงนี้ก็คือ ภารกิจ "การสร้างความปรองดอง" ที่ทุกคนอยากทราบของรัฐบาลและ คสช.อยากให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบความคืบหน้า และเชิญชวนให้มีส่วนร่วม คือ คณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ของคณะกรรมการคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดอง (ป.ย.ป.) จัดเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศอีกครั้ง วันที่ 17-20 ก.ค.นี้ เพื่อนำไปสู่การร่างสัญญาประชาคม โดยสามารถหาข้อมูลได้โดยตรงจากเฟซบุ๊กชื่อ "ปรองดองเป็นของประชาชน"

"ก่อนที่จะนำมาจัดทำเป็นสัญญาประชาคมฉบับสมบูรณ์ ได้สั่งการไปแล้วในสัญญาฉบับประชาคมนั้นมันจะต้องมีแนวทางในการปฏิบัติด้วย ไม่เช่นนั้นจะมีเฉพาะในเรื่องของนามธรรม ต้องมีอะไรที่จะร่วมมือกันบาง เช่น การปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ขัดแย้ง ไม่มีการใช้อาวุธ อะไรต่างๆ ทำนองนี้แนบไปกับสัญญาประชาคมด้วย ถ้าเซ็นกันแล้วก็ต้องไม่เกิดความวุ่นวายสับสนอลม่านเหมือนเช่นที่ผ่านมาก่อนปี 57 และเราจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการต่อไป ทั้งนี้ก็เป็นเสมือนการกระตุ้นจิตสำนึกความเป็นไทย ความรักชาติ และสัญญาทางใจว่า เราจะร่วมกันสร้างสังคมที่เข้มแข็ง สังคมที่มีสันติสุขในอนาคต โดยประชาชนเป็นผู้กำหนดตรงนี้ ไม่ใช่นักการเมือง" นายกฯ กล่าว.